อัลฟาเจ้าเล่ห์กับสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 12

คู่แข่งคนสำคัญ

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
"สวัสดีครับคุณคณิน... ไม่ได้เจอกันนานนะ ตั้งแต่ที่คุณโดนไล่ออกจากบริษัทเก่าเพราะทำผลงานพังยับเยินวันนั้น..." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจเน้นย้ำทุกพยางค์บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท บรรยากาศภายในห้องประชุมวีไอพีของโครงการรีสอร์ทหรูพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น รอยยิ้มมุมปากของ 'ปกรณ์' อดีตหัวหน้าทีมออกแบบผู้เคยเหยียบย่ำผลงานของคณินจนจมดิน ปรากฏขึ้นอีกครั้งในฐานะตัวแทนนักลงทุนรายใหม่ที่ถือหุ้นใหญ่ถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ กระดาษสถาปัตยกรรมในมือของคณาธิป (คณิน) สั่นน้อยๆ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นแรงอัดอั้นจากไฟโทสะที่พุ่งพล่านจนปลายนิ้วชาหนึบ เขากวาดสายตามองชายตรงหน้า นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเยือกเย็นพราวระยับราวกับแมวป่าที่พร้อมตะปบเหยื่อ ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะค่อยๆ วางม้วนแปลนลงบนโต๊ะไม้สักทองอย่างใจเย็นที่สุด "ถ้าความจำของคุณปกรณ์ยังใช้งานได้ดี น่าจะจำได้เช่นกันนะคะว่าโปรเจกต์วันนั้นพังเพราะใครแก้แบบจนเละเทะ ไม่ใช่เพราะสถาปัตยกรรมต้นแบบ" คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมราคมมีดโกน รอยยิ้มหยันที่มุมปากบ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่ใช่โอเมก้าตัวน้อยที่ยอมก้มหัวให้ใครเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว ปกรณ์หัวנסในลำคออย่างนึกขัน ดวงตาคมปลาทูมองสำรวจร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปด้วยสายตารุกล้ำ "ปากเก่งขึ้นนี่ครับคุณคณิน สงสัยจะมีแบ็กดีคอยหนุนหลังถึงกล้าเชิดใส่ผมแบบนี้... ว่าแต่ ซีอีโอหนุ่มไฟแรงอย่างคุณภาคินรู้เรื่องเบื้องหลังเน่าๆ ของคุณหรือยังล่ะครับ ว่าคุณน่ะมันแค่พวกสถาปัตยกรรมตกอับที่ไม่มีใครกล้ารับเข้าทำงาน" พล๊ะ! เสียงแฟ้มเอกสารกระแทกโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่นจนปกรณ์สะดุ้งโหยง ร่างสูงใหญ่ของภาคินก้าวเข้ามาประชิดตัวคณินจากด้านหลังอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ แรงกดดันจากฟีโรโมนกลิ่นดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวอัลฟาหนุ่มกดทับบรรยากาศในห้องจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาคมกริบของภาคินจ้องเขม็งไปที่ปกรณ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ รังสีความหึงหวงและความโกรธเกรี้ยวแผ่พุ่งจนใครก็กล้าเข้าใกล้ "ถ้าปากของคุณว่างมากนัก เอาเวลาไปตรวจดูตัวเลขบัญชีบริษัทตัวเองก่อนจะมาเห่าหอนใส่คนของผมจะดีกว่านะครับ คุณปกรณ์" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนชายวัยกลางคนหน้าถอดสี คณินชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อได้ยินคำว่า 'คนของผม' จากปากอัลฟาเจ้าเล่ห์ เขาเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของภาคินที่ตอนนี้กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความอบอุ่นแปลกประหลาดไหล뢰เข้าสู่หัวใจที่ด้านชามานาน แต่ทว่าปากแข็งๆ ของเขาก็ยังคงทำงานได้ดีเสมอ "ใครคนของคุณกันคะคุณภาคิน อย่ามาพูดจาพล่อยๆ นะคะ" คณินเอี้ยวตัวไปกระซิบกระซอiลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้ ภาคินหันมาสบตาโอเมก้าปากแข็ง แววตาเจ้าเล่ห์ฉายประกายพราวระยับ มือหนาเอื้อมไปโอบเอวบางเข้ามาแนบชิดโดยไม่เกรงสายตาใครในห้องประชุม "หึ ปากบอกไม่รับ แต่เมื่อกี้ยังยืนเถียงแทนผมในใจอยู่ไม่ใช่เหรอครับ หืม... ตัวก็แค่นี้ ทำไมชอบหาเรื่องให้ผมต้องตามเช็ดตามล้างอยู่เรื่อย" "ปล่อยเลยนะคะ ฉันยืนจัดการเองได้ คุณเข้ามายุ่งอะไรด้วยเนี่ย" คณินพยายามบิดตัวออกจากการเกาะกุม แต่แรงอัลฟากลับมีมากกว่าหลายเท่าแถมยังตีเนียนฝังจมูกลงบนลาดไหล่เนียนใต้สูทเบาๆ ท่ามกลางสายตาอึ้งกิมกี่ของคณะกรรมการคนอื่นๆ ปกรณ์หน้าดำคร่ำเครียด ขบฟันกรอดด้วยความเจ็บใจที่แผนการดิสเครดิตพังไม่เป็นท่า "นี่พวกคุณ...!" "การประชุมวันนี้สิ้นสุดแค่นี้ครับ ส่วนสัญญาลงทุนของคุณปกรณ์ ฝ่ายกฎหมายของผมจะส่งให้พิจารณาใหม่อีกรอบ... ในแง่ที่ว่าบริษัทคุณมีคุณสมบัติเหมาะสมพอจะร่วมงานกับเราหรือเปล่า" ภาคินตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะดึงมือคณินให้เดินตามออกไปจากห้องประชุมทันทีโดยไม่รอให้ใครได้เอ่ยคัดค้าน ธนัตถ์ที่ยืนรออยู่หน้าห้องรีบก้าวเข้ามาทำหน้าทำตาเจ้าเล่ห์ใส่ทันทีที่เห็นเพื่อนรักถูกลากตัวออกมา "โอโห้ คุณภาคินครับ เบาได้เบานะครับ น้องคณินของเราหน้าแดงจนจะลามไปถึงหูอยู่แล้วเนี่ย" "นายเงียบไปเลยนะธนัตถ์!" คณินหน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินอายปนโมโห สะบัดมือออกจากอุ้งมือหนาของภาคินแล้วก้าวฉับๆ ตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว ทว่าภาคินกลับขายาวกว่า ก้าวตามมาขวางประตูกระจกไว้ได้ทัน ร่างสูงดันคนปากแข็งเข้ามุมผนังลิฟต์ กักขังร่างโปร่งไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง กลิ่นดาร์กช็อกโกแลตผสมผสานกับฟีโรโมนกลิ่นชาเขียวอ่อนๆ ของคณินตีรวนกันจนบรรยากาศในพื้นที่แคบๆ ร้อนระอุขึ้นมาอย่างน่าประหลาด "โกรธผมเหรอครับ ที่เข้าไปยุ่งเรื่องของคุณเมื่อกี้" ภาคินก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มพร่ากระซิบแผ่วเบาจนขนลุกซู่ "ฉันไม่ได้โกรธ... แต่ฉันจัดการเองได้ค่ะ คุณไม่ต้องทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันขนาดนั้นก็ได้ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย" คณินเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรง ปากก็ปฏิเสธเสียงแข็ง หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ไม่ได้เป็น... งั้นเหรอ?" ภาคินทวนคำเสียงต่ำ นิ้วเรียวยาวเชยคางมนให้หันกลับมาสบตา "คนที่ยืนยันจะปกป้องผลงานตัวเองด้วยชีวิตแบบคุณเนี่ย... รู้ตัวไหมครับว่าน่าดึงดูดใจขนาดไหน เวลาที่คุณดื้อกับคนอื่น มันน่าจับมาตีให้ก้นลายจริงๆ" "คุณภาคิน! ทะลึ่งใหญ่แล้วนะคะ!" คณินตวัดสายตาค้อนขวับ แก้มเนียนแดงก่ำด้วยความเคือง ภาคินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปชิดจนปลายจมูกชนกัน "ถ้าไม่อยากให้ผมทำมากกว่านี้ ก็เลิกดื้อกับผมสักที... รู้ไหมว่าผมหึงจนแทบจะเผาตึกทิ้งอยู่แล้วตอนไอ้เวรนั่นมองคุณ" คำสารภาพตรงไปตรงมาทำเอาคณินนิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอกซ้าย ปากที่เคยแข็งเป็นหินตอนนี้กลับอ้าพะงาบๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูกกับความคลั่งรักที่ระเบิดออกมาอย่างไร้การป้องกันตัวของอัลฟาหนุ่ม ติ๊ง! เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออกเผยให้เห็นบุคคลที่สามยืนรออยู่ด้านหน้า คณินรีบผลักอกภาคินออกทันทีด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันตั้งหลัก เสียงทุ้มคุ้นเคยก็เอ่ยทักขึ้นเสียก่อน "อ้าวน้องคณิน... ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอที่นี่นะ จำพี่ได้หรือเปล่า?" ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทราคาแพงก้าวเข้ามาในลิฟต์พร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ คณินหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เอ่ยทัก ขณะที่ภาคินหรี่ตาลงอันตราย รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากตัวอัลฟาหนุ่มทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... นี่คือคู่แข่งหัวใจคนสำคัญที่น่ากลัวที่สุดในอดีตของคณิน! ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "กระต่ายพระจันทร์" ตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟาเจ้าเล่ห์กับสถาปนิกปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%