"คุณพูดว่าอะไมน่ะ... ใครนะคะ?"
น้ำเสียงของคณาธิปตวัดสูงขึ้นเล็กน้อย เผลอทำปากกาแลตช์สีเงินราคาแพงในมือร่วงกระทบพื้นหินขัดเสียงดัง *กริ๊ก* ท่ามกลางความเงียบงัดของห้องทำงานส่วนตัว ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอกนิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสابมองเลขาหน้าห้องที่ยืนหอบหายใจอยู่ตรงกรอบประตูด้วยแว่นที่เกือบจะหลุดจากสันจมูก
ธนัตถ์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชาถึงกับสำลักกาแฟเย็นในมือ รีบคว้าทิชชูมาเช็ดปากแล้วดีดตัวผงะลุกขึ้นยืนทันที
"คู่หมั้น? เดี๋ยว... ประโยคนี้แปลไทยเป็นไทยคืออะไรวะนิน แขกไม่ได้รับเชิญคนนี้มีใบเสร็จการจดทะเบียนหรือแค่ใช้ระบบมโนสร้างวิมานในอากาศ?" ธนัตถ์หันไปขมวดคิ้วมุ่นใส่เลขาของเพื่อนสนิท
"คือ... ทางนั้นบอกว่าเป็นคุณ 'ลีลาวดี' ค่ะ เป็นบุตรสาวท่านองคมนตรี และ... และยืนยันเสียงแข็งว่ามีกำหนดการหมั้นหมายกับคุณภาคินที่ผู้ใหญ่ทางผู้ใหญ่รับรู้กันหมดแล้ว ตอนนี้กำลังนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกวีไอพีชั้นล่าง คุณภาคินลงไปจัดการด่วนเลยดีกว่าค่ะ หน้าตาสวยเฉี่ยวแต่รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนแม่บ้านไม่กล้าเสิร์ฟน้ำแล้วค่ะ" เลขาสสาวละล่ำละลักรายงานจบก็โค้งตัวขอตัวถอยฉากหนีสนามอารมณ์นี้ทันที
คณาธิปแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวهเราะแห้งผากที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ร่างสูงโปร่งก้าวฉับๆ ไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานขึ้นมาพลิกดูตารางงานของซีอีโอหนุ่มจอมกะล่อนคนนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าสันกรามกลับขบเข้าหากันจนขึ้นเป็นสันนูนชัดเจน
"คู่หมั้นงั้นเหรอ... หึ ช่างเป็นเซอร์ไพรส์ที่น่าประทับใจเสียจริง" คณาธิปพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ สายตาคมกวาดมองข้อความแชทล่าสุดจากภาคินที่เพิ่งส่งมาบอกเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า—*[ประชุมด่วนกับลูกค้าวีไอพี เดี๋ยวรีบกลับนะครับคุณสถาปนิกคนเก่ง]*—ช่างเป็นคำว่า 'ประชุม' ที่มีความหมายกว้างขวางเหลือเกินในพจนานุกรมของอัลฟาเจ้าเล่ห์ตัวนั้น
"นิน ตั้งสติก่อนแก... แกจะทำหน้าเหมือนคนอยากหยิบปืนไปยิงใครแบบนั้นไม่ได้นะเว้ย" ธนัตถ์เดินเข้ามาแตะไหล่เพื่อนเบาๆ "ถึงแม้ว่าอีตาภาคินมันจะชอบหยอดคำหวานใส่แกจนเลี่ยนเป็นโอ่งน้ำตาล แต่เรื่องตระกูลใหญ่โตระดับนั้น ถ้ามีคู่หมั้นอยู่ก่อนแล้ว... แกจะเอาสถานะไหนไปสู้เขาล่ะวะ เอาไม้บรรทัดทีสแควร์ไปฟาดหน้าเขาเหรอ"
"ฉันไม่ได้สนใจสถานะบ้าบออะไรนั่นหรอกนะธนัตถ์" คณาธิปปัดมือเพื่อนออกเบื้องหน้าอย่างไม่ไยดี แววตาสั่นไหวด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามกดทับเอาไว้ "แต่การที่เขาปล่อยให้เรื่องยุ่งเหยิงแบบนี้มาเหยียบลงบนพื้นที่ทำงานของฉัน มันคือการหยามเกียรติกันชัดๆ... ในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ ฉันมีสิทธิ์ไล่แขกที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากตึกนี้!"
พูดจบ คณาธิปก็คว้ากระดาษแปลนแบบจำลองโครงการ 'The Infinite Oasis' ม้วนใหญ่ติดมือไปด้วยความหงุดหงิดระคนหึงหวงที่เจ้าตัวปฏิเสธลึกๆ ในใจ ก้าวยาวๆ มุ่งหน้าไปยังห้องเก็บแบบจำลองและห้องรับรองฝั่งปีกตะวันตกของตึก ซึ่งเป็นเส้นทางลัดเลี่ยงผู้คน ทว่าในจังหวะที่หมุนตัวก้าวพ้นมุมเสาปูนเปลือย แขนเรียวกลับไปเกี่ยวเข้ากับขาตั้งกระดาษแปลนไม้สนจนมันเซถลาล้มลงมา
*โครม!*
กระดาษแบบร่างนับสิบลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ก่อนที่ร่างของคณาธิปจะเสียหลักล้มพับลงไปปะทะกับแผงอกของใครบางคนที่ก้าวสวนขึ้นมาจากบันไดหนีไฟพอดี!
อ้อมแขนแข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็กคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันตามสัญชาตญาณ แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก กลิ่นหอมสะอาดของไม้ซีดาร์และกาแฟคั่วเข้มผสมผสานเข้ากับกลิ่นแอมเบอร์อันร้อนรุ่มพวยพุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่โอบกอดเขาไว้ทันทีที่สัญชาตญาณอัลฟาถูกกระตุ้น
กลิ่นฟีโรโมน... กลิ่นฟีโรโมนเข้มข้นที่เจ้าตัวจงใจปล่อยออกมาเพื่อข่มขวัญหรืออาจจะเพราะความตกใจ ทำให้พื้นที่แคบๆ บริเวณมุมอับสายตานี้อบอวลไปด้วยมวลอากาศที่หนักอึ้งจนน่าประหลาด
คณาธิปเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดติดอยู่ที่ลำคอเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วสบเข้ากับดวงตาสีเข้มดุจแพรไหมของภาคินที่ก้มลงมองมาพอดี ใบหน้าคมคายของซีอีโอหนุ่มอยู่ห่างจากปลายจมูกของเขาไม่ถึงคืบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มักจะประดับอยู่บนมุมปากเสมอในเวลานี้ถูกแทนที่ด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์และประกายความเร่าร้อนที่ทำเอาโอเมก้าปากแข็งอย่างคณาธิปถึงกับสมองขาวโพลนคิดคำพูดไม่ออก
"ระวังหน่อยสิครับ... คนเก่ง" ภาคินกระซิบเสียงพร่าต่ำ ชิดริมหูของคนในอ้อมแขน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่ลาดจนขนลุกชัน "หรือว่า... ตั้งใจจะพุ่งเข้ามาหาผมด้วยความคิดถึงกันแน่ หื้ม?"
"ปล่อยนะ... ภาคิน!" คณาธิปพยายามดันแผงอกกว้างออกด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพลจนดังสะท้อนก้องในโสตประสาท ความโกรธเรื่องคู่หมั้นเมื่อครู่ถูกแผดเผาด้วยความปั่นป่วนจากแรงดึงดูดทางชีววิทยาที่รุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน กลิ่นฟีโรโมนประจำตัวของเขาเองเริ่มเจือจางออกมาปะปนกับกลิ่นของอีกฝ่ายอย่างควบคุมไม่ได้ในยามที่ร่างกายแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง
"ไม่ปล่อยครับ จนกว่าคนปากแข็งแถวนี้จะยอมสารภาพมาก่อนว่า..." ภาคินกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ปลายจมูกคมสันคลอเคลียอยู่แถวขมับชื้นเหงื่อของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ "เมื่อกี้หึงผมใช่ไหมครับ ถึงได้ทำหน้าบึ้งเดินหนีลงมาแบบนั้น"
"ใครหึงคุณ! บ้าหรือเปล่า... ปล่อยผมนะเว้ย!" คณาธิปดิ้นขลุกขลัก ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความเคืองโกรธผสมความเขินอายที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "คู่หมั้นคุณรออยู่ชั้นล่างโน่น! เชิญกลับไปเคลียร์กับว่าที่ภรรยาของคุณให้เรียบร้อยแล้วค่อยมาลามปามผม!"
ภาคินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า 'คู่หมั้น' แววตาเจ้าเล่ห์แปรเปลี่ยนเป็นความงุนงงชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มพรายขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่ยี่ห้อต่อสถานการณ์ตึงเครียด
"อ๋อ... เรื่องนี้นี่เอง" ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ผิดกับคณาธิปที่ตาสว่างวาบด้วยความโมโห "หึงเรื่องนี้สินะครับเนี่ย... ถึงว่าทำไมกลิ่นฟีโรโมนกุหลาบป่าของคุณถึงได้หวานจนผมเกือบจะอดใจไม่ไหวตั้งแต่ก้าวเข้ามาในตึกนี้"
"ใครกุหลาบป่า! คุณอย่ามาเพ้อเจ้อ—อุ๊บ!"
คณาธิปยังไม่ทันได้โวยวายต่อ ภาคินก็ใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้สบตา พร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาประชิดจนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นหนึ่งเดียวในบรรยากาศที่เงียบงัดและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายฟีโรโมนที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนแทบหายใจไม่ออก
"ฟังผมให้ดีนะครับคนดี..." ภาคินกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่สั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์บางอย่างที่ยากจะควบคุม "ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่... และไม่มีวันเป็นคู่หมั้นของผมเด็ดขาด เพราะคนเดียวที่ผมจะยอมตีตราจองเอาไว้ข้างกาย..."
ยังไม่ทันที่ประโยคประกาศสิทธิ์ขาดจะหลุดออกจากริมฝีปากของอัลฟาหนุ่ม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของธนัตถ์ก็ดังแทรกขึ้นมาจากปลายทางเดินยาว
"เฮ้ย! นิน แกอยู่ไหนวะ... แขกข้างล่างเขาเริ่มโวยวายใหญ่แล้วนะเว้ย!"
ภาคินถอนหายใจออกมาอย่างขัดใจเล็กน้อย ผ ละริมฝีปากออกจากกันอย่างนึกเสียดาย ทว่าสายตาคมกราบที่ทอดมองคณาธิปกลับเต็มไปด้วยประกายความท้าทายที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม ในขณะที่คณาธิปหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ทว่า ในวินาทีที่คณาธิปกำลังจะสะบัดหน้าหนีเพื่อตั้งหลัก ร่างของเลขาหน้าห้องก็วิ่งหน้าตาตื่นกลับเข้ามาสมทบพร้อมกับสีหน้าซีดเผือด ยิ่งกว่าตอนที่บอกเรื่องคู่หมั้นเสียอีก
"คุณภาคินคะ... คุณนิน! แย่แล้วค่ะ!" เลขาสาวละล่ำละลักจนลิ้นพันกัน "คือว่า... คนที่ลงมาจากรถตู้คันหรูเมื่อกี้... ไม่ใช่แค่คุณลีลาวดีคนเดียวค่ะ แต่... แต่..."
"แต่ใครอีก?" ภาคินขมวดคิ้วถามเสียงเข้มด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
"ท่านประธานใหญ่... คุณพ่อของคุณภาคินเองค่ะ!ท่านก้าวลงมาจากรถแล้วกำลังตรงขึ้นมาที่ชั้นนี้ด้วยสีหน้าถมึงทึงที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทเลยค่ะ!"
ดวงตาของภาคินและคณาธิปเบิกกว้างขึ้นพร้อมกันในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความคลั่งรักของบอสใหญ่กับสถาปนิกปากแข็งด้วยกันนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าค่ะ!
อัลฟาเจ้าเล่ห์กับสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 3
กลิ่นฟีโรโมนที่ซ่อนเร้น
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟาเจ้าเล่ห์กับสถาปนิกปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!