แสงไฟนีออนสีฟ้าจัดจ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดกระทบใบหน้าคมคายของริน สะท้อนแววตาตื่นตะลึงที่ฉายชัดอยู่หลังกรอบแว่นสายตา นิ้วเรียวยังคงค้างอยู่บนแป้นพิมพ์ หลังจากภาพในกล้องวงจรปิดมุมอับของตึกร้างโซน C ถูกขยายจนเห็นรายละเอียดชัดเจน
“คีย์...” ผมครางชื่อเขาเบาๆ เมื่อมองเห็นภาพในจอชัดเจน “นั่นมัน... น้องสาวของเวกัสไม่ใช่เหรอ?”
ความเงียบงันปกคลุมห้องทำงานส่วนตัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของเคสคอมพิวเตอร์ที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ เป็นแบ็กกราวด์ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันมหาศาล คีย์ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ก่อนแล้ว ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
“รู้มากไป... จะอายุสั้นเอานะครับริน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับทรงพลังจนทำให้สันหลังของผมวาบหวิวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ผสมผสานระหว่างความกลัวและความเร้าใจ คีย์ทิ้งตัวเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว ขายยาวๆ ของเขาขยับเข้าประชิดพื้นที่ส่วนตัวของผมอย่างรวดเร็ว จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายความตายจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก
ผมรีบดันเก้าอี้ถอยหลังหนีอัตโนมัติ แต่ติดที่ขอบโต๊ะทำงานจนมุมอับ “ผมไม่ได้อยากรู้อยากเห็นอะไรทั้งนั้นแหละ แต่หลักฐานมันคาตาคุณจะให้ผมตาบอดหรือไง? อีกอย่าง... น้องสาวของเวกัสที่ควรจะอยู่ต่างประเทศ ทำไมถึงมาโผล่ในเขตอิทธิพลของคุณได้แถมยัง... เอ่อ สภาพปางตายแบบนั้น”
“ปากเก่งจังนะครับ” คีย์โน้มตัวลงมา มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะทำงานไว้ กักตัวผมให้อยู่ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบทำให้ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม “ห่วงตัวเองก่อนดีกว่าไหม ที่ลากสังขารมานั่งสืบเรื่องของผมแบบนี้ คิดว่าตัวเองเป็นสายลับจากสำนักไหนกัน?”
“ผมเป็นแค่ไอทีฟรีlancerที่โดนคุณลากมาเอี่ยวกับเรื่องบ้าๆ นี้ต่างหาก!” ผมเถียงกลับเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตจ้องมองสบตากับเขาอย่างไม่ลดละ “พูดความจริงมานะคีย์ เว็บไซต์มืดนั่นกับบริษัทอสังหาฯ ของคุณเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลเวกัส ทำไมคุณต้องไปพัวพันกับเด็กคนนั้น หรือว่าทั้งหมดนี่... เป็นเกมแก้แค้นบ้าๆ ของพวกคุณผู้มีอิทธิพล?”
รินเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ความดื้อรั้นในแววตาคู่นั้นสะท้อนความกล้าหาญที่หาได้ยากในยามคับขัน แต่มันกลับเป็นตัวกระตุ้นสัญชาตญาณความเป็นนักล่าของคนตรงหน้าอย่างดีเยี่ยม
คีย์จ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ ไม่หยุดนิ่งนั้นด้วยแววตาลึกล้ำ ประกายไฟบางอย่างพาดผ่านนัยน์ตาคมดุ รอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นช้าๆ แฝงความอันตรายจนผมต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“สงสัยเก่ง... ถามเก่ง...” คีย์พึมพำเสียงพร่า มืออีกข้างที่ว่างเอื้อมขึ้นมาจับปลายคางของผมไว้ด้วยปลายนิ้วอุ่นจัด บังคับให้เงยหน้าสบตากับเขาตรงๆ “แต่รู้ไหมครับว่า คนที่รู้อะไรมากเกินไปในโลกของผมเขามีวิธีจัดการยังไง?”
“อะ...ไอ้บ้านี่ จะทำอะไร...” ผมพยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่แรงบิดที่ปลายคางช่างมั่นคงราวกับคีมเหล็ก ร่างกายถูกตรึงไว้ด้วยซีก7 ของร่างกายแกร่งที่ทาบทับลงมาเรื่อยๆ จนแทบไม่มีอากาศหายใจ
“ถ้าไม่อยากโดนลงโทษด้วยวิธีอื่น...” คีย์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเขาแหบพร่าจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ “ผมคิดว่าการทำให้คุณ ‘หุบปาก’ ด้วยวิธีนี้... น่าจะง่ายที่สุดสำหรับผม”
สิ้นคำพูดนั้น ดวงตากลมโตของผมก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาอย่างรวดเร็ว ระยะห่างที่น้อยนิดถูกร่นจนหมดสิ้น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนผิวกายร้อนผ่าว ริมฝีปากหยักลึกของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นที่จ่ออยู่ตรงหน้า
รินแทบหยุดหายใจ สมองประมวลผลไม่ทันกับจู่โจมที่รวดเร็วดั่งพายุหมุนของคนเอาแต่ใจ ความรู้สึกวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ทั้งตกใจ ทั้งขัดขืน และลึกๆ แล้ว... หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะอย่างน่าอับอาย
*หมับ!*
มือข้างหนึ่งของผมยกขึ้นดันอกแกร่งไว้สุดแรงเกิด ป้องกันไม่ให้ริมฝีปากของเราแตะสัมผัสกันในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ลมหายใจของคีย์หยุดชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมดุหรี่ลงมองเจ้าของมือเรียวที่กล้าดีมาดันอกเขาไว้
บรรยากาศระหว่างเราตึงเครียดจนแทบมีประกายไฟแลបแปล๊บ คีย์จ้องผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคุกกรองและความขบขันในคราวเดียวกัน ส่วนรินหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหูด้วยความเคืองโกรธผสมความเขินอายที่พยายามเก็บซ่อนไว้อย่างสุดชีวิต
“คุณนี่มัน... เผด็จการชะมัด!” ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเรืองรองด้วยความไม่ยอมแพ้ “คิดจะจูบก็จูบ คิดจะบังคับก็บังคับ ผมไม่ใช่ตุ๊กตาของคุณนะคีย์!”
คีย์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความพึงพอใจ เขายังไม่ยอมถอยใบหน้าออกไปไหน แถมยังโน้มน้ำหนักตัวลงมาเพิ่มแรงกดดันจนผมต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้จนแทบหงายหลัง
“หึ... ปากดีแบบนี้สิครับ ถึงน่าจับมาสั่งสอนให้เข็ดหลาบเสียให้เข็ด” คีย์กระซิบชิดริมฝีปากที่ถูกกั้นไว้ด้วยฝ่ามือของผม “แต่เอาเถอะครับ วันนี้ผมจะปล่อยคุณไปก่อน... ถือว่าผมใจดีก็แล้วกัน”
รินถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ทว่ายังไม่ทันที่กล้ามเนื้อส่วนไหนจะได้ผ่อนคลาย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
“คุณคีย์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!”
เสียงร้อนรนของลูกน้องคนสนิทดังแทรกเข้ามาในความเงียบ พร้อมกับร่างของชายชุดดำที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด แต่แล้วฝีเท้าของเขาก็ต้องชะงักกึก เมื่อเห็นภาพนายใหญ่ของตนกำลังคร่อมทับไอทีหนุ่มหน้าหวานอยู่บนเก้าอี้ทำงานในระยะประชิดชนิดแนบชิดติดกัน
บรรยากาศในห้องหยุดนิ่งไปชั่วขณะ คีย์ค่อยๆ ผละตัวออกช้าๆ ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ดวงตาคมดุหันไปมองลูกน้องด้วยแววตาน่ากลัวจนอีกฝ่ายหน้าซีดเผือด
“มีอะไร?” คีย์ถามเสียงเย็นเยียบ
“คือ... คือว่า... ศพในห้องใต้ดิน... หายไปครับ!”
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความระทึกและเคมีร้อนแรงนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
ดีลลับจับผีมาเป็นผัว (Ghostly Contract)•ตอนที่ 8
จูบตัดบท
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับจับผีมาเป็นผัว (Ghostly Contract) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!