อัลฟาเจ้าเล่ห์กับสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 4

นอกเวลางานคือสนามรบ

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
"ถ้าคุณยังเดินตามผมมาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่านี่เป็นการคุกคามทางพื้นที่ส่วนบุคคล และต่อให้คุณจะเป็นอัลฟาหน้าเลือดที่กุมชะตากรรมโปรเจกต์นี้ไว้ในมือ ผมก็จะแจ้งความข้อหาอนาจารทางสายตาเสียเดี๋ยวนี้แหละค่ะ" เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเรียบนิ่งเสมอในยามปกติเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธ คณาธิปสะบัดร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูปหันกลับมาประจันหน้ากับผู้ชายที่ถือวิสาสะเดินตามหลังเขาแจตั้งแต่ชั้นล็อบบี้จนถึงเขตก่อสร้างโซนโครงสร้างหลักชั้นสี่ ฝุ่นปูนและกลิ่นอายความชื้นของคอนกรีตไม่สามารถกลบกลิ่นฟีโรโมนจางๆ ที่ทรงอำนาจและแสนจะคุ้นเคยของอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย ภาคินหยุดฝีเท้าลงอย่างไม่รีบร้อน รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์และท้าทายประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดวงตาคมกริบกวาดมองสถาปนิกหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวราวกับสูงขึ้นอีกหลายองศา "แจ้งความข้อหาอะไรดีล่ะครับ คณิน... ข้อหาแอบมองคุณด้วยความเสน่หา หรือข้อหาอยากพาคุณไปดินเนอร์หรูเพื่อชดเชยเวลาทำงานล่วงเวลาดี?" ภาคินก้าวเท้าเข้าไปประชิดอีกนิดอย่างจงใจ บังคับให้อีกฝ่ายต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาคอนกรีตเปลือย "อีกอย่าง... ดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจของคุณเมื่อครู่ที่ห้องประชุมใหญ่ มันฟ้องชัดเจนเลยนะว่าคุณไม่ได้รังเกียจผมขนาดนั้น" คณาธิปเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่อารมณ์พลุ่งพล่านที่เกิดจากปฏิกิริยาทางชีววิทยาของโอเมก้าที่ถูกคุกคามด้วยฟีโรโมนอัลฟาระดับสูงต่างหากที่ทำให้เขาต้องกำหมัดแน่นเพื่อข่มกลั้นความสั่นไหวเอาไว้ เหตุการณ์ในห้องประชุมเมื่อชั่วโมงก่อนยังติดตรึงในความทรงจำ ดวงตาของเขาและภาคินที่ประสานกันนิ่งนาน ท่ามกลางความเงียบงันของคณะกรรมการบริหาร ภาพที่ซีอีโอหนุ่มจงใจดึงเอกสารแบบแปลนที่เขาออกแบบมาพลิกดูทีละหน้าอย่างพิจารณา พร้อมรอยยิ้มพึงใจที่ส่งตรงมาให้เขาคนเดียว มันคือชนวนเหตุที่ทำให้ผู้ชายคนนี้ตามตื๊อเขาไม่เลิกราจนถึงไซต์งานในยามที่เลยเวลาเลิกงานมาโขแล้วเช่นนี้ "ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่า นอกเวลางานและนอกห้องประชุม เราไม่มีธุระอะไรต้องคุยกันเรื่องงานอีก แปลนตึกชุดนั้นผ่านการอนุมัติแบบมีเงื่อนไขแล้ว หน้าที่ของผมคือแก้ตามคอมเมนต์ ไม่ใช่มานั่งดินเนอร์เคลียร์ไอเดียอะไรไร้สาระกับคุณ" คณาธิปเชิดหน้าขึ้น สู้สายตากลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ในตอนนี้จะเหลือเพียงคืบเดียวก็ตาม "ไร้สาระเหรอครับ?" ภาคินทิ้งน้ำเสียงทุ้มต่ำลงจนแหบพร่า ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยประกายความคลั่งไพรที่ปิดไม่มิด มือหนายกขึ้นท้าวกับเสาคอนกรีต กักขังร่างโปร่งไว้ตรงกลาง "สำหรับผม การได้มานั่งคุยรายละเอียดโครงสร้างกับสถาปนิกปากแข็ง... เป็นเรื่องเดียวในวันนี้ที่คุ้มค่าแก่การรอคอยที่สุด" "คุณภาคิน!" "ไปทานมื้อค่ำกับผมซะดีๆ คณิน" ภาคินยื่นคำขาด น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างเฉียบพลัน "ไม่อย่างนั้น... ผมอาจจะใช้อำนาจความเป็นเจ้าของโครงการ สั่งให้รื้อแบบที่คุณเพิ่งแก้เสร็จเมื่อคืนแล้วให้คุณเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หน้าแรก... คุณก็รู้ว่าผมทำจริง" ไอ้คนเผด็จการ! ไอ้หน้าเลือด! ไอ้บ้าอำนาจ! คำด่าทอนับร้อยพรั่งพรูอยู่ในหัวของสถาปนิกหนุ่ม คณาธิปกัดฟันกรอดด้วยความคับแค้นใจ อยากจะยกแฟ้มแบบแปลนฟาดหน้าหล่อๆ ของอีกฝ่ายสักทีสองทีให้สาสมกับความเจ้าเล่ห์เพทุบาย แต่เขาก็รู้ดีว่าคนอย่างภาคินพูดจริงทำจริงและมีอำนาจล้นมือพอที่จะทำอย่างนั้นได้จริงๆ "คุณมัน... ทุเรศที่สุด" คณาธิปเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเคืองแค้น "ถือว่าเป็นการชมจากใจจริงก็แล้วกันครับ" ภาคินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับด้วยชัยชนะ "ตกลงตามนี้ ผมจองร้านอาหารอิตาเลียนเงียบๆ ใกล้ ริมแม่น้ำไว้แล้ว เชิญครับท่านสถาปนิก... รถผมจอดอยู่ข้างล่าง" คณาธิปสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อระงับอารมณ์เดือดดาลในอก ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วก้าวเดินนำลิ่วไปก่อนโดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดอะไรต่อ ภาคินมองตามร่างโปร่งที่เดินกระแทกส้นเท้าด้วยความเอ็นดู รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างผู้กำชัยชนะในเกมนี้ รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากไซต์งานก่อสร้าง ท่ามกลางแสงไฟนีออนของเมืองหลวงที่เริ่มสว่างไสว บรรยากาศภายในรถเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ที่เคล้าคลอไปกับการเดินทาง ตลอดทาง คณาธิปเอาแต่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ปฏิเสธที่จะปริปากสนทนากับคนขับรถจำเป็นแม้แต่คำเดียว ภาคินเองก็ไม่ได้เร่งเร้า เขาปล่อยให้ความเงียบโอบล้อมคนตัวเล็ก ปล่อยให้เวลาเดินหน้าไปพร้อมกับความตึงเครียดที่เจือความหวานล้ำบางเบาในอากาศ จนกระทั่งรถหรูเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทที่ลานจอดรถของร้านอาหารริมน้ำบรรยากาศโรแมนติกตามที่ภาคินได้กล่าวอ้างไว้จริงๆ ทั้งคู่ก้าวลงจากรถ คณาธิปยืนกอดอกนิ่งไม่ยอมขยับตัวตามเมื่อเห็นว่าบรรยากาศรอบตัวมันเงียบสงบและเป็นส่วนตัวจนเกินไป มากเสียจนทำให้สัญชาตญาณโอเมก้าของเขาร้องเตือนภัยเบาๆ ว่านี่อาจไม่ใช่แค่การทานมื้อค่ำเพื่อแลกเปลี่ยนไอเดียธรรมดาอย่างที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง "เข้าข้างในสครับ หรือจะให้ผมอุ้มเข้าไป?" ภาคินโน้มใบหน้าเข้ามากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววหยหยันแกมหยอกล้อจนขนลุกชัน คณาธิปหันขวับกลับมาเตรียมจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ออกไปเพื่อระบายความอึดอัด แต่ทว่า— จังหวะนั้นเอง ไฟบริเวณลานจอดรถด้านนอกก็ดับวูบลงกะทันหัน ความมืดเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวในชั่วพริบตา และก่อนที่คณาธิปจะได้เอ่ยปากถามอะไร มือหนาของภาคินก็เอื้อมมากระชากแขนเขาให้เข้ามาประชิดตัวด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ดังแทรกเข้ามาจากความมืด พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ชิดริมใบหูของเขาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว "ชูส์... เงียบไว้คณิน" ภาคินกระซิบเสียงต่ำด้วยความตึงเครียดที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "ดูเหมือนว่าเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงมื้อค่ำนี้ด้วยซ้ำ..." ดวงตากลมโตของคณาธิปเบิกกว้างขึ้นในความมืด เมื่อเงาร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่หลายคนก้าวออกมาจากมุมมืดของลานจอดรถ พร้อมกับแสงสะท้อนของโลหะบางอย่างในมือที่ส่องประกายวาววับภายใต้แสงจันทร์สลัว! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟาเจ้าเล่ห์กับสถาปนิกปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%