"ถ้าคิดว่าจะเข้ามาเป็นแค่คนเช่าบ้านแล้วเดินชมวิวสวยๆ คุณคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ตั้งแต่ก้าวแรกแล้วล่ะครับ คุณริน"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความเยียบเย็นลอยละลิ่วมาจากความมืดเบื้องหน้า ขัดจังหวะที่ผมกำลังก้าวเท้าข้ามธรณีประตูคฤหาสน์หลังโต สัมผัสอุ่นวาบที่ต้นคอจากเหตุการณ์เผชิญหน้ากับเวกัสเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย ความหนาแน่นของบรรยากาศภายในโถงรับแขกก็ถาโถมเข้าใส่จนปอดผมแทบแฟบ
ผมสูดหายใจลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดแม้หัวใจจะเต้นรำด้วยจังหวะกระชั้นชิด ดวงตาคมกริบของคีย์ที่ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนห่างออกไปไม่ถึงสามก้าวไม่ได้แสดงความยินดีต้อนรับแม้แต่น้อย เขายังคงสวมชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับเช่นเคย รังสีความกดดันรอบตัวผู้ชายคนนี้พุ่งสูงเสียดฟ้าจนผมรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนลวดสลิงกลางพายุหมุน
"ผมไม่ได้มาเดินชมวิว ผมมาตามสัญญาจ้างงาน และที่สำคัญ..." ผมก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวเขาโดยไม่รักษาระยะห่าง ความสูงของเราต่างกันไม่มากนัก ทำให้ผมสามารถมองสบตาเขาตรงๆ ได้อย่างไม่หลบเลี่ยง "...ผมจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าไปแล้ว ครึ่งหนึ่งของบ้านหลังนี้ถือว่าผมมีสิทธิ์ครึ่งหนึ่งเหมือนกัน"
คีย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มหยันที่เห็นแล้วชวนให้อยากหาอะไรมาฟาดสักที สัญชาตญาณเตือนผมดังลั่นว่าผู้ชายคนนี้อันตรายยิ่งกว่าผีร้ายตนไหนที่ผมเคยเจอในวงจรงานไอทีซวยๆ เสียอีก
"ครึ่งหนึ่งงั้นหรือครับ?" คีย์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาน่าหมั่นไส้เป็นบ้า "เด็กจบใหม่ไอทีสมองใสอย่างคุณคงไม่เข้าใจคำว่า 'กรรมสิทธิ์' ในโลกของผมหรอกนะ หวังว่ากระเป๋าเดินทางสองใบนั้นจะไม่ได้มีแค่เสื้อผ้ากับคอมพิวเตอร์ เพราะถ้าคุณเผลอไปแตะต้องอะไรที่ไม่อยู่ในข้อตกลง..." เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะแก้มไม่ได้ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นเลย กลับเยือกเย็นราวกับลมหายใจของศพ "...วิญญาณของคุณอาจจะไม่ได้ออกจากคฤหาสน์หลังนี้ในสภาพครบสามสิบสอง"
ผมผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะกลัวคำขู่ แต่มันเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าจอมเจ้าเล่ห์ที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ กลิ่นน้ำหอมเจือจางกลิ่นสนและไอฝนจากตัวเขายังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาท
"ขู่เก่งจังนะครับ ถ้าผมรู้ว่าเจ้าของบ้านปากร้ายขนาดนี้ ผมคงเรียกค่าจ้างเพิ่มเป็นสองเท่า" ผมเชิดหน้าขึ้นโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้
"ปากดี..." คีย์พึมพำเบาๆ ดวงตาคมปลาบกวาดมองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำเอาผิวหนังผมลุกชันราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่าน "...หวังว่าฝีปากนี่จะยังอยู่ดีตอนที่ความมืดมาเยือนนะ"
พูดจบเขาก็สะบัดตัวหันหลังให้ เดินนำทางลึกเข้าไปในตัวคฤหาสน์ที่มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิคผสมผสานความโมเดิร์นได้อย่างน่าขนลุก โถงทางเดินกว้างขวางประดับด้วยภาพวาดโบราณที่ดวงตาของบุคคลในรูปคล้ายจะเคลื่อนไหวตามทุกย่างก้าวที่ผมเดินผ่าน ผมพยายามละสายตาจากสิ่งอัปมงคลเหล่านั้นแล้วเร่งฝีเท้าเดินตามหลังร่างสูงใหญ่นั้นไปอย่างกระชั้นชิด
แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อสูทสั่งตัดพิเศษเคลื่อนไหวด้วยความมั่นคง แม้ภายนอกเขาจะดูเหมือนนักธุรกิจอภิมหาเศรษฐีทั่วไป แต่สัญชาตญาณดิบในตัวผมบอกชัดเจนว่าภายใต้รอยยิ้มเยือกเย็นนั้นซ่อนความลับดำมืดอะไรไว้บ้าง คีย์ไม่ใช่คนธรรมดา และสัญญาจ้างงานที่ผมเซ็นลงไปอย่างไร้สติเมื่อคืนนี้ คงไม่ใช่แค่เรื่องการจัดการระบบความปลอดภัยไอทีในคฤหาสน์เฮี้ยนๆ อย่างที่เขาโกหกผมตอนสัมภาษณ์แน่นอน
"ห้องของคุณอยู่ชั้นสอง ฝั่งปีกตะวันตก" คีย์หยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง เขายื่นกุญแจดอกหนึ่งให้ผม "ห้องน้ำในตัว ระบบอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ปรกติ แต่มีข้อแม้..."
ผมรับกุญแจมาถือไว้ เลิกคิ้วมองเขาเชิงตั้งคำถาม "ข้อแม้อะไรอีก?"
ดวงตาคมกริบของคีย์หันมามองตรง นัยน์ตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไม่มีวันหยั่งถึง "ห้ามเปิดประตูบานนี้เด็ดขาด"
เขานิ้วเพรียวชี้ไปยังบานประตูไม้สีเข้มอีกบานหนึ่งที่อยู่สุดปลายทางเดินฝั่งตรงข้าม ประตูบานนั้นดูเก่าแก่กว่าห้องอื่นๆ รอบตัว ลวดลายแกะสลักรูปงูพันกิ่งไม้ดูราวกับมีชีวิตเมื่อยามต้องแสงไฟสลัวจากโคมไฟติดผนัง ไม่มีลูกบิด ไม่มีรูกุญแจ มีเพียงรอยต่อสนิมเขียวที่ถูกปิดตายด้วยแผ่นยันต์สีดำสนิทหลายแผ่น ทว่าสิ่งที่ทำให้ผมขนลุกซู่จนต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ คือเสียงแว่วเบาๆ ที่เล็ดลอดออกมาจากรอยแยกของประตูบานนั้น...
*เสียงกระซิบ... เสียงหัวเราะคิกคัก และเสียงเล็บข่วนไม้แกร็นๆ ดั่งจะพังทลายออกมา*
ผมหันไปสบตาคีย์ที่ยืนนิ่งสงบราวน้ำแข็ง เขานิ่งเงียบ ไร้ความหวาดกลัว มีเพียงประกายตาคมปลาบที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม เหมือนกำลังรอดูว่าผมจะมีความอยากรู้อยากเห็นมากพอที่จะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่นั่นไหม
"ข้างในนั้น..." ผมเอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่น "มีอะไรซ่อนอยู่กันแน่?"
คีย์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวผมอีกครั้ง มือใหญ่เอื้อมมาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาตัดกับความหนาเย็นของบรรยากาศรอบตัวอย่างสิ้นเชิง จนผมเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ถ้าไม่อยากตายอย่างทรมาน..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหูของผม จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอ เรียกความซ่านสยิวแปลกประหลาดให้แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง "...ก็จดจำคำเตือนของผมให้ขึ้นใจ... คุณริน"
ยังไม่ทันที่ผมจะได้อ้าปากเถียงหรือถอยหนีจากระยะอันตรายนี้ จู่ๆ ไฟทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สัญญาณเตือน ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสรรพสิ่งรอบตัวในเสี้ยววินาที ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าหายลับไปในความมืด เหลือเพียงสัมผัสอุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวแก้ม
และก่อนที่ผมจะได้คว (ตัดจบ)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมเผชิญความหลอนและเคมีร้อนแรงนี้ด้วยกันนะครับ
ดีลลับจับผีมาเป็นผัว (Ghostly Contract)•ตอนที่ 2
บ้านเลขที่ห้ามเข้า
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับจับผีมาเป็นผัว (Ghostly Contract) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!