กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาชงใหม่ระคนกลิ่นอายดินชื้นหลังสายฝนโประปราย คือลมหายใจแรกแห่งอิสรภาพที่ไป๋ลี่หลินสูดเข้าปอดอย่างเต็ม
นิ้วเรียวบางภายใต้ร่มผ้าเนื้อหยาบกำกระปุกไม้ไง่บรรจุใบชาชั้นดีไว้แน่น เสียงฝาดกาน้ำชาทองเหลืองกระทบกับเตาถ่านดัง *กริ๊ง* เบาๆ เป็นจังหวะชีวิตที่เธอเป็นผู้กำหนดเองทั้งหมด ไม่ต้องมีสายตาเย็นชาของหลงเฟยเทียนคอยกดดัน ไม่ต้องมีเงาของมู่หว่านหรันคอยจิกกัดในเรือนใหญ่หลังนั้นอีกต่อไป
"ท่านแม่เจ้าคะ ขนมผิงนี่... ข้าชิมได้หรือยัง"
เสียงใสแจ๋วของเสี่ยวเป่าวัยสามขวบดังขึ้น เจ้าตัวน้อยดึงชายเสื้อคลุมเก่าๆ ของมารดาเบาๆ ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นช่างถอดแบบมาจากบุรุษใจร้ายคนนั้นเสียเหลือเกิน จนบางครั้ง... ลี่หลินอดไม่ได้ที่จะเจ็บแปลบในอกยามเผลอมองลึกเข้าไปในดวงตานั้น แต่กระนั้น ความรักและความอบอุ่นที่เธอทุ่มเทให้ลูกชายก็ลบเลือนรอยแผลเป็นในอดีตจนหมดสิ้น
"ยังทานไม่ได้ค่ะ คนเก่ง ต้องรอให้แขกกลุ่มแรกมาอุดหนุนร้านน้ำชาของเราเสียก่อนนะ6" ลี่หลินย่อกายลงลูบศีรษะเล็กอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มงดงามที่ไร้ซึ่งคราบน้ำตาปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียว แม้จะเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลและเริ่มต้นกิจการจากเงินเก็บก้อนสุดท้าย แต่หัวใจกลับเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ร้านน้ำชาเล็กๆ นามว่า "อวิ๋นจือ" (ความหมายดั่งเมฆาอิสระ) ตั้งอยู่ริมถนนสายรองของเมืองชิงโจว เมืองชายแดนที่ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองหลวง ที่นี่ไม่มีใครรู้จักฮูหยินเอกตระกูลหลง มีเพียงแม่ค้าหม้ายลูกติดผู้หนึ่งที่ใช้รอยยิ้มและชาหอมกรุ่นเลี้ยงปากท้องตนเองและบุตรชาย
ทว่า... ความสงบสุขมักเป็นเพียงภาพลวงตาในโลกที่อำนาจเงินตราสามารถซื้อได้ทุกสิ่ง
ม้าศึกสีดำสนิทฝียอดเยี่ยมควบทะยานฝุ่นตลบเข้ามาหยุดตรงหน้าตรอกแคบ บรรยากาศรอบกายพลันเยือกเย็นลงถนัดตา ฝูงชนที่เคยเดินขัดสนต่างรีบหลบทางให้แก่ผู้มาใหม่ด้วยความหวาดผวา ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองชั้นดีก้าวลงจากหลังม้าอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหิ้วกระหายกวาดมองไปรอบตัวด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะหยุดนิ่งสนิท ณ ป้ายไม้เก่าๆ หน้า "ร้านน้ำชาอวิ๋นจือ"
หลงเฟยเทียน... กัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเด่นชัด เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขาราวกับคนเสียสติ พลิกแผ่นดินตามหาหญิงสาวผู้กล้าอาจหาญทิ้งหนังสือหย่าไว้บนโต๊ะทำงานแล้วหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย ใบหน้าคมคายที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้ซูบผอมลง ดวงตาระREบไปด้วยเส้นเลือดแดงก่ำจากความเหนื่อยล้าและความคลุ้มคลั่งในการตามล่าตัวภรรยาหนี
เขาก้าวเข้าไปในร้านน้ำชาช้าๆ กลิ่นอายคุกคามแผ่ซ่านจนเด็กในละแวกนั้นต่างวิ่งหนีหาย
ลี่หลินที่กำลังเช็ดโต๊ะอยู่ชะงักมือทันที ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อเงาคุ้นเคยทอดทับลงมาตรงหน้า เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก ไม่คาดคิดเลยว่า... เขาสาบานว่าจะพลิกแผ่นดินหา จะตามมาเจอเร็วกว่าที่คาดไว้มากนัก!
"เก่งมากนะ... ไป๋ลี่หลิน" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน เอ่ยออกมาด้วยความเคียดแค้นผสมผสานกับความโหยหาที่กัดกินหัวใจเขามาแรมปี "คิดว่าหนีมาสุดขอบโลกแล้ว ข้าจะตามหาเจ้าไม่เจออย่างนั้นหรือ?"
ลี่หลินสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความเด็ดเดี่ยวทั้งหมดกลับคืนมา เธอยืดตัวตรง วางผ้าในมือลงอย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปสบตาคมกริบคู่นั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก
"ท่านอ๋อง... อ้อ ไม่สิ อดีטיสามีผู้สูงส่ง" ลี่หลินแย้มยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ที่นี่ไม่มีฮูหยินตระกูลหลงให้ท่านมาอาละวาด หากท่านมาดื่มชา เชิญนั่งโต๊ะด้านนอก แต่หากมาเพื่อหาเรื่อง... เกรงว่าท่านจะมาผิดที่เสียแล้วค่ะ"
หลงเฟยเทียนก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอในพริบตา กลิ่นกายบุรุษคุ้นเคยที่เธอเคยโหยหาบัดนี้กลับทำให้รู้สึกคลื่นไส้ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของเธอทันที แรงบีบมหาศาลบ่งบอกถึงโทสะที่พรั่งพรูจนแทบระเบิด
"เจ้ากล้าดีอย่างไร... ถึงกล้าทิ้งข้า กล้าหย่าขาดจากข้า!" เขาคำรามต่ำชิดริมฝีปากเธอ ดวงตาสีเข้มแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นและเจ็บปวดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "เจ้าคิดว่าชีวิตนี้จะหนีพ้นจากเงมือข้าหรือไง!"
"ปล่อยฉันนะคะ!" ลี่หลินสะบัดข้อมือสุดแรงเกิด ดวงตาดุดันจ้องมองเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว "เราหย่ากันขาดลอยตามกฎหมายและธรรมเนียมแล้ว! ท่านไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉันอีก หลงเฟยเทียน... ความรักความภักดีที่ฉันเคยมีให้ท่าน ท่านเป็นคนเหยียบย่ำมันจนแหลกคามือเอง อย่ามาเรียกร้องหาความยุติธรรมในตอนนี้ เพราะมันน่าสมเพชสิ้นดี!"
คำพูดเชือดเฉือนราวกริบมีดกรีดลงบนหัวใจของหลงเฟยเทียน เขาเจ็บแปลบจนแทบหายใจไม่ออก ร่างกายสั่นเทาด้วยความรู้สึกผิดที่โถมทับ แต่ในวินาทีที่เขาจะเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมา เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วของเด็กชายก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด
"ท่านลุงหน้าดุ... รังเกียจแม่ข้าหรือขอรับ?"
เสี่ยวเป่าก้าวออกมาจากหลังร้าน มือเล็กๆ ถือก้อนแป้งขนมผิงไว้แน่น ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ มองบุรุษร่างสูงใหญ่อย่างไร้เดียงสา
หลงเฟยเทียนชะงักงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาล ร่างกายทั้งร่างแข็งค้างเมื่อก้มลงสบตากับเด็กชายตรงหน้า... ใบหน้าจิမ်းลิ้มนั้น ดวงตาดำขลับคู่นั้น จมูกรั้นนั้น... มันถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา!
ลมหายใจของหลงเฟยเทียนขาดห้วง สมองขาวโพลน หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ
...นี่คือ... เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอย่างนั้นหรือ?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังว่าฉันจะหันกลับไปมอง•ตอนที่ 5
ก้าวแรกสู่อิสรภาพ
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าฉันจะหันกลับไปมอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!