ความเงียบงันในยามวิกาลของคฤหาสน์สกุลหลง มิได้ให้ความรู้สึกสงบสุขแม้แต่น้อย หากแต่เป็นความเงียบสงบอันน่าสะพรึงกลัว ดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิตให้จมดิ่งลงสู่ความมืดมิด
หลงเฟยเทียนก้าวเท้าเข้ามาในตัวบ้านด้วยความเหนื่อยล้าจากการเคลียร์เอกสารทางธุรกิจกองโต นิ้วแกร่งปลดกระดุมคอเสื้อเม็ดบนออกด้วยความหงุดหงิดระคนกระวนกระวายใจอย่างประหลาด ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา สมาธิของเขาหลุดลอยไปอยู่ที่เรือนพักด้านในซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพใบหน้าซีดเซียวแต่เด็ดเดี่ยวของไป๋ลี่หลินในวันสุดท้ายที่เธอหันหลังให้ ยังคงตามหลอกหลอนราวกับคำสาปแช่ง
ปกติเวลานี้... กลิ่นอายของซุปสมุนไพรตุ๋นร้อนๆ และเสียงฝีเท้าเร่งรีบแต่แผ่วเบาของนางจะต้องต้อนรับเขาที่หน้าประตูเสมอ
"ลี่หลิน..."
เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อภรรยาออกไปโดยไม่รู้ตัว ความว่างเปล่าที่สะท้อนกลับมามีเพียงเสียงก้องของฝีเท้าตนเองบนพื้นหินอ่อน ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วทุกมุมห้องรับแขก ไม่มีแม้แต่แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันหรือเทียนไขสักดวง ราวกับว่าสถานที่แห่งนี้ไร้ซึ่งชีวิตชีวามาเนิ่นนานแล้ว
เฟยเทียนขมวดคิ้วแน่น ความตื่นตระหนกวาบขึ้นในอกอย่างกะทันหัน เขาสลัดความเหนื่อยล้าทิ้งแล้วสาวเท้ายาวๆ ตรงไปยังเรือนพักส่วนตัวของนางทันที มือหนาผลักบานประตูไม้แกะสลักอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น
*แอ๊ด...*
ภายในห้องว่างเปล่า...
ไม่มีร่างบางที่มักจะนั่งเย็บปักถักร้อยรอคอยเขาจนดึกดื่น ไม่มีร่องรอยของการอยู่อาศัย เสื้อผ้ามนusในตู้ถูกกวาดเรียบจนโล่งเตียน พื้นผิวโต๊ะเครื่องแป้งมีเพียงฝุ่นบางๆ เกาะอยู่เล็กน้อย ราวกับว่าเจ้าของห้องได้จากไปนานนับแรมปีแล้ว มิใช่เพียงแค่ไม่กี่วัน
ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง หัวใจของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาที่ขั้วหัวใจ ดุจมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงซ้ำๆ ในอก เขาก้าวเข้าไปหยิบสิ่งของชิ้นหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือ—กระดาษแผ่นบางที่ถูกเขียนด้วยลายมือเรียบร้อยและเด็ดเดี่ยว
*หนังสือหย่า*
อักษรทุกตัวกรีดลงบนกระดาษราวกับกรีดลงบนเนื้อสดๆ ของเขา หลงเฟยเทียนรู้สึกราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกจนหมดสิ้น ลมหายใจสะดุดกะทันหัน มือที่ถือกระดาษสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
"นางกล้า... นางกล้าทิ้งข้าไปจริงๆ หรือ!"
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน เขานึกถึงใบหน้าที่เคยอ่อนโยนและยอมจำนนต่อเขาเสมอ เหตุใดหญิงสาวผู้เคยเป็นดั่งเงาตามตัวเขาถึงได้กล้าตัดขาดสะบั้นเยื่อใยได้อย่างเลือดเย็นเช่นนี้
ทว่า ในความโกรธเกรี้ยวนั้น ความจริงอันโหดร้ายกลับกรัดกร่อนจิตใจเขาอย่างไม่ปรานี... ตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาเป็นคนผลักไสนางเอง เป็นคนมองข้ามหยาดน้ำตาและรอยแผลเป็นในใจของนาง มอบความเย็นชาและความห่างเหินให้ราวกับนางเป็นเพียงสิ่งของประดับบ้าน ไร้ค่า ไร้ความหมาย จนกระทั่งในวันที่นางหมดรักและตัดสินใจหันหลังเดินจากไป เขากลับเพิ่งมารู้สึกตัวว่าหัวใจของตนเองได้ถูกพรากหายไปพร้อมกับร่างบางนั้นเสียแล้ว
เฟยเทียนทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาคมเข้มแดงก่ำด้วยพิษความเจ็บปวดที่เพิ่งเคยได้สัมผัสเป็นครั้งแรกในชีวิต ความรู้สึกผิดบาปโถมเข้าใส่ดั่งคลื่นยักษ์ซัดสาด
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นขัดจังหวะความมืดมนในใจ พ่อบ้านผู้ชราก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือถือจดหมายฉบับเร่งด่วนที่เพิ่งถูกส่งมาถึงเมื่อครู่
"นายท่าน... มีข่าวสำคัญจากสายสืบที่ท่านส่งไปติดตามคุณوَลี่หลินขอรับ!" พ่อบ้านละล่ำละลักกล่าวด้วยความร้อนรน
เฟยเทียนเงยหน้าขึ้นทันที แววตาคมกริบฉายประกายความหวาดหวั่นผสมความหวังอันริบหรี่ เขาคว้าจดหมายจากมือพ่อบ้านมาฉีกกระชากออกอย่างรวดเร็ว สายตากวาดมองข้อความสั้นๆ ด้านในเพียงไม่กี่บรรทัด แต่กลับทำให้ลมหายใจของเขาหยุดชะงักไปชั่วขณะ
*...รายงานด่วน: พบคุณผู้หญิงไป๋ลี่หลินพักอาศัยอยู่ที่เรือนพักริมผาในเขตเมืองหลบภัย และ... และในอ้อมกอดของนาง มีเด็กชายวัยสามขวบผู้หนึ่ง ซึ่งมีใบหน้าถอดแบบมาจากท่านราวกับพิมพ์นิยม ทั้งดวงตา จมูก และรอยยิ้ม...*
ตัวหนังสือในจดหมายพร่าเลือนไปชั่วขณะ หลงเฟยเทียนชาไปทั้งร่าง สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำลงกลางกระหม่อม
เด็กชาย... วัยสามขวบ?
ลูก... ลูกของเขาอย่างนั้นหรือ?
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ)
หย่าแล้วอย่าหวังว่าฉันจะหันกลับไปมอง•ตอนที่ 4
ความว่างเปล่าที่เพิ่งสังเกต
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าฉันจะหันกลับไปมอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!