มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด•ตอนที่ 11

คืนใจในยามลำบาก

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าคุณยังทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้นอีกสามวินาที ฉันจะเอาข้าวต้มชามนี้ราดหัวคุณจริงๆ ด้วยนะกวิน" เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของยามวิกาล ภายในห้องครัวขนาดกะทัดรัดของร้านอาหารตามสั่ง ‘น้ำหวานโภชนา’ กวินสะดุ้งสุดตัว รอยยิ้มเจื่อนๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายที่ตอนนี้ดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด หลังจากผ่านพ้นมหรกรรมการปะทะคารมกับบรรดาญาติผู้พี่ที่พยายามฮุบมรดกตระกูลไปเมื่อช่วงหัวค่ำ ท้องของเขาก็ส่งเสียงร้องประท้วงราวกับกลองเพลิง ชายหนุ่มผู้เคยนั่งอยู่บนบัลลังก์มหาเศรษฐีหมื่นล้าน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่แสดงยอดเงินในบัญชีซึ่งเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า น้ำหวานในชุดผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้สีชมพูหวานแหวว กำลังยืนกอดอกจ้องมองเขาด้วยสายตาดุๆ แต่ลึกๆ แล้วแฝงไปด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด "โธ่ น้ำหวานครับ คุณก็รู้ว่าผมเพิ่งผ่านศึกหนักมานะฃรับ สมองผมมันยังประมวลผลไม่ทันเรื่องพินัยกรรมเลย จะให้มาทำหน้าสวยๆ สดใสคงไม่ไหวหรอกครับ" กวินส่งเสียงออดอแอดยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ น้ำหวานแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย เธอส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะวางชามเซรามิกสีขาวควันบุหรี่ลงตรงหน้าชายหนุ่ม ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวหอมมะลิเคี่ยวจนเม็ดแตกตัว ผสมผสานกับกลิ่นหอมของขิงซอยละเอียด หมูสับปั้นก้อนปรุงรส และพริกไทยดำที่โรยหน้ามาอย่างพิถีพิถัน "เลิกบ่นแล้วกินซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจเอาไปเทให้เจ้าหมาหน้าร้านกินแทน" น้ำหวานเอ่ยเสียงเรียบ แต่กลับดึงเก้าอี้ตรงข้ามมานั่งลงแล้วเท้าคางมองเขาด้วยแววตาที่อ่อนลงกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง กวินมองชามข้าวต้มร้อนๆ ตรงหน้า หัวใจที่เคยด้านชาและเย็นเยียบจากพิษสงของการหักหลังในครอบครัว กลับรู้สึกอบอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด นี่ไม่ใช่ข้าวต้มราคาแพงลิบลิ่วในภัตตาคารหรูหรามิชลินสามดาวที่เขาเคยชิน แต่มันคืออาหารมื้อดึกที่ปรุงขึ้นจากหยาดเหงื่อและน้ำใจของหญิงสาวผู้ยืนหยัดเคียงข้างเขาในยามที่ตกต่ำที่สุดในชีวิต เขายกช้อนขึ้นตักข้าวต้มคำโตเข้าปาก ความนุ่มละมุนของข้าวบวกกับรสชาติกลมกล่อมที่กำลังพอดี ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งวันมลายหายไปในพริบตา กวินเคี้ยวอย่างช้าๆ ดื่มด่ำกับรสชาติที่ซึมซาบไปทั่วร่างกาย สายตาคมกริบเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งมองเขาเคี้ยวข้าวด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "อร่อยไหมล่ะ?" น้ำหวานถามขึ้นทำลายความเงียบ เมื่อเห็นเขานิ่งเงียบไปนาน "อร่อยครับ... อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยทานมาเลยล่ะครับ" กวินตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ "ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่า คนที่เคยไล่ผมออกจากร้านด้วยไม้กวาดเมื่อเดือนก่อน จะมานั่งทำข้าวต้มอร่อยๆ ให้ผมกินตอนตีสองแบบนี้" "ก็เพราะเห็นว่าคุณทำหน้าเหมือนคนใกล้ตายต่างหากล่ะ ถ้าคุณอดตายคาห้องเช่าขึ้นมา ฉันจะไปทวงเงินค่าเช่าห้องล่วงหน้าสามเดือนมาจากไหนล่ะยะ" น้ำหวานเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแก้เขิน สองแก้มเนียนใสมีร่องรอยสีแดงระเรื่อขึ้นมาจางๆ ใต้แสงไฟสีส้มอุ่นๆ ของหลอดไฟในร้าน กวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ บรรยากาศรอบตัวช่างผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการหักหลัง หน้ากากจอมปลอม และผลประโยชน์ทับซ้อน รอยยิ้มจริงใจและชามข้าวต้มร้อนๆ ตรงหน้านี้กลับมีค่ามากกว่าเงินหมื่นล้านที่เขาเพิ่งสูญเสียไปเสียอีก "น้ำหวานครับ..." กวินวางช้อนลงอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นจนหญิงสาวต้องชะงัก "อะ...อะไรอีกเล่า จะมาไม้ไหนเนี่ย ห้ามยืมเงินเพิ่มนะ ฉันไม่มีให้แล้ว!" น้ำหวานรีบดักคอ สีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย "เปล่าครับ ผมไม่ได้จะยืมเงินคุณหรอก..." กวินอมยิ้มบางๆ เขาเอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนโต๊ะเอาไว้โดยสัญชาตญาณ สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านจากฝ่ามือของเขากระทบใจหญิงสาวจนเธอสะดุ้งเล็กน้อย แต่กลับไม่ได้ดึงมือกลับ "ผมแค่... อยากขอบคุณ" "ขอบคุณเรื่องอะไรล่ะ..." น้ำหวานหลบสายตาคู่นั้น ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับตีกลองเพลิง "ขอบคุณที่คุณไม่เคยปล่อยมือผม แม้ว่าในวันที่ผมไม่มีอะไรเลย... ไม่มีเงิน ไม่มีรถหรู ไม่มีแม้กระทั่งสิทธิ์ในการถือหุ้นบริษัท น้ำหวานครับ คุณทำให้ผมรู้ว่า บนโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินทองซ่อนอยู่" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และจริงใจที่สุดในรอบหลายปี น้ำหวานเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ประกายในดวงตาคู่สวยไหวระริก เธอเม้มริมฝีปากแน่นพยายามซ่อนความรู้สึกตื้นตันที่กำลังเอ่อล้นอยู่ในอก มืออีกข้างที่ว่างอยู่บีบมือของเขาตอบเบาๆ เป็นการยืนยันว่าเธอยังคงอยู่ตรงนี้... เคียงข้างเขาเสมอ บรรยากาศกำลังโรแมนติกและซาบซึ้งตรึงใจ ชวนให้คนอ่านรู้สึกฟินจิกหมอนตามเคมีที่ลงตัวของทั้งคู่ ทว่า... *กริ๊งงงงงง!* เสียงกริ่งประตูร้านอาหารตามสั่งดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายความเงียบสงบยามวิกาลลงทันที พร้อมๆ กับแสงไฟฟูมฟายจากรถยนต์หรูราคาแพงหลายคันที่แล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าร้านอย่างอุกอาจ กวินขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาในเสี้ยววินาที เขาดึงมือกลับอย่างเสียดาย น้ำหวานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สีหน้าเปลี่ยนเป็นความระแวดระวัง ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอ่ยปากถามอะไร ประตูร้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับ พร้อมด้วยบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสี่คนก้าวเข้ามาด้านในอย่างกร่าง "แหมๆ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ยังมีอารมณ์มานั่งสวีทกินข้าวต้มกันอยู่อีกเหรอครับ ท่านประธานกวินผู้ยิ่งใหญ่?" เสียงเยาะเย้ยถากถางดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'ก้องภพ' ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบผู้แย่งชิงตำแหน่งประธานบริษัทไปจากมือเขา พร้อมด้วยรอยยิ้มเหยียดหยามที่ฉาบอยู่บนใบหน้า กวินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ความอบอุ่นจากชามข้าวต้มเมื่อครู่มลายหายไป เหลือไว้เพียงออร่าความน่าเกรงขามระดับราชาที่แผ่พุ่งออกมาจนบอดี้การ์ดของก้องภพถึงกับผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ดึกขนาดนี้แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารมาถึงนี่... คงไม่ใช่แค่มาเยี่ยมเยียนผมเฉยๆ หรอกมั้งครับ คุณก้องภพ" กวินเอ่ยเสียงเรียบ เย็นเยือก ชวนให้สันหลังวาบ ก้องภพแค่นหัวเราะเสียงดังลั่นร้าน "ฮ่าๆๆ ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะแก! คิดว่ายังเหลืออำนาจอะไรมาเบ่งใส่ฉันอีกงั้นเหรอ? พินัยกรรมฉบับนั้นระบุชัดเจนแล้วว่าแกถูกตัดสิทธิ์ทุกอย่าง! และนี่..." ก้องภพโยนเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะอาหาร เสียงกระดาษกระทบไม้ดังลั่น "นี่คือคำสั่งขับไล่ที่ดินแปลงนี้ และร้านข้าวต้มกระจอกๆ นี่ก็เป็นกรรมสิทธิ์ของฉันเรียบร้อยแล้ว!" น้ำหวานหน้าถอดสีทันที เธอรีบก้าวเข้ามาคว้าเอกสารนั้นขึ้นมาดู มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นตราประทับและชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์คนใหม่ "มะ...ไม่จริง! สัญญาเช่าของเรายังเหลืออีกตั้งสามปีนะ!" ก้องภพแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "สัญญาเช่าอะไรกันล่ะแม่สาวน้อย? เงินทุนที่แกใช้ต่อสู้คดีเมื่อวาน... มันมาจากบัญชีกลางของตระกูลไม่ใช่เหรอ? ในฐานะผู้บริหารคนใหม่ ฉันมีสิทธิ์อายัดทรัพย์สินและฟ้องร้องเอาคืนได้ทุกเมื่อ!" ความสิ้นหวังฉายชัดขึ้นบนใบหน้าของน้ำหวาน เธอหันมามองกวินด้วยแววตาตื่นตระหนก ทว่า... ชายหนุ่มกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กวินย그มุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาที่ทรงพลังที่สุด เขายกมือขึ้นกอดอก มองหน้าก้องภพราวกับกำลังมองตัวตลกที่กำลังเต้นระบำอยู่บนลานประหาร "อายัดทรัพย์สินอย่างงั้นเหรอครับ?" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณก้องภพครับ... คุณแน่ใจแล้วเหรอครับว่า บัญชีที่คุณเพิ่งอายัดไปเมื่อตอนเย็น... มันคือบัญชีหลักของตระกูลจริงๆ?" ก้องภพชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เข้าใจ "แกหมายความว่ายังไง?!" กวินหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อ นิ้วเรียวกดหน้าจอไม่กี่ครั้งก่อนจะโยนโทรศัพท์เครื่องนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้าก้องภพ เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารระดับโลกดังขึ้น *ติ๊ง!* หน้าจอสีดำสนิทประดับด้วยลายเส้นทองคำอร่ามตา แสดงตัวเลขยอดเงินคงเหลือที่ยาวเหยียดจนก้องภพต้องขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีกเพื่อความแน่ใจ— **"ยอดเงินคงเหลือปัจจุบัน: 99,999,999,999.00 บาท"** พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสถานะบัญชีระดับสูงสุด: **[Black Unlimited Card Activated - บัญชีส่วนพระองค์และกองทุนลับอิสระ ไม่ขึ้นตรงกับตระกูลใดทั้งสิ้น]** ใบหน้าของก้องภพซีดเผือดลงในพริบตา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพลายเต็มหน้าผาก ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อตระหนักได้ว่า... ตนเองเพิ่งเดินเข้ามาหาความหายนะถึงถิ่นของมหาเศรษฐีตัวจริง! กวินโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูก้องภพด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ทรงพลังดั่งฟ้าผ่า "ยินดีต้อนรับสู่เกมของผมครับ... คุณพี่ชาย" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงหัวเราะไปกับความโบ๊ะบ๊ะแต่น่าติดตามของท่านประธานกวินในตอนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%