"คุณจะล้างจานอีกนานไหมครับ หรือตั้งใจจะผันตัวเป็นเซียนเซรามิกมือหนึ่งแห่งย่านนี้กันแน่?"
เสียงใสแจ๋วแต่น้ำเสียงแฝงความเหนื่อยหน่ายดังขึ้นจากด้านหลัง เคาน์เตอร์ครัวแคบๆ ของร้าน 'ตามสั่งสู้ชีวิต' ในยามค่ำคืนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นควันกระทะและกลิ่นไอน้ำร้อน กวินสะดุ้งเล็กน้อย เขาชะักมือที่กำลังถูฟองสบู่บนจานกระเบื้องเคลือบราคาถูกออก หันไปมองหญิงสาวในผ้ากันเปื้อนสีซีดที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาพินิจพิจารณา
น้ำหวาน... ผู้หญิงที่ควรจะหนีหายไปตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาถูกตระกูลประกาศตัดหางปล่อยวัดและยึดบัตรเครดิตทุกใบ แต่เธอกลับเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนี้ ยืนเคียงข้างผู้ชายมือเปล่าที่แม้แต่ค่าข้าวกล่องมื้อเที่ยงยังต้องลุ้นว่าจะมีปัญญาจ่ายหรือไม่
กวินใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดมือช้าๆ สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของเธอที่มีคราบเหงื่อบางๆ ประปราย ความสงสัยที่ก้นบึ้งของหัวใจตลอดหลายวันที่ผ่านมาเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นพายุลูกใหญ่ เขาไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าโลกนี้ไม่มีของฟรี และยิ่งไม่มีความภักดีอย่างไร้เหตุผล
"น้ำหวาน..." กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังกว่าทุกครั้ง บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความวุ่นวายในครัวเป็นความเงียบสงบที่ชวนอึดอัด "ผมมีคำถาม... และผมต้องการคำตอบที่ไม่มีการโกหก"
น้ำหวานเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นเล็กน้อย เธอไม่ได้แสดงท่าทีตกใจหรือลนลาน เธอยังคงยืนพิงขอบประตูห้องครัวด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง "ว่ามาสิคะ... เอ้ย... ว่ามาครับคุณชายกวิน คนเรามีอะไรก็ควรคุยกันตรงๆ" เธอรีบแก้คำพูดเมื่อเห็นสายตาคาดคั้นของชายหนุ่ม
กวินเดินเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว ขายาวๆ ของอดีตคุณชายผู้เคยเหยียบย่างบนพรมแดงหยุดลงตรงหน้าหญิงสาว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากตัวเธอ
"ทำไม?" กวินเอ่ยถาม สั้น ห้วน แต่ลึกซึ้ง "ทำไมคุณถึงยังอยู่? ตระกูลผมล้มละลาย... ไม่สิ ผมถูกเนรเทศออกจากกองมรดก ผมไม่มีเงิน ไม่มีรถหรู ไม่มีแม้แต่อนาคตที่มั่นคงในสายตาคนอื่น แต่คุณ... ผู้หญิงที่ฉลาดและมีร้านเป็นของตัวเอง กลับยอมมาทนลำบากเช็ดโต๊ะล้างจานเคียงข้างไอ้คนตกอับอย่างผมเนี่ยนะ?"
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของน้ำหวาน มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย แต่มันคือรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งจนกวินต้องขมวดคิ้วมุ่น
ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกวิน เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดแต่ละคำในหัว
"คุณคิดว่าฉันอยู่เพราะความสงสารเหรอ?" น้ำหวานถามกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก
"ผมไม่รู้..." กวินเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ความรู้สึกอึดอัดตีตื้นขึ้นมาในอก "คนเรามักมีเหตุผลเบื้องหลังเสมอ คุณอาจจะมีสัญญาหมั้นหมายที่ผู้ใหญ่บังคับ หรือ... หรือคุณอาจจะกำลังรอจังหวะซ้ำเติมผมตอนที่ผมหมดสภาพที่สุดก็ได้ใครจะรู้"
"ฮ่าๆๆๆ" น้ำหวานหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาเล็ดที่หางตาเล็กน้อย "ซ้ำเติมเหรอคะ? คุณนี่จินตนาการบรรเจิดสมเป็นอดีตนักบริหารการเงินจริงๆ นะคะคุณกวิน"
เธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้กวินอีกก้าวหนึ่ง จนหน้าอกของเธอเกือบจะชิดกับอกแกร่งของเขา มือเรียวบางเอื้อมขึ้นไปแตะที่ปกเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ของกวินอย่างแผ่วเบา จัดคอมmาร์ให้เข้าที่ด้วยความใส่ใจ
"จำวันที่ฝนตกหนักเมื่อสามปีก่อนได้ไหมคะ?" น้ำหวานกระซิบ เสียงของเธอเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่กลับดังชัดเจนก้องอยู่ในหัวของกวิน
กวินชะงัก สมองพยายามย้อนกลับไปในอดีต ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นค่อยๆ ผุดขึ้นมา
"วันนั้น... ที่ร้านกาแฟริมถนน..." กวินพึมพำ
"ใช่ค่ะ วันนั้นที่คุณเดินเข้ามาในร้านกาแฟเล็กๆ ที่ฉันเกือบจะเจ๊งอยู่รอมร่อ คุณไม่ได้รู้จักฉัน คุณไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่าฉันเป็นใคร แต่คุณเดินมาวางเงินก้อนโตไว้บนโต๊ะ พร้อมกับบอกว่า 'กาแฟแก้วนี้รสชาติดีเกินกว่าจะปล่อยให้ร้านนี้ปิดตัวลง... พยายามเข้าล่ะ'" น้ำหวานเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาทอประกายระยิบระยับ "เงินก้อนนั้นแหละค่ะ ที่ทำให้ฉันมีทุนเปิดร้านตามสั่งร้านนี้ในวันนี้"
กวินเบิกตากว้างเล็กน้อย เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยทำเรื่องแบบนั้น มันเป็นเพียงแค่ความใจดีชั่ววูบของมหาเศรษฐีผู้มีเงินใช้ไม่หมดในยุคนั้น เงินจำนวนไม่กี่หมื่นสำหรับเขาในตอนนั้นมันเทียบไม่ได้กับค่ากาแฟแพงๆ ด้วยซ้ำ แต่สำหรับน้ำหวาน... มันคือชีวิตใหม่
"คุณช่วยชีวิตฉันไว้ด้วยความไม่ตั้งใจ... และวันนี้ ถึงตาฉันบ้างที่จะทวงคืนบุญคุณนั้น" น้ำหวานยิ้มกว้าง "ไม่ใช่ในฐานะคู่หมั้นที่ถูกบังคับตามสัญญา แต่เป็นในฐานะ... คนที่เห็นคุณค่าในตัวตนจริงๆ ของคุณ ไม่ใช่แค่กระเป๋าเงินของคุณ"
คำพูดนั้นราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางใจของกวิน ความสงสัย ความหวระแวง และความรู้สึกด้อยค่าที่สะสมมานานนับเดือนพังทลายลงในพริบตา ความอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
กวินอ้าปากค้างเล็กน้อย กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อแสดงความซาบซึ้งใจ
*Rrrr... Rrrr...*
เสียงโทรศัพท์มือถือราคาถูกของกวินที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ บรรยากาศซาบซึ้งเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา
กวินขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขาก้มมองหน้าจอ เบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่ขึ้นรหัสพื้นที่จากต่างประเทศ
"ใครโทรมาดึกดื่นป่านนี้เนี่ย..." กวินพึมพำด้วยความรำคาญ ก่อนจะกดรับสายแล้วเปิด speaker "ฮัลโหล ถ้าจะขายประกันตอนนี้ผมบอกเลยว่าผมมีประกันสังคมแล้วครับ!"
"เรียน ท่านประธานกวินครับ..." เสียงปลายสายดังขึ้น เป็นเสียงทุ้มต่ำและเป็นทางการอย่างยิ่งจนกวินต้องชะงัก "ระบบการเงินสำรองฉุกเฉินระดับโลก 'Black Obsidian' ที่ท่านถูกระงับการใช้งานชั่วคราว... บัดนี้ ทางคณะกรรมการบริหารสูงสุดได้ทำการปลดล็อกเงื่อนไขทั้งหมดเรียบร้อยแล้วครับ"
กวินและน้ำหวานต่างนิ่งค้างไปพร้อมกัน
"สะ...
ระบบอะไรนะ?" กวินถามเสียงหลง หัวใจเต้นรัวระรัว
"ตอนนี้ ยอดเงินในบัญชีหลักของท่านได้รับการโอนคืนสู่สถานะปกติแล้วครับ... และเรียนแจ้งเพื่อทราบ ยอดเงินคงเหลือในปัจจุบันคือ สามแสนล้านบาทถ้วน... ยินดีต้อนรับกลับสู่บัลลังก์ครับ ท่านประธาน!"
สิ้นเสียงประกาศจากปลายสาย เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันธนาคารในมือถือของกวินก็ดังขึ้นติดต่อกันไม่หยุดหยัด พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนการรูดบัตรเครดิตสีดำสนิทที่วางนอนนิ่งอยู่ในลิ้นชักเก่าๆ ที่จู่ๆ ก็มีไฟสถานะสีทองสว่างวาบขึ้นมาในความมืด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเสียงหัวเราะและลุ้นระทึกไปกับความโบ๊ะบ๊ะของท่านประธานกวินในตอนนี้ด้วยนะครับ!
มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด•ตอนที่ 10
ความลับที่ยังไม่ได้เปิดเผย
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!