กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษเอกสารราคาแพงอบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของคอนโดมิเนียมหรู แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบราวนกับห้องเก็บศพ รินนั่งกอดอกอยู่บนโซฟาหนังสีชา กวาดสายตามองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ตอนนี้... กำลังคุกเข่าลงกับพื้นพรมหน้าโซฟาของเขาอย่างไม่แคร์ภาพลักษณ์ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหมื่นล้านเลยแม้แต่น้อย
"ลุกขึ้นเลยนะคีย์ เลิกเล่นอะไรไร้สาระแบบนี้สักที"
รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว แต่แววตาไหววูบอย่างปิดไม่มิดยามมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อตลาดมืดเหนือธรรมชาติ คีย์ในยามนี้ไม่มีเค้าandลางความเย่อหยิ่งจองหองหรือสายตาดุดันที่เคยใช้กดดันเขาเหมือนวันก่อน เหลือเพียงแววตาออดอ้อมที่สะท้อนเงาร่างของเขาอยู่ภายในนั้น
"ผมไม่ได้เล่น" คีย์เงยหน้าขึ้นสบตา น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยเฉียบคมราวนใบมีดกลับเจือความสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างจงใจ มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะชายกางเกงของอีกฝ่าย แต่ก็ต้องชะงักค้างไว้กลางอากาศเมื่อรินขยับตัวหนี "ถ้าคุณไม่ยอมหายโกรธ ผมก็จะไม่ลุกขึ้นจากตรงนี้"
"นี่คุณเป็นเด็กเจ็ดขวบหรือไง ถึงใช้มุกคุกเข่าประท้วงเนี่ย" รินพ่นลมหายใจพรืด พยายามดึงสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนหัวใจที่เต้นรำผิดจังหวะ "คนที่ควรโกรธมันคือผมต่างหาก คีย์! คุณปิดบังเรื่องสัญญาของเวกัส แถมยังเอาตัวไปเสี่ยงกับพวกวิญญาณอาฆาตพวกนั้นโดยไม่บอกผมสักคำ คิดว่าตัวเองเป็นอมตะหรือไง!"
"ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นอมตะ..." คีย์ทวนคำ เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความนัยลึกซึ้ง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนปากแข็ง "แต่ผมกลัว... กลัวว่าถ้าผมจัดการเรื่องนี้ไม่จบ คุณจะเป็นอันตราย ดวงวิญญาณของคุณเชื่อมโยงกับดีลนั้น ริน... สำหรับผม ไม่มีอะไรในโลกนี้สำคัญไปกว่าความปลอดภัยของคุณอีกแล้ว"
ประโยคบอกเล่าเรียบง่ายแต่น้ำเสียงจริงจังราวกับสลักลงไปในหินทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน รินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจที่เคยพยายามสร้างกำแพงเหล็กกล้าขึ้นมาป้องกันตัวสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขารู้ดีว่าคีย์เป็นคนเผด็จการและปากร้ายแค่ไหน แต่ทุกการกระทำที่ผ่านมา... มันพิสูจน์ชัดเจนว่าผู้ชายคนนี้ยอมแลกได้แม้กระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องเขา
"แล้วทำไมต้องทำตัวเหมือน... เหมือนลูกหมาโดนทิ้งแบบนี้ด้วยเล่า" เสียงของรินอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความโกรธเคืองที่เคยสุมอกมลายหายไป เหลือเพียงความอึดอัดระคนจั๊กจี้หัวใจกับภาพตรงหน้า
"ก็ถ้าทำวิธีปกติแล้วคุณไม่ยอมฟัง ผมก็ต้องใช้ไม้นี้แหละครับ" มุมปากของนักธุรกิจหนุ่มยกขึ้นนิดหน่อย กลายเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ฉายแววคลั่งรักชัดเจน คีย์ขยับเข่าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนเข่าแทบจะชิดกับปลายเท้าของริน "ยอมรับมาเถอะว่าคุณใจอ่อนกับผมแล้ว ริน... หน้าแดงใหญ่แล้วนะคนเก่ง"
"ใครหน้าแดง! อย่ามามั่ว!" รินรีบยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองร้อนผ่าว ถอยหลังหนีจนแผ่นหลังติดพนักโซฟา แต่คีย์กลับอาศัยจังหวะนี้โน้มตัวเข้าประชิด มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเขาไว้เบาๆ ไม่ให้ขยับหนีไปไหน ร่างสูงลุกขึ้นจากพื้นแล้วทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่บนเบาะโซฟาแทน กักขังร่างเพรียวไว้ใต้ร่างอย่างง่ายดาย
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายโชยเข้าจมูกจนรินรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดริมฝีปาก ไดอะล็อกเชือดเฉือนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันอันตรายที่อบอวลไปด้วยเคมีร้อนแรง
"ปล่อยเลยนะคีย์ แคบจะตายอยู่แล้ว" รินเอ็ดเบาๆ มือบางพยายามดันไหล่กว้างออก แต่แรงแค่นั้นไม่ต่างอะไรกับการลูบคลำสำหรับคนตัวโตกว่า
"ไม่ปล่อยครับ จนกว่าคุณจะหายงอนผม" คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี "จะให้ผมทำยังไงอีก คุณถึงจะยอมให้ผมกอดดีๆ หืม? หรือต้องให้ผมคุกเข่าขอโทษแบบนี้ไปทั้งคืน?"
"คุณนี่มัน..." รินอ้าปากจะต่อว่า แต่คำพูดทั้งหมดก็ถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล เป็นการจุมพิตที่ไม่มีการรุกล้ำด้วยความดุดันเหมือนทุกครั้ง มีเพียงความอ่อนโยนเว้าวอนที่ส่งผ่านความรู้สึกผิดและคำขอโทษทั้งหมดออกมา จนรินที่ตั้งท่าจะต่อต้านถึงกับสมองขาวโพลน มือที่ดันไหล่อีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทแน่นโดยไม่รู้ตัว
จังหวะหัวใจของคนทั้งคู่เต้นระรัวแข่งกับเสียงนาฬิกาบนผนัง คีย์ค่อยๆ ผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปลายนิ้วเรียวไล่เกลี่ยพวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีแดงจัดด้วยความเอ็นดูระคนหลงใหล
"หายโกรธผมเถอะนะริน... เรื่องเวกัส ผมจัดการเอง คุณแค่รออยู่ข้างหลังผมก็พอ" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู เรียกความสั่นสะท้านไปถึงสันหลัง
รินหลบสายตา พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา "คุณมันคนเจ้าเล่ห์ที่สุด..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันทำลายบรรยากาศสีชมพูในห้องลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา คีย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่รินสะดุ้งสุดตัวรีบผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่างทันที
"ใครมาตอนนี้เนี่ย..." รินบ่นพึมพำ พยายามจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่
"ไม่ต้องสนใจ ให้มันรออยู่ข้างนอกนั่นแหละ" คีย์ทำหน้าบูดบึ้ง ไม่ยอมขยับตัวไปไหน ร่างสูงยังคงกอดอกมองประตูด้วยสายตาร้ายกาจ
ทว่า ก่อนที่รินจะทันได้เอ่ยปากห้าม เสียงบิดลูกบิดประตูก็ดังขึ้นเองจากด้านนอก ทั้งๆ ที่ระบบความปลอดภัยของคอนโดนี้เป็นแบบสแกนนิ้วมือ! ประตูค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับไอเย็นยะเยือกที่พัดกรรโชกเข้ามาในห้องจนเปลวเทียนอโ로มาดับวูบลงทันที
ร่างเงาสูงโปร่งในชุดสูทย้อนยุคก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาสสีแดงฉานจ้องตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคน
"ขอโทษที่ขัดจังหวะความหวานนะครับ... แต่ดูเหมือนว่า 'ดีล' ของเรา จะยังสะสางไม่เสร็จสินนะ คุณคีย์"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะครับ [ประตูมิติที่แปด]
ดีลลับจับผีมาเป็นผัว (Ghostly Contract)•ตอนที่ 20
เมื่อคนใจร้ายกลายเป็นหมา
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับจับผีมาเป็นผัว (Ghostly Contract) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!