"เอกสารสิทธิ์ถูกโอนย้ายงั้นเหรอ?"
น้ำเสียงของภาคินไม่ได้บ่งบอกถึงความตกใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ซีอีโอหนุ่มกลับแค่นדרหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือของเลขาฯ ก่อนจะปัดมันทิ้งลงบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีราวกับกำลังอ่านเมนูอาหารกลางวัน มากกว่าจะสนใจข่าวร้ายระดับวินาศสันตะโรของบริษัท
"ครับคุณภาคิน! ทางเราเช็กกับกรมที่ดินแล้ว ปรากฏว่า... ปรากฏว่า..." เลขาหนุ่มละล่ำละลักจนลิ้นแทบพันกัน
"ช่างหัวมันเถอะ" คณาธิปที่ยืนกอดอกพิงผนึกกระจกใสอยู่มุมห้องเอ่ยแทรกขึ้นมา น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกน สถาปนิกหนุ่มปรายตามองหน้าจอที่แสดงข้อมูลบริษัทคู่แข่งด้วยแววตาสมเพชระคนรู้ทัน "เล่นไม้เดิมๆ โอนย้ายสิทธิ์โดยใช้ชื่อนอมินีบังหน้า... คนคิดโปรเจกต์นี้คงสมองกลวงพอดู ถึงไม่รู้ว่าแปลงที่ดินตรงนั้นติดภาระจำยอมทางกฎหมายอยู่ครึ่งแปลง"
ภาคินหันขวับมามองร่างบางที่ยืนตีหน้าตาย สันจاوโด่งคมคายยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ แววตาคู่คมฉายแววคลั่งรักจนปิดไม่มิด "รู้ทันตลอดนะฃคณิน แบบนี้จะไม่ให้รักให้หลงได้ยังไงไหว"
"เลิกหยอดคำหวานผิดเวลาเถอะครับ... อ้อ ขอโทษที ติดปากไปหน่อย" คณาธิปยักไหล่เบาๆ เมื่อเผลอใช้คำลงท้ายแบบที่อีกฝ่ายเกลียดนักเกลียดหนา "สรุปคือ พวกมันคาบกระดูกชิ้นที่กินไม่ได้ไปต่างหากล่ะครับ ปล่อยให้สำนักงานกฎหมายของเราจัดการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายให้หมดตัวไปเลยก็แล้วกัน"
ธนัตถ์ที่ยืนลุ้นจนเหงื่อตกถึงกับทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง "ให้ตายเถอะ รีบเคลียร์ปมนี้ให้จบๆ ไปเถอะครับ ผมลุ้นจนตับจะพังอยู่แล้วเนี่ย ไหนๆ ก็ปิดดีลโปรเจกต์ยักษ์นี้ได้ ถึงจะมีแมลงหวี่แมลงวันมากวนใจ แต่คืนนี้เราต้องฉลอง! ห้องเพนต์เฮาส์ของคุณภาคิน... ห้ามปฏิเสธ!"
***
แสงไฟระยิบระยับจากมหานครเบื้องล่างสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบและเป็นส่วนตัว มีเพียงเสียงเพลงแจ๊แผ่วเบาที่ขับกล่อมให้ค่ำคืนนี้ดูเย้ายวนเกินกว่าจะปล่อยให้ผ่านเลยไป
บนโต๊ะหินอ่อนสีดำสนิท มีขวดไวน์แดงราคาแพงและแก้วคริสตัลสองใบวางอยู่ ธนัตถ์ขอตัวกลับไปก่อนหน้านี้ด้วยเหตุผลข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นอย่าง "ปวดท้องกะทันหัน" ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่าเป็นความตั้งใจที่จะเปิดทางให้เสือกับแมวได้อยู่ลำพัง
คณาธิปทอดสายตามองทัศนียภาพยามค่ำคืนในมือถือแก้วไวน์ทรงสูง สารฟีโรโมนกลิ่นชาเขียวผสมกลิ่นฝนจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศรอบตัวเพื่อกดกลิ่นกายของตัวเองไม่ให้ฟุ้งกระจาย แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของอัลฟาเจ้าเล่ห์ที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังให้ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
"ยืนเหม่อแบบนี้ ระวังจะโดนหมาป่าขโมยหอมแก้มเอานะครับ สถาปนิกคนเก่ง"
ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอาคณาธิปสะดุ้งสุดตัว สถาปนิกหนุ่มขยับตัวหนีแต่แผ่นหลังกลับแนบชิดกับอกแกร่งของอีกฝ่ายที่ก้าวเข้ามาปิดกั้นทางถอยได้อย่างแนบเนียน วงแขนแข็งแรงพาดผ่านเอวสอบและรวบตัวเขาเข้าไปแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง
"ปล่อยเลยนะครับคุณภาคิน... นี่บ้านคุณนะ แต่ผมไม่ได้อนุญาตให้คุณฉวยโอกาส" คณาธิปพยายามทำเสียงดุ แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดกลับทรยศคำพูดของเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง
"ฉวยโอกาสตรงไหนกัน ผมแค่แสดงความยินดีกับคนเก่งที่ช่วยกู้สถานการณ์ไว้ได้ต่างหาก" ภาคินกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ริมฝีปากหยักคลอเคลียอยู่แถวลาดไหล่มนผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตสีขาวบางเบา
ฤทธิ์ของไวน์แดงรสเลิศที่ดื่มเข้าไปก่อนหน้านี้เริ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความยับยั้งชั่งใจที่เคยมีอยู่เต็มร้อยลดระดับลงฮวบฮาบ คณาธิปรู้สึกว่าลมหายใจของตัวเองเริ่มติดขัด หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน กลิ่นฟีโรโมนกลิ่นไม้สนซีดาร์เข้มข้นของผู้ชายด้านหลังโอบล้อมเขาไว้ราวกับกรงขังที่เต็มไปด้วยความเย้ายวน
"คุณ... เมาแล้วนะภาคิน" คณาธิปเอ่ยเสียงสั่น พยายามใช้มือดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต่ทว่าเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีกลับหายไปไหนหมดก็ไม่รู้
"ผมไม่ได้เมา..." ภาคินพลิกร่างบางให้หันกลับมาเผชิญหน้า สายตาดุดันคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี "แต่ผมกำลังมีสติครบถ้วนดี... และรู้ด้วยว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่"
ดวงตากลมโตของสถาปนิกคนเก่งเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนผสานกันเป็นหนึ่งเดียว เคมีและแรงดึงดูดระหว่างอัลฟ่าและโอเมก้าพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ความถือดีและปากแข็งทั้งหลายแหล่ถูกแผดเผาจนมอดไหม้ในความเงียบงันของค่ำคืนนี้
ริมฝีปากหนาแตะลงบนกลีบปากนุ่มแผ่วเบาในคราแรก ก่อนจะเริ่มรุกรานหนักหน่วงและลึกซึ้งขึ้นตามอารมณ์ที่โหยหา คณาธิปส่งเสียงประท้วงในลำคอเล็กน้อยก่อนที่มือเรียวจะเผลอขยุ้มปกเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว สัมผัสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนขาทั้งสองข้างแทบหมดแรงทรุด
ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะก้าวข้ามเส้นแบ่งความสัมพันธ์ ทันใดนั้น...
*กริ๊งงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าเพนต์เฮาส์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับ
ภาคินหยุดชะงัก หน้าตาบูดบึ้งด้วยความหงุดหงิดขีดสุด สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ส่วนคณาธิปรีบผลักอกอัลฟาหนุ่มออกทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำหอบหายใจรัวด้วยความตื่นตระหนก
ประตูห้องนั่งเล่นถูกเปิดผางเข้ามาพร้อมกับร่างของธนัตถ์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโดยไม่เคาะห้อง พร้อมกับเอกสารซองสีน้ำตาลในมือที่ชูขึ้นสูง
"คุณภาคินครับ! แย่แล้วครับ! คือว่า... คนที่ส่งนอมินีมาฮุบที่ดินแปลงนั้นไม่ใช่คู่แข่งทางธุรกิจธรรมดา แต่คือ..."
ธนัตถ์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สีหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี
"...คือคุณพ่อของคุณภาคินเองครับที่บินตรงมาจากต่างประเทศ!"
****************************************
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและคอยซัพพอร์ต "กระต่ายพระจันทร์" มาโดยตลอดนะคะ!)
อัลฟาเจ้าเล่ห์กับสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 14
ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟาเจ้าเล่ห์กับสถาปนิกปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!