“ธนัตถ์... นายนี่มันมารความสุขคนอื่นเก่งเป็นที่หนึ่งจริงๆ นะ”
ภาคินขบกรามแน่น เอ่ยลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธ เมื่อร่างสูงของเพื่อนสนิทตัวแสบถือวิสาสะผลักประตูห้องประชุมใหญ่เข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญอย่างไร้มารยาท รอยยิ้มกวนประสาทที่ประดับอยู่บนใบหน้าคมคายนั้นชวนให้อยากซัดหมัดหนักๆ ใส่สักทีจริงๆ หากไม่ใช่เพราะสายตาคมกริบที่แอบเหลือบมองร่างโปร่งของสถาปนิกคนเก่งซึ่งกำลังยืนกอดอกนิ่งอยู่มุมห้องล่ะก็
คณาธิปเบือนหน้าหนีจากบรรยากาศคุุกรุ่นตรงหน้า ทอดสายตาออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงยามค่ำคืน ปลายนิ้วเรียวเผลอบีบเข้าหากันแน่นเพื่อระบายความอึดอัดที่แล่นพล่านไปทั่วอก
ปมปัญหาเรื่องการถูกปฏิเสธผลงานออกแบบในโปรเจกต์ใหญ่เมื่อหลายปีก่อนยังคงเป็นรอยแผลเป็นที่แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่เคยจางหาย และในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดันจากทั้งเรื่องงานและแรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างเขากับซีอีโอหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ มันก็ทำให้พลังงานในตัวแทบจะหมดเกลี้ยง
“ขอโทษทีครับท่านซีอีโอ พอดีผมไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็นมารความสุข แค่บังเอิญมีเอกสารด่วนที่ท่านต้องเซ็นอนุมัติคืนนี้เท่านั้นเอง” ธนัตถ์ลอยหน้าลอยตาตอบ พร้อมกับวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น ตั้งใจกวนอารมณ์คนตรงหน้าอย่างเต็มที่ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้คณาธิป “ว่าแต่... สถาปนิกคนเก่งของเราหน้าแดงแจ๋เลยนะครับเนี่ย อากาศในห้องประชุมมันร้อน หรือว่าฮีทจากฟีโรโมนแถวนี้มันแรงเกินไปกันแน่?”
“ธนัตถ์!”
เสียงทุ้มต่ำของภาคินตวาดกร้าว นัยน์ตาคมกริบฉายแววดุดันจนเพื่อนสนิทถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน อัลฟาหนุ่มแผ่รังสีคุกคามออกมารอบตัวโดยไม่รู้ตัวจนกลิ่นอายฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์เข้มข้นเริ่มกดทับบรรยากาศในห้องให้ตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้น คณาธิปนิ่วหน้าเล็กน้อย ขยับตัวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพราะแรงกดดันทางชีววิทยาที่โอเมก้าอย่างเขาเริ่มรู้สึกอึดอัด
“แกออกไปก่อน” ภาคินสั่งเสียงเรียบเฉย ทว่าเฉียบขาดจนไม่อาจปฏิเสธ
ธนัตถ์ไหวไหลเบาๆ อย่างไม่ยี่ห้อ “โอเคๆ ยอมถอยก็ได้ครับเชฟ กลัวโดนงับหัวจริงๆ วันนี้... เชิญเคลียร์กันตามสบายนะคุณคณิน ระวังหมาป่าแถวนี้มันจะแปลงร่างเป็นร่างจริงเอานะครับ”
สิ้นเสียงประชดประชัน ร่างของเพื่อนสนิทตัวแสบก็เดินลอยชายออกจากห้องไป พร้อมกับเสียงปิดประตูกระจกที่ดังทุ้มก้องกังวานในความเงียบงัน
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่กว้างอีกครั้ง ภาคินผ่อนลมหายใจยาวเหยียดเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์คุกกรุ่นในอก เขารีบก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปหาร่างโปร่งที่ยังคงยืนนิ่งหันหลังให้ ท่าทีที่ดูแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงแววตาทอประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเจ้าเล่ห์เป็นนิจ
“คณิน...” ภาคินเอמהเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่บาง ทว่าอีกฝ่ายกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว
“อย่าเข้ามาใกล้ผมนะ คุณภาคิน” คณาธิปหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตคู่นั้นไหวระริกด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเหนื่อยล้า ดื้อรั้น และเปราะบางในคราวเดียว “คุณสนุกมากใช่ไหมที่ได้เล่นสนุกกับความรู้สึกของคนอื่น ได้เห็นผมหัวหมุนไปกับแผนการบ้าๆ ของคุณเนี่ย มันสะใจนักหรือไง”
“ผมไม่เคยเล่นสนุกกับคุณ คณิน” ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนน่าตกใจ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสถาปนิกหนุ่มราวกับต้องการสื่อสารความจริงทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในใจ “ทุกสิ่งที่ผมทำ ทุกย่างก้าวที่ผมดึงคุณเข้ามาใกล้... มันมาจากความรู้สึกจริงๆ ทั้งหมด คุณก็รู้ดีแก่ใจ ทำไมถึงต้องสร้างกำแพงหนาเตอะขึ้นมาป้องกันตัวเองตลอดเวลาด้วยล่ะ”
“เพราะผมไม่มีสิทธิ์ไง!” คณาธิปเผลอตะคอกกลับเสียงดัง หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หางตาอย่างสุดจะกลั้น ความอัดอั้นตันใจที่เก็บงำมานานนับปีระเบิดออกมาในวินาทีนั้น “คุณเป็นใคร? คุณเป็นนักธุรกิจระดับหมื่นล้าน เป็นอัลฟาผู้เพียบพร้อม ส่วนผมเป็นใครล่ะ? เป็นแค่สถาปนิกไม่มีชื่อเสียง เคยถูกตราหน้าว่างานออกแบบไร้ค่าจนเกือบจะเลิกทำอาชีพนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ! ถ้าผมก้าวเข้าไปในโลกของคุณ... สุดท้ายผมก็จะกลายเป็นแค่ตัวตลกที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งเหมือนผลงานชิ้นนั้นไม่ใช่หรือไง!”
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและปมในอดีต ทำให้ภาคินชะงักงัน ร่างสูงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเสียงสะท้อนจากหัวใจที่แตกสลายของโอเมก้าตรงหน้า ความดื้อรั้นและปากแข็งที่คณาธิปใช้เป็นเกราะกำบัง แท้จริงแล้วมันถูกสร้างขึ้นมาจากเศษซากความผิดหวังในอดีตที่ฝังรากลึก
ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของอัลฟาหนุ่ม ภาคินตัดสินใจใช้การกระทำแทนคำพูดทั้งหมด เขาก้าวเข้าไปประชิดร่างโปร่งอย่างรวดเร็วกว่าที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว วงแขนแข็งแกร่งรวบเอวบางเข้าหาตัวแน่น ฝังร่างของสถาปนิกปากแข็งให้จมหายไปในอ้อมอกกว้างทันที
“ปล่อยนะ! คุณภาคิน... ปล่อยผมบอกให้...”
คณาธิปพยายามดิ้นรนสุดแรง เกิดการยื้อยุดฉุดกระชากเล็กน้อยเมื่อมือเรียวระดมทุบลงบนลาดไหล่หนาเพื่อประท้วง แต่ยิ่งดิ้น อ้อมกอดนั้นก็ยิ่งกระชับแน่นขึ้นราวกับต้องการหลอมรวมร่างทั้งสองให้เป็นหนึ่งเดียว กลิ่นฟีโรโมนสนซีดาร์เข้มข้นถูกปล่อยออกมาโอบล้อมกายโปร่งอย่างอ่อนโยน มันไม่ใช่กลิ่นที่คุกคาม แต่เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และเยียวยารักษาทุกบาดแผลในใจได้อย่างน่าประหลาด
เรี่ยวแรงที่เคยมีเริ่มมลายหายไปทีละน้อย เมื่อใบหน้าเนียนถูกกดแนบลงกับแผงอกกว้าง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี จังหวะชีพจรที่หนักแน่นและสม่ำเสมอนั้นส่งผ่านความจริงใจบางอย่างจนคณาธิปต้องหยุดชะงัก
“ผมไม่สนใจหว่าใครจะมองคุณยังไงในอดีต... คณิน” เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่บางจนขนลุกชัน ริมฝีปากหนาขยับพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย “ผมสนแค่ว่าต่อจากนี้ไป... พื้นที่ข้างกายผมมีไว้สำหรับสถาปนิกคนเก่งคนนี้แค่คนเดียวเท่านั้น เลิกเอาอดีตบ้าๆ พวกนั้นมาทำร้ายตัวเองสักทีเถอะครับ”
หัวใจของคณาธิปกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านลามเลียไปทั่วผิวกายจนขอบตาร้อนผ่าว หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้หยดลงกระทบบ่าของอีกฝ่ายเงียบๆ กำแพงหนาเตอะที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองถูกพังทลายลงทีละน้อยภายใต้อ้อมกอดที่อบอุ่นและจริงใจที่สุดในชีวิต
ร่างโปร่งหยุดดิ้นรนโดยสิ้นเชิง ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในความอบอุ่นนั้น มือเรียวที่เคยทุบตีค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่น ซุกใบหน้าลงกับอกกว้างเพื่อซ่อนความอ่อนแอ ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่แท้จริงในใจเป็นครั้งแรก
ภาคินก้มลงมองคนในอ้อมกอดด้วยสายตารักใคร่สุดซึ้ง รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย มือหนายกขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างเบามือ ราวกับจะปลอบประโลมทุกความเจ็บปวดที่ผ่านมา บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและเคมีที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างไม่อาจปฏิเสธ
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันและริมฝีปากของภาคินกำลังโน้มลงไปใกล้ชิดเพื่อมอบสัมผัสแสนหวานปลอบขวัญ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอรับอนุญาต
“คุณภาคินคะ... แย่แล้วค่ะ! แบบแปลนโครงสร้างหลักของโซน C ที่คุณคณินเพิ่งส่งตรวจเมื่อเย็นนี้ จู่ๆ ก็ถูกแฮกข้อมูลและถูกลบหายไปจากระบบส่วนกลางทั้งหมดแล้วค่ะ!”
ร่างของเลขาฯ สาววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด ข่าวร้ายที่หลุดออกมาจากปากทำให้ภาคินและคณาธิปผละออกจากกันทันที ดวงตาคมกริบของอัลฟาหนุ่มหรี่แคบลงด้วยความเหี้ยมเกรียม ขณะที่สถาปนิกหนุ่มหน้าซีดเผือดลงถนัดตา หัวใจที่กำลังอบอุ่นเมื่อครู่กลับดิ่งวูบลงสู่เหวลึกในพริบตาเดียว!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันเสมอนะคะ
อัลฟาเจ้าเล่ห์กับสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 17
อ้อมกอดที่อบอุ่น
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟาเจ้าเล่ห์กับสถาปนิกปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!