อัลฟาเจ้าเล่ห์กับสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 7

การเดินทางสู่ไซต์งานต่างจังหวัด

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
เสียงเครื่องยนต์เรือสปีดโบ๊ทลำโตคำรามกึกก้องแข่งกับเกลียวคลื่นสีมรกตที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือจนละอองน้ำกระเซ็นต้องผิวหน้า แต่ความเย็นเฉียบของละอองทะเลนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเย็นชาที่คณาธิปตั้งใจฉาบไว้บนใบหน้าคมคาย สถาปนิกหนุ่มร่างโปร่งในชุดลินินสีขาวสบายตานั่งไขว่ห้างกอดอกแน่น สายมองเหม็งออกไปทางเส้นขอบฟ้าสีคราม ปฏิเสธที่จะเหลือบแลผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่เบาะฝั่งตรงข้าม แม้ว่ารัศมีตัวตนของอีกฝ่ายจะแผ่ซ่านจนพื้นที่ลำเรือแคบๆ นี้แทบจะหายใจไม่ค่อยออกก็ตาม “ถ้าคุณยังทำหน้าบึ้งใส่ผมแบบนั้น เกาะส่วนตัวของเราคงจมดิ่งลงก้นทะเลก่อนที่เราจะได้สำรวจพื้นที่สร้างรีสอร์ตแน่ๆ ค่ะ คุณสถาปนิก” เสียงทุ้มต่ำติดจะเจ้าเล่ห์ดังขึ้นเหนือเสียงคลื่น ภาคินถอดแว่นกันแดดราคาแพงออกเล็กน้อยเผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่พราวระยับด้วยความสนุกสนาน ชายหนุ่มในฐานะซีอีโอและเจ้าของโปรเจกต์จงใจโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกวางบนเข่าพร้อมกับจ้องมองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นไส้ คณาธิปหันขวับมามองค้อนทันที ดวงตากลมโตฉายแววขุ่นเคืองอย่างไม่ปิดบัง “เลิกเรียกผมแบบนั้นทีเถอะครับ... อ้อ ขอโทษที ติดนิสัยพูดคำว่าครับจากพวกคุณธนัตถ์น่ะค่ะ” สถาปนิกหนุ่มเกือบหลุดปากพลาดท่า แต่ก็รีบดึงสติกลับมาแก้ไขคำลงท้ายแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังคุยอยู่กับอัลฟาเจ้าเล่ห์คนนี้ ภาคินหลุดหัวเราะพรืดออกมากับความน่ารักที่เจ้าตัวพยายามปกปิดด้วยท่าทีดุๆ นั่น “จะพูดครับหรือค่ะ สำหรับผมคุณก็น่าฟังทั้งนั้นแหละ... โดยเฉพาะตอนที่คุณยอมรับว่าหัวใจดวงนี้กำลังหวั่นไหวให้ผมนั่นแหละครับ คณิน” “ผมไม่ได้พูด!” คณาธิปสวนกลับทันควัน ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่โดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะไอแดดหรือเพราะคำพูดจี้ใจดำของคนตรงข้ามกันแน่ เหตุการณ์เมื่อคืนก่อนก่อนเดินทางยังคงชัดเจนในความทรงจำ ริมฝีปากอุ่นจัดและคำสารภาพที่กระซิบชิดริมฝีปากนั้นทำเอาเขานอนไม่หลับไปค่อนคืน ปมในอดีตที่เคยถูกปฏิเสธผลงานจนสร้างกำแพงในใจขึ้นมาสูงลิ่ว ถูกสายตาคู่นี้สั่นคลอนทีละนิดอย่างน่ากลัว “ไม่ได้พูด... แต่หน้าแดงแจ๋เลยนะคะ” ภาคินจงใจลากเสียงยาวอย่างหยอกเย้า ก่อนจะขยับตัวเข้ามาประชิดเบาะฝั่งที่คณาธิปนั่งอยู่โดยอ้างว่า “ลมแรง เดี๋ยวคุณปลิวตกทะเลไป ผมจะไม่มีสถาปนิกมือดีไว้ทำงานด้วย” “ถอยไปเลยนะภาคิน! เรือกว้างตั้งเยอะ จะมาเบียดทำไมเนี่ย” คณาธิปพยายามขยับหนีจนแผ่นหลังชิดกับกราบเรือ แต่มีหรือที่อัลฟาตัวโตจะยอมปล่อยเหยื่ออันโอชะให้หลุดมือ ภาคินใช้แขนข้างหนึ่งเท้าเบาะพิงไว้ กักตัวสถาปนิกปากแข็งให้อยู่ในอ้อมแขนกลายๆ กลิ่นอายฟีโรโมนจางๆ ของป่าสนหลังฝนที่จงใจปล่อยออกมาข่มขวัญ ทำเอาสติสัมปชัญญะของคณาธิปกระเจิดกระเจิง หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน “ก็ตัวคุณมันน่าแกล้งนี่นา... อีกอย่าง เราต้องอยู่ด้วยกันบนเกาะนั้นสามวันเต็มๆ สองต่อสอง ไม่มีธนัตถ์ ไม่มีลูกน้องคนอื่นมาขัดจังหวะ คุณคิดเหรอว่าจะรอดเงื้อมมือผมไปได้ง่ายๆ” ภาคินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันจนคณาธิปต้องหลบสายตา วูบหนึ่งความหวั่นไหวตีรวนขึ้นมาในอกจนน่าตกใจ สถาปนิกหนุ่มเม้มปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหลุดพ้นจากสถานการณ์ชวนใจเต้นนี้ ก่อนจะตัดสินใจยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้เต็มแรง “หยุดเลยนะคุณภาคิน! เรามาทำงาน ไม่ได้มาฮันนีมูน! ถอยออกไปเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นผมจะฟ้องกรมแรงงานว่าคุณคุกคามลูกจ้าง” ภาคินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ยอมผถอยห่างออกไปแต่โดยดีแต่สายตายังคงพราวระยับไม่ลดละ “ฟ้องเก่งจังเลยนะคะ... แต่เกาะส่วนตัวของผม ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีอินเทอร์เน็ตหรอกนะ คุณจะฟ้องใครได้นอกจากฟ้องผมคนนี้” คำพูดนั้นทำให้คณาธิปชะงักกึก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “คุณว่าอะไรนะ? ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เหรอ?” “ใช่ค่ะ” ภาคินยิ้มกริ่มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า “สามวันบนเกาะนั้น... มีแค่ผม กับคุณ... และเสียงคลื่นลมเท่านั้น” ก่อนที่คณาธิปจะได้อ้าปากโวยวายอะไรออกมามากกว่านั้น เรือสปีดโบ๊ทก็แล่นมาเทียบท่าไม้สีขาวสะอาดตาของรีสอร์ตส่วนตัวที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ เบื้องหน้าคือหาดทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใสแจ๋วที่สะท้อนประกายแดดระยิบระยับ แม้บรรยากาศจะดูงดงามราวกับภาพฝัน แต่สำหรับสถาปนิกปากแข็งแล้ว ที่นี่กลับกลายเป็น “กรงขัง” ส่วนตัวที่เขาต้องรับมือกับอัลฟาเจ้าเล่ห์อย่างไร้ทางหนีทีไล่ ทั้งคู่ก้าวเท้าขึ้นสู่ ภูมิทัศน์ของเกาะ พนักงานต้อนรับหายไปไหนหมด—นี่คือคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของคณาธิปเมื่อกวาดสายตามองไปรอบบริเวณท่าเรือที่ไร้เงาผู้คน มีเพียงบ้านพักไม้ดีไซน์โมเดิร์นลอฟท์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ มองเห็นวิวทะเลได้แบบพาโนรามา “พนักงานคนอื่นๆ ล่ะ?” คณาธิปหันไปถามด้วยความสงสัยระคนระแวง “ผมให้พวกเขากลับเรือลำที่มาส่งเมื่อกี้แล้วค่ะ” ภาคินตอบหน้าตาเฉย พร้อมกับกวาดกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบมาถือไว้เอง “บอกแล้วไงว่าทริปนี้... เป็นการสำรวจพื้นที่แบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะเราสองคน” “คุณบ้าไปแล้วเหรอภาคิน! ปล่อยให้เราอยู่กันลำพังบนเกาะนี้เนี่ยนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง!” คณาธิปโวยวายลั่น หาทางเดินหนีเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง “ถ้าเกิดอะไรขึ้น... ผมก็อยู่ดูแลคุณไงคะ” ภาคินยิ้มละมุน แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนล้ำลึกที่ทำเอาคณาธิปหายใจสะดุด ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูขาวสะอาดด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ “หรือว่าคุณกลัว... ว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหวจนเผลอตกหลุมรักผมเข้าจริงๆ ซะล่ะ?” “เพ้อเจ้อ!” คณาธิปสะบัดหน้าหนี รีบคว้ากระเป๋าของตัวเองแล้วเดินดุ่มๆ ตรงไปยังบ้านพักทันเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนใบหน้า แต่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ไล่หลังมานั้นยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ทริปสามวันบนเกาะส่วนตัวเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น... และคณาธิปก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ระหว่าง “งานออกแบบรีสอร์ต” กับ “การรักษาหัวใจตัวเอง” อย่างไหนมันจะยากกว่ากัน ภายในตัวบ้านพักโถงกว้างถูกตกแต่งด้วยกระจกใสรอบด้านเพื่อให้มองเห็นวิวทะเลได้เต็มตา คณาธิปวางกระเป๋าลงแล้วเดินสำรวจรอบๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ แต่แล้วเขาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อพบความจริงบางอย่างที่ชวนให้ลมออกหู ห้องนอน... มีแค่ห้องเดียวเตียงเดียวเท่านั้น! “ภาคิน!” สถาปนิกหนุ่มตะโกนเรียกชื่อเจ้าของเกาะลั่นบ้าน ก่อนจะหันขวับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงที่เพิ่งเดินลากกระเป๋าเข้ามา “นี่มันหมายความว่ายังไง ทำไมถึงมีห้องนอนแค่ห้องเดียว!” ภาคินเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่ยี่ห้อ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา “อ้าว... ก็บ้านพักตากอากาศบนเกาะส่วนตัวของผม ปกติมันก็สร้างไว้สำหรับเจ้าของคนเดียวอยู่แล้วนี่คะ” “แล้วผมนอนไหน! บนโซฟาเหรอ? หรือให้ผมนอนระเบียง!” “จะบ้าเหรอคะ คุณเป็นแขกคนสำคัญ เป็นสถาปนิกคนเก่งของผม จะให้ไปนอนตากน้ำค้างได้ยังไง” ภาคินเดินดุ่มๆ เข้ามาใกล้จนคณาธิปต้องถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับขอบเตียงนอนนุ่ม “เตียงออกจะกว้าง... นอนด้วยกันสองคน สบายมากค่ะ” “ฝันไปเถอะ!” คณาธิปยกมือขึ้นดันอกอีกฝ่ายไว้ทันที ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด “ผมไม่นอนร่วมเตียงกับคุณแน่ๆ ออกไปเลยนะ ไม่งั้นผม—อุ๊บ!” คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อภาคินไม่รอให้เขาได้เอ่ยปฏิเสธอีกต่อไป ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว วงแขนแข็งแรงรวบเอวบางไว้แน่นตรึงร่างของสถาปนิกปากแข็งให้แนบชิดติดกับแผงอก ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นจัดจะทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มที่กำลังอ้าเถียงอย่างไร้ความปรานี ไม่ใช่แค่การสัมผัสผิวเผิน... แต่เป็นการรุกรานที่เร่าร้อนและลึกซึ้งจนคณาธิปสมองขาวโพลน สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปหมด มือที่เคยผลักไสค่อยๆ อ่อนแรงลงและเปลี่ยนเป็นกำเสื้อของอีกฝ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว รสจูบที่ทั้งเอาแต่ใจและเต็มไปด้วยความคลั่งรักค่อยๆ หลอมละลายกำแพงความเย่อหยิ่งของสถาปนิกหนุ่มลงทีละน้อย เสียงลมหายใจหอบกระชั้นประสานไปกับเสียงเกลียวคลื่นนอกหน้าต่าง ภาคินผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้คณาธิปได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ใบหน้าหวานแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อจากการถูกรังแก นัยน์ตาคู่สวยฉ่ำน้ำมองค้อนเขาด้วยความโกรธปนความเขินอายที่ปิดไม่มิด “คนฉวยโอกาส...” คณาธิปหอบหายใจตัวโยน เอ่ยต่อว่าด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่ไร้พิษสงโดยสิ้นเชิง ภาคินยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยความพึงพอใจ นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเนียนออกให้อย่างแผ่วเบา “เมื่อกี้คุณบอกว่าไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ใช่ไหมคะคณิน... แต่ตอนนี้ ผมว่าสัญญาณหัวใจของคุณกับผมน่ะ มันเชื่อมต่อกันชัดเจนจนเต็มร้อยแล้วล่ะ” คณาธิปเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก ยิ่งอยากจะเถียงกลับแต่สายตาคมกริบที่มองมาด้วยความรักใคร่ลึกซึ้งนั้นกลับทำให้คำพูดทุกคำติดอยู่แค่ที่ลำคอ ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและหัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูด้านนอกบ้านพักดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบสงบอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงตะโกนคุ้นเคยที่ทำให้ทั้งภาคินและคณาธิปต้องชะงักกึก “คุณภาคินครับ! คุณคณินครับ! แย่แล้วครับ เรืออีกลำที่ผมตามมาทีหลังเครื่องยนต์ขัดข้องกลางทะเล ผมมาติดเกาะด้วยคนแล้วครับ!” เสียงของธนัตถ์ที่ตะโกนแว่วเข้ามาจากหน้าประไพทำเอาภาคินสบถออกมาเบาๆ ด้วยความหัวเสียอย่างปิดไม่มิด ขณะที่คณาธิปเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนโล่งอก ก่อนที่ริมฝีปากบางจะยกยิ้มหยันขึ้นมาทันที —โปรดติดตามตอนต่อไป— -------------------------------------------------- ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากแข็งของสถาปนิกคนนี้ด้วยกันนะคะ! - กระต่ายพระจันทร์
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟาเจ้าเล่ห์กับสถาปนิกปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%