อุณหภูมิในห้องนั่งเล่นดิ่งฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เวกัสไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ไปมากกว่าการยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบายๆ แต่รังสีคุกคามรอบตัวเขากลับแผ่ซ่านเสียดแทงผิวหนังจนรินต้องยกมือขึ้นูบต้นแขนตัวเองโดยไม่รู้ตัว
"ดึกดื่นค่ำมืดแบบนี้... คุณคีย์ยังอุตส่าห์มาเยี่ยมเยียนลูกหนี้ถึงห้องนอนเลยหรือครับ"
น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยทักทาย รอยยิ้มบนใบหน้าของเวกัสราบเรียบไร้ความรู้สึก ทว่าดวงตาสีเทาคู่สวยกลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่หลังนวมกำมะหยี่ เขากวาดตามองผ่านไหล่กว้างของคีย์ตรงมายังรินที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลัง
คีย์ไม่ขยับเขยื้อi ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีปิดกั้นช่องว่างระหว่างเวกัสกับรินไว้อย่างมิดชิด แผ่นหลังกว้างเปรียบเสมือนกำแพงเหล็กที่ต่อให้พายุหิมะก็มิอาจพัดผ่านเข้าไปถึงตัวรินได้
"เรื่องของฉันกับคนของฉัน คงไม่ต้องรบกวนให้สุนัขรับใช้แถวนี้มาใส่ใจมั้งครับ เวกัส" คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้ยหยันชัดเจน
"คนของฉัน?" เวกัสทวนคำพลหัวเราะในลำคอเบาๆ "น่าแปลกใจที่คนระดับคุณคีย์ จะลดตัวลงมาสนใจของเล่นชิ้นเล็กๆ ที่กำลังจะหมดอายุขัย... คุณก็น่าจะรู้ดีรินว่าดวงวิญญาณที่แปดเปื้อนกลิ่นอายของยมโลกอย่างคุณ อยู่กับเขาไปก็มีแต่จะถูกสูบพลังจนมอดไหม้"
รินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความตื่นตระหนก แม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องลี้ลับพวกนี้เท่าไหร่ แต่สัญชาตญาณดิบกำลังบอกว่าเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงเสือและราชสีห์ที่พร้อมจะขย้ำกันเองทุกเมื่อ
"หุบปากแล้วไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะทำให้คุณไม่ได้เดินออกไปจากตึกนี้ด้วยขาตัวเอง" คีย์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน รังสีอำมหิตแผ่ออกจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว เวกัสหรี่ตามองเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน
"หึ... ระวังเถอะครับ ของที่หวงนักหวงหนา อาจจะสลายคามือไปก่อนที่คุณจะได้ลิ้มลองรสชาติเสียอีก"
สิ้นเสียงนั้น ร่างของเวกัสก็ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดริมระเบียงราวกับควันบุหรี่ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายเย็นเยียบและบรรยากาศอึดอัดที่ยังคงลอยเคว้งอยู่ในห้อง
รินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างคนหมดแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนปวกเปียกจนแทบพยุงตัวเองไม่ไหว เหตุการณ์เหนือธรรมชาติเมื่อครู่ผสมกับคำขู่ของเวกัสทำให้สมองเขาประมวลผลแทบไม่ทัน
"นั่งบื้ออยู่ทำไมลุกขึ้น!" คีย์หันขวับกลับมาดุเสียงเขียว ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินที่ยังนั่งพับเพียบอยู่บนโซฟา มือหนาคว้าข้อแขนเรียวแล้วฉุดให้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างไม่เบามือ
"โอ๊ย! คุณจะบ้าหรือไง ผมเพิ่งเจอผีหลอกแถมยังมีไอ้โรคจิตโผล่มาอีกนะ!" รินโวยวายด้วยความโมโห ความกลัวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความฉุนเฉียวทันทีเมื่อเจอความเผด็จการของพ่อค้าวิญญาณตรงหน้า
"รู้ตัวด้วยรึไงว่าโดนผีหลอก!" คีย์สวนกลับทันควัน ดวงตาดุคมจ้องเขม็ง "ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามถอดสร้อยข้อมือ! ทำไมถึงดื้อด้านนัก หรือง่าติดใจอยากให้วิญญาณผู้หญิงคนนั้นมานอนกอดบนเตียงด้วย ถึงได้ถอดมันทิ้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งแบบนั้น!"
รินสะعึก เลิกคิ้วมองหน้าอีกฝ่ายอย่างตกใจ "คุณรู้ได้ยังไงว่าผมถอดสร้อย?"
"เพราะฉันเป็นเจ้าหนี้ของคุณไง!" คีย์ก้าวเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนรินต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ มือใหญ่ข้างหนึ่งยันกำแพงกักตัวรินไว้ตรงกลาง ขณะที่อีกข้างเอื้อมมาบีบคางมนให้เงยขึ้นสบตา "คิดจะเล่นตลกอะไรอีก ริน? อยากตายรอบสองมากนักหรือไงถึงได้กล้าท้าทายอำนาจความมืดแบบนี้"
"ผมไม่ได้ท้าทาย! ผมแค่... รำคาญมันเกะกะเวลาพิมพ์งานก็แค่นั้นเอง!" รินเถียงคอเป็นเอ็น แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาคมคายของคีย์โน้มต่ำลงมาจนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบ
ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับพวงแก้ม ทำให้รินต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มอีกฝ่ายไปนิดเดียว สร้างกระแสไฟฟ้าแปลบปลาบแล่นริ้วไปทั่วสรรพร่างจนต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติ
"รำคาญ?" คีย์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าลงจนน่ากลัว "เทียบกับความรำคาญ... กับการที่ฉันต้องมารับศพคุณเพราะโดนวิญญาณเร่ร่อนลากลงนรก อันไหนมันคุ้มกว่ากัน ฮึ?"
"ปล่อยผมก่อนเถอะน่า คุณตัวหนักจะตายอยู่แล้ว ขยับออกไปห่างๆ หน่อยสิครับ!" รินพยายามดันแผงอกกว้างที่ห่อหุ้มด้วยเสื้อเชิ้ตสีเข้มออก แต่กล้ามเนื้อแน่นๆ นั้นราวกับทำด้วยหินผา ขยับเขยื้อนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
"ไม่ปล่อย จนกว่าสำนึกได้ว่าตัวเองโง่แค่ไหนที่ถอดสร้อยเส้นนั้น" คีย์กดเสียงต่ำ ดวงตาคมปลาบกวาดมองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความขัดเคือง เคมีร้อนรุ่มระหว่างทั้งคู่แผ่ซ่านเผา
เผาผลาญความเงียบงันในห้องนอนจนแทบละลาย ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังพุ่งทะยานสู่จุดสั่นไหว อุณหภูมิรอบตัวก็กลับลดฮวบลงอีกครั้งอย่างกะทันหัน!
ไฟเพดานดวงใหญ่กระพริบถี่ๆ สองสามทิษก่อนจะดับสนิท เหลือเพียงแสงไฟนีออนสลัวจากนอกหน้าต่างที่สาดส่องเข้ามา
คีย์ชะงัก ร่างสูงผละออกจากรินอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักล่าตื่นตัวเต็มที่ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือรินให้มาหลบอยู่ด้านหลังพร้อมกับพลิกฝ่ามือเรียกอัคคีทมิฬสีนิลกาฬลุกโชนขึ้นที่ปลายนิ้ว
"ซ่อนอยู่ข้างหลังฉัน... อย่าขยับไปไหนเด็ดขาด" เสียงกระซิบสั่งเฉียบขาดและจริงจังจนรินไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
กลางห้องนอนที่มืดสลัว... เงาร่างสีดำทะมึนของหญิงสาวที่เคยปรากฏตัวเมื่อตอนหัวค่ำ ค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมมืดของตู้เสื้อผ้า ร่างของเธอโปร่งแสงจนมองทะลุผ่านไปได้ เส้นผมยาวสยายปิดบังใบหน้าครึ่งซีก หยดน้ำสีแดงสดหยดติ๋งลงบนพื้นพรมทุกย่างก้าวที่เธอเคลื่อนไหว
แต่สิ่งที่ทำให้คีย์ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ คือดวงตาสีแดงฉานที่จ้องตรงมายังริน ไม่ได้มองมาที่เขา... และริมฝีปากซีดเซียวที่อ้าออกเพื่อเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเฉียบ
*"ช่วย... ช่วยฉันด้วย... ริน... นายจำฉันไม่ได้จริงๆ หรือ..."*
วิญญาณสาวไม่ได้ต้องการจะทำร้าย แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก และที่สำคัญที่สุด... เธอกำลังเรียกชื่อเขาอย่างสนิทสนมราวกับเป็นคนใกล้ชิด!
รินเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ ภาพความทรงจำสีเทาจางๆ ในอดีตที่เขาพยายามลืมเลือน ผุดวาบขึ้นมาในหัวสมองอย่างรวดเร็ว
คีย์หันขวับกลับมามองรินด้วยสายตาดุดันและเต็มไปด้วยคำถาม พร้อมกับเสียงกระซิบลอดไรฟันที่ทำให้รินรู้สึกเหมือนตกลงไปในหลุมพรางที่ลึกที่สุด
"ดูท่าทาง... นายจะมีความลับอะไรที่ยังไม่ได้บอกฉันสินะ ริน?"
--------------------------------------------------
*ขอบคุณที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะครับ*
ดีลลับจับผีมาเป็นผัว (Ghostly Contract)•ตอนที่ 4
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับจับผีมาเป็นผัว (Ghostly Contract) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!