คมมีดพับเล่มเล็กที่สะท้อนแสงจันทร์สลัวไม่ได้ระคายผิวของคณาธิปเท่ากับความจริงที่ว่า... ลานจอดรถใต้ดินของคอนโดมิเนียมหรูแห่งนี้กลายเป็นจุดอับสัญญาณชีวิตไปเสียแล้ว
ร่างโปร่งในชุดสูททำงานลำลองถอยหลังไปหนึ่งก้าว สัญชาตญาณดิบของโอเมก้ากรีดร้องเตือนภัย แต่ศักดิ์ศรีของสถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครกลับสั่งให้เขายืดอกขึ้น สองมือชำนาญการกระชับแฟ้มแบบแปลนในมือแน่นราวกับมันคือโล่ห์ป้องกันตัว
"พวกแกเป็นใคร..." น้ำเสียงทุ้มต่ำพยายามควบคุมไม่ให้สั่นไหว แม้กลิ่นอายฟีโรโมนแปลกปลอมที่ลอยมาตามลมจะเริ่มกดทับจนหายใจลำบาก
"อย่ารู้เลยดีกว่าครับคุณสถาปนิก... แค่ส่ง 'โปรเจกต์เดอะทรัสต์' ในมือมาให้พวกเราทุกอย่างก็จบ คุณจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว" ชายฉกรรจ์หัวโจกยิ้มเยาะ ดวงตาคมกริบมองสำรวจร่างบางด้วยสายตาคุกคาม กลิ่นอัลฟาชั้นต่ำลอยคละคลุ้งจนคณาธิปอยากจะอาเจียน
ให้ตายสิ... งานออกแบบมูลค่าหลายร้อยล้านที่เขาอดหลับอดนอนทำมาเป็นเดือน พวกมันกล้าดียังไงถึงคิดจะปล้นมันไปดื้อๆ!
นิ้วเรียวสวยเตรียมจะคว I-Phone ในกระเป๋าเสื้อสูทเพื่อกดโทรหาธนัตถ์ แต่เร็วกว่าความคิด ชายร่างยักษ์คนหนึ่งพุ่งเข้ามาประชิดตัวพร้อมคว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงปะทะทำให้แฟ้มกระดาษร่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้นซีเมนต์ เย็นเฉียบยิ่งกว่าลมหนาว
"ปล่อยนะ!" คณาธิปสะบัดข้อมือหนีสุดแรง เกิดการยื้อยุดฉุดกระชากกันชั่ววินาทีที่หัวใจของโอเมก้าเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
*เอี๊ยด—!*
เสียงเบรกของยางรถยนต์สปอร์ตหรูราคาแพงดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วลานจอดรถ ประตูรถฝั่งคนขับถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวออกมาด้วยออร่ากดดันที่รุนแรงเสียจนกลุ่มชายฉกรรจ์ถึงกับชะงักกึก
กลิ่นอายฟีโรโมนของอัลฟาบริสุทธิ์... กลิ่นสนซีดาร์เข้มข้นผสมกับความเย็นเยือกของวอดก้าพุ่งทะยานเข้าปกคลุมพื้นที่รอบบริเวณทันทีที่เจ้าตัวก้าวเท้าลงพื้น มันไม่ใช่แค่การข่มขู่ แต่มันคือการประกาศอาณาเขตที่ดุร้ายและพร้อมฉีกกระชากทุกสิ่งที่กล้าแตะต้อง 'ของ' ของมัน
"มือสกปรกๆ ของพวกแก... กำลังจับใครอยู่?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ภาคินในชุดสูทสีเข้มไร้เนคไท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตานิ่งสนิทที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่คณาธิปเคยเห็นมา ซีอีโอหนุ่มไม่ได้ดูเหมือนนักธุรกิจผู้ดีในห้องประชุมเลยสักนิด แต่เขาดูเหมือนนักล่าที่กำลังโกรธเกรี้ยวและพร้อมฝังเขี้ยวลงบนคอเหยื่อ
"เสือกอะไรด้วยวะ!" ชายหัวโจกหันไปตะคอก แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัวเข้าหา ร่างของภาคินก็พุ่งเข้าประชิดด้วยความเร็วสูง หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ปลายคางของชายคนนั้นเต็มแรงจนเซถลาล้มคว่ำไปกองกับพื้นในหมัดเดียว!
ความชุลมุนเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา เมื่อลูกน้องที่เหลือพยายามกรูเข้าไปรุม แต่ภาคินกลับเคลื่อนไหวอย่างไร้ที่ติ ราวกับผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ทั้งเตะทั้งศอกใส่จุดยุทธศาสตร์จนพวกมันพากันวิ่งหนีหางจุกตูดออกไปทางทางออกฉุกเฉินอย่างไม่คิดชีวิต
ลานจอดรถกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของคณาธิปที่ยืนพิงเสาปูนด้วยความตกตะลึง
ภาคินปัดฝุ่นตามเสื้อสูทของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้ สองมือหนาเอื้อมไปหยิบแฟ้มแบบแปลนที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่นเบาๆ แล้วยื่นกลับมาให้เจ้าของ ดวงตาคมมองสำรวจร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเป็นห่วงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"เจ็บตรงไหนไหมครับคุณสถาปนิก... หรือต้องให้ผมตรวจดูให้ละเอียดทุกตารางนิ้วดี?" น้ำเสียงกวนประสาทถูกงัดกลับมาใช้อย่างรวดเร็วทันทีที่สถานการณ์ปลอดภัย
คณาธิปกัดริมฝีปากแน่น ดึงแฟ้มในมือกลับมาแนบอก เมินสายแพรวพราวของอัลฟาเจ้าเล่ห์ "ผมดูแลตัวเองได้... แล้วก็ขอบคุณสำหรับความ 'เสือก' เมื่อครู่ด้วยนะคับ... เอ่อ... ค่ะ!" เกือบหลุดปากพูดผิดจนได้ สถาปนิกหนุ่มหน้าตึงขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่เผลอแสดงด้านอ่อนแอออกไปต่อหน้าผู้ชายคนนี้
ภาคินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก้าวเข้าไปประชิดตัวจนคณาธิปต้องผถอยหลังจนแผ่นหลังชิดติดเสาปูน "ปากเก่งจังนะครับ... เมื่อกี้ยังทำหน้าเหมือนลูกแมวโดนรังแกอยู่เลยนี่นา"
"ถอยไปนะภาคิน!"
"ไม่ถอยครับ... และเพื่อเป็นการขอบคุณที่ผมช่วยชีวิตคุณไว้ มื้อค่ำนี้เราคงต้องเปลี่ยนบรรยากาศจากร้านอาหารหรู มาเป็นร้านข้างทางรสจัดจ้าน... หรือไม่ก็... บนเตียงนุ่มๆ ของผมดีล่ะครับ?"
คำพูดหยอกเย้าที่แฝงความจริงจังทำเอาอุณหภูมิรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ คณาธิปเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันด้วยความเคือง
แต่ก่อนที่คณาธิปจะได้เอאะปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของภาคินก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ซีอีโอหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว ดวงตาก็ไหววูบไปประกายหนึ่งที่อ่านไม่ออก
ภาคินกดรับสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย ฟังคู่สนทนาเพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคณาธิปด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาดที่ทำให้สถาปนิกหนุ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเอาเสียเลย
"เปลี่ยนแผน..." ภาคินลดโทรศัพท์ลง น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหูของคนตัวเล็กที่ยืนแข็งทื่อ "คนที่ส่งคนมาปล้นแบบแปลนคุณเมื่อกี้... ไม่ใช่คู่แข่งทางธุรกิจธรรมดาหรอกนะครับ..."
ดวงตากลมโตของคณาธิปเบิกกว้างขึ้นในความมืด เมื่อภาคินกระซิบประโยคถัดมาที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
"...แต่เป็น 'คนใกล้ตัว' ที่คุณไว้ใจที่สุด... และตอนนี้เขากำลังยืนรอเราอยู่บนห้องทำงานของคุณบนโน้นแล้วล่ะครับ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกและเคมีสุดแซ่บในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
อัลฟาเจ้าเล่ห์กับสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 5
มื้อค่ำรสจัดจ้าน
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟาเจ้าเล่ห์กับสถาปนิกปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!