"ไอน้ำพุ่งขึ้นมาขนาดนั้น ถ้าน้องน้ำหวานทายว่าเป็นเพราะหม้อน้ำแตก พี่จะยอมกราบตักสามทีเลยครับ"
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นพร้อมกับควันขาวโขมยที่พวยพุ่งออกจากฝากระโปรงรถซีดานยุโรปคันหรู ซึ่งบัดนี้จอดนิ่งสนิทอยู่ไหล่ทางด่วนท่ามกลางแสงแดดแผดเผายามบ่าย กวิน เจ้าของฉายามหาเศรษฐีตกอับแต่กระเป๋าหนัก ยืนกอดอกพิงตัวถังรถด้วยสีหน้าปลงตก ชุดสูทสั่งตัดราคาหลักแสนของเขาตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าควันและเหงื่อกาฬที่ไหลโซมกาย ผิดกับภาพลักษณ์หนุ่มสำอางผู้กุมอำนาจเงินตราเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนอย่างสิ้นเชิง
น้ำหวาน หญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่หมั้นและหลักยึดเหนี่ยวเดียวในยามยาก ไม่ได้สนใจคำหยอกล้อของชายหนุ่ม เธอใช้หลังมือปาดเหงื่อบนหน้าผาก ลมหายใจหอบถี่เล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวขณะก้มลงสำรวจความเสียหายใต้ท้องรถตามประสาคนผ่านโลกและผ่านงานหนักมาโชกโชน
"ไม่ต้องมาประชดเลยค่ะ... เอ๊ย! ไม่ต้องมาประชดเลยครับคุณชายกวิน" น้ำหวานเกือบหลุดปากสำเนียงเดิมออกมา แต่ก็รีบปรับเสียงให้เข้มขึ้นเพื่อคุมสถานการณ์ "นี่มันไม่ใช่หม้อน้ำธรรมดา ท่อส่งน้ำมันเครื่องน่าจะมีปัญหาด้วย ดูสคริปต์ทริปพักใจที่เราวางแผนกันไว้สิครับ... ล่มไม่เป็นท่าตั้งแต่ยังไม่ทันพ้นเขตจังหวัดเลย"
ทริปพักผ่อนที่กวินตั้งใจจะพาคู่หมั้นสาวหนีความวุ่นวายจากตระกูลใหญ่มาฮีลใจ กลับกลายเป็นการทดสอบความอดทนครั้งใหญ่บนถนนสายเปลี่ยว รถยุโรปยุคไฮเทคคันนี้ดื้อรั้นเสียจนแม้แต่ระบบปัญญาประดิษฐ์ในรถยังขึ้นข้อความเตือนเป็นภาษาเยอรมันที่อ่านไม่รู้เรื่อง ปิดท้ายด้วยการดับเครื่องตายสนิทอย่างไม่ไยดี
กวินยิ้มแห้งๆ เขาควักกระเป๋าหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้วงเงินออกมาราวกับมันคือไม้กายสิทธิ์ "งั้นเดี๋ยวผมโทรเรียกบริการรถยกวีไอพีสครับ ใช้เวลาไม่เกินสิบหนาที เดี๋ยวมียานแม่มารับเราเอง รับรองว่าความสบายระดับโรงแรมห้าดาวยังรอเราอยู่"
น้ำหวานหันขวับมามองหน้าคู่หมั้นหนุ่มทันที แววตาคมกริบส่งสัญญาณเตือนภัยชัดเจน "หยุดความคิดใช้เงินแก้ปัญหาเดี๋ยวนี้เลยนะคะ... เอ๊ย! เดี๋ยวนี้นะครับคุณกวิน!" เธอยื่นมือไปปัดมือถือในมือเขาลงเบาๆ "จำไม่ได้เหรอคะที่เราตกลงกันไว้? ตั้งแต่คุณถูกตัดหางปล่อยวัด เราต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาให้เป็น ไม่ใช่มีอะไรก็ใช้เงินฟาดหัวปัญหาตลอดเวลา รถเสียก็ต้องรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสิครับ!"
กวินอ้าปากค้างเล็กน้อย นัยน์ตาฉายแววทึ่งระคนเอ็นดู หญิงสาวตรงหน้าเขาคนนี้ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย แม้ในวันที่เขาถือครองความมั่งคั่งมหาศาล หรือในวันที่เขาเหลือเงินติดตัวแค่ไม่กี่ร้อยบาท เธอก็ยังคงเป็นผู้หญิงคนเดิมที่ดึงสติเขาให้อยู่กับร้อยกับความเป็นจริงเสมอ
"ครับผม... คุณครูน้ำหวาน" กวินยกมือยอมจำนนอย่างสุภาพ "แล้วท่านศาสตราจารย์ด้านเครื่องยนต์ มีแผนสำรองอะไรนอกจากยืนตากแดดรอให้เรากลายเป็นปลาหมึกย่างเกลือไหมล่ะครับ"
น้ำหวานกวาดสายตามองไปรอบตัว สภาพแวดล้อมคือถนนสายรองที่มีรถวิ่งผ่านไปมาค่อนข้างบางตา ด้านซ้ายเป็นทุ่งนาเวิ้งว้าง ด้านขวาเป็นป่ารกทึบ ไกลออกไปราวๆ หนึ่งกิโลเมตรมีป้ายเก่าๆ ขึ้นสนิมบอกทางไปอู่ซ่อมรถประจำชุมชน
"เราต้องเดินไปหาความช่วยเหลือครับ" น้ำหวานประกาศกร้าว "ทิ้งรถไว้ตรงนี้ ล็อคประตูให้เรียบร้อย แล้วเดินไปที่อู่ตรงโน้น น่าจะพอมีช่างชาวบ้านช่วยดูเบื้องต้นได้ ดีกว่ายืนรอปาฏิหาริย์กลางแดดเปรี้ยงแบบนี้"
กวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รองเท้าหนังอิตาลีราคาแพงระยับของเขากับชุดสูทหรูหรานี่นะ จะต้องเดินเท้าลุยฝุ่นแดงไปกลางทุ่งแดดเปรี้ยง? แต่มองสบตากับแววตาที่เอาจริงเอาจังของคู่หมั้นแล้ว เขาก็รู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
ทั้งคู่เดินเคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าความร้อนระอุไปตามไหล่ทาง แม้จะมีเสียงบ่นอุบอิบจากอดีตทายาทมหาเศรษฐีเป็นระยะ แต่ทุกครั้งที่กวินเห็นน้ำหวานปาดเหงื่อและเดินนำหน้าอย่างไม่ย่อท้อ เขาก็กลืนคำบ่นลงคอแล้วเร่งฝีเท้าตามไปให้ทัน บรรยากาศรอบตัวแม้จะทุลักทุเล แต่มันกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นประหลาดที่เงินนับล้านก็ซื้อไม่ได้
ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที ทั้งคู่ก็มาถึงเป้าหมาย—อู่ซ่อมรถ "ช่างมั่นคง" ที่ดูเหมือนจะมั่นคงแค่ชื่อ เพราะตัวอาคารเป็นเพิงสังกะสีเก่าๆ มีคราบน้ำมันเครื่องดำปี๋เลอะเทอะไปทั่วพื้น และมีกลิ่นอับของยางรถยนต์ลอยคละคลุ้ง
"มีใครอยู่ไหมครับ!" กวินตะโกนพลานใช้มือปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า
ร่างท้วมของชายวัยกลางคนในชุดช่างเลอะเทอะเดินเช็ดมือออกมาจากใต้ท้องรถกระบะรุ่นคุณปู่ เขามองสำรวจแขกผู้มาเยือนทั้งสองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมิน ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคอ
"แต่งตัวซะหล่อเหลาดูดีขนาดนี้ มาทำอะไรกันแถวนี้ล่ะพ่อหนุ่ม แม่สาวน้อย? รถเสียกลางทางล่ะสิ ท่าทางคุณชายคงไม่เคยเดินลุยแดดไกลขนาดนี้มาก่อนสินะ" ช่างมั่นคงเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองตามประสาคนต่างจังหวัด
"พอดีรถผมเกิดอาการฮีตเตอร์ขึ้นกระทันหันครับ พอจะรบกวนให้ช่างช่วยไปดูหน่อยได้ไหมครับ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ผมยินดีจ่ายไม่อั้น" กวินรีบเอ่ยเข้าประเด็นทันที
ช่างมั่นคงเลิกคิ้วสูง หัวเราะเสียงดังลั่น "จ่ายไม่อั้น? โอ้โห คำนี้คุ้นหูจัง แต่บอกไว้ก่อนนะพ่อคหบดี รถยุโรปไฮเทคพวกนั้นน่ะ อะไหล่ในอู่ผมนี่มีแต่ของกระบะอีซูซุมือสองนะเฟ้ย จะเอาอะไรไปซ่อมรถหรูของคุณล่ะ"
น้ำหวานรีบก้าวเข้ามาขนาบข้างกวิน ส่งยิ้มเป็นมิตรเพื่อผ่อน ภัยสถานการณ์ "พี่ช่างครับ รบกวนช่วยไปดูอาการเบื้องต้นให้หน่อยเถอะครับ เผื่อมีสายยางหรือจุดไหนพอจะประาณการแก้ขัดได้ พวกเราเกรงใจจริงๆ แต่จำเป็นต้องใช้รถรีบเดินทางต่อครับ"
รอยยิ้มจริงใจและท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนของน้ำหวานทำให้ช่างมั่นคงใจอ่อนยวบ ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับ "เอ้า! ในเมื่อพูดจาน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ เดี๋ยวฉันหยิบเครื่องมือแล้วขับกระบะตามไปดูให้หน่อยก็แล้วกัน รอตรงนี้นะ"
ขณะที่ช่างมั่นคงกำลังเดินไปหยิบกล่องเครื่องมือหลังร้าน เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องของรถออฟโรดคันใหญ่คันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าอู่ด้วยความเร็วสูงจนฝุ่นตลบอบอวล แรงลมจากการเบรกกะทันหันเกือบทำให้กวินต้องดึงตัวน้ำหวานเข้าหาอ้อมกอดเพื่อป้องกันสะเก็ดหินกระเด็นใส่
ประตูรถออฟโรดเปิดออก พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดลำลองแบรนด์เนมราคาแพง ใบหน้าคมคายแต่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยก้าวลงมา ดวงตาคมปลาบกวาดมองกวินและน้ำหวานด้วยแววตาสมเพชระคนคุ้นเคย
"อ้าวๆๆ นึกว่าใคร... กวิน อดีตคุณชายผู้ยิ่งใหญ่แห่งตระกูลดังนี่เอง!"
เสียงทุ้มติดจะเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ "ภัทร" ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คู่แข่งคนสำคัญของตระกูลกวินในอดีต ภัทรเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับกอดอกมองสภาพมอมแมมของกวินด้วยความสะใจ
"ไม่นึกเลยนะว่าจะได้เห็นภาพอดีตท่านประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล ต้องมาเดินตากแดดขอความช่วยเหลือแถวอู่ซ่อมรถสังกะสีผุๆ แบบนี้" ภัทรหัวเราะเยาะในลำคอ สายตาโลภมากกวาดมองไปที่น้ำหวานตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไร้มารยาท "แล้วนี่... เด็กเสิร์ฟร้านตามสั่งคนเดิมเหรอเนี่ย? ยังอุตส่าห์ตามมาลำบากด้วยกันอีกนะ ช่างเป็นรักแท้ที่น่าสมเพชเสียจริง"
กวินขบกรามแน่น สันกรามขึ้นเป็นสันนูน มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจไม่ใช่เพราะคำดูถูกที่มีต่อตัวเขา แต่เป็นเพราะสายตาและวาจาดูหมิ่นที่ภัทรใช้กับผู้หญิงที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามาตลอด
น้ำหวานสัมผัสได้ถึงความโกรธที่คุกรุ่นอยู่ในตัวชายหนุ่ม เธอบีบมือของกวินเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาภัทรด้วยแววตานิ่งสนิท ไม่มีความหวาดกลัวหรือสะทกสะท้านแม้แต่น้อย
"การที่คนเราจะเลือกยืนเคียงข้างกันในวันที่ลำบาก มันน่าภูมิใจกว่าการใช้เงินพ่อแม่มาขับรถอวดเบ่งข่มคนอื่นเยอะนะครับ คุณภัทร" น้ำหวานตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบแต่นิ่มนวลเชือดเฉือนทุกคำ
ภัทรหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อโดนผู้หญิงที่ตนดูแคลนย้อนกลับ "ปากกล้าดีนี่นังเด็กบ้านนอก! คิดว่าตอนนี้พวกเธอมีค่าพอจะมาต่อปากต่อคำกับฉันรึไง? บอกให้รู้ไว้ซะ รถหรูคันที่จอดตายอยู่กลางถนนเมื่อกี้... ฉันเพิ่งขับผ่านมา เห็นแล้วอุจาดตาชะมัด ถ้าไม่มีปัญญาซ่อมหรือไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อคันใหม่ ก็กราบตีนฉันตรงนี้สิ เผื่อฉันจะเมตตาโยนเงินสักหมื่นสองหมื่นให้พวกเธอไปขึ้นรถโดยสารกลับบ้าน!"
บรรยากาศในอู่ซ่อมรถเงียบกริบ ช่างมั่นคงที่ถือกล่องเครื่องมือเดินออกมาพอดีถึงกับชะงักค้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความอึดอัด
กวินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความโกรธเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในสายตา เขายกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนที่รู้จักกวินดีในอดีตต้องผวา เพราะมันคือรอยยิ้มก่อนที่เขาจะใช้เงินจำนวนมหาศาลทำลายล้างคู่แข่งให้จมดิน
"เงินหมื่นสองหมื่นเหรอครับ..." กวินพูดเสียงเรียบ เจือความเย้ยหยันอย่างชัดเจน "เกรงว่าเงินจำนวนนั้น จะไม่พอเป็นค่าฝุ่นที่เกาะรองเท้าผมด้วยซ้ำไป"
"ฮ่าๆๆๆ ปากดีชิบหาย! จนตรอกขนาดนี้แล้วยังจะมาทำเป็นเก๊กหล่ออีกเหรอวะ ไอตระกูลที่โดนตัดหางปล่อยวัดเอ๋ย แกมันก็แค่ขอทานใส่สูทเท่านั้นแหละไอ--!"
ภัทรยังพูดไม่ทันจบประโยค กวินก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทลวดลายประณีตสะท้อนแสงแดดออกมาถือไว้ในมืออย่างไม่เร่งรีบ พร้อมกับกดโทรศัพท์มือถือโทรออกหาเลขานุการส่วนตัวที่ดูแลบัญชีลับพิเศษ
"จัดการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทอสังหาฯ ภัทรกรุ๊ป ให้เวลาสิบนาที... ทำให้มันกลายเป็นบริษัทไร้ค่าซะ"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยสั่งผ่านโทรศัพท์ท่ามกลางความเงียบสนิท ก่อนที่กวินจะหันไปมองหน้าภัทรที่เริ่มซีดเผือดด้วยความตกใจ
"แก... แกทำบ้าอะไรวะ! โทรหาใคร!?" ภัทรแสร้งทำเป็นหัวกลบเกลื่อนแต่เสียงเริ่มสั่น
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของภัทรก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกัน เสียงแจ้งเตือนข้อความจากธนาคารและตลาดหลักทรัพย์ดังระรัวจนแทบไม่ต้องหายใจ ภัทรหน้าถอดสี มือสั่นเทาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ภาพหน้าจอแสดงตัวเลขมูลค่าหุ้นของบริษัทครอบครัวเขาที่กำลังดิ่งพสุธาลดลงสู่จุดต่ำสุดอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์
ภัทรเบิกตากว้าง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เข่าอ่อนยวบลงจนแทบจะทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นฝุ่น หันขวับมามองหน้ากวินด้วยแววตาตื่นตระหนกสุดขีดราวกับเห็นผี
"นะ... นาย... นายทำอะไรลงไป..." ภัทรละล่ำละลักเสียงสั่นเครือ
กวินก้าวเข้าไปใกล้ภัทรช้าๆ โน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่น้ำหนักคำพูดราวดั่งค้อนยักษ์ทุบลงกลางกระบาล
"จำไว้ให้ดีนะครับ... ว่าคนที่คุณกำลังดูถูกเมื่อกี้ ซื้อลมหายใจทางธุรกิจของคุณได้ทั้งตระกูล... ด้วยปลายนิ้วเดียว"
[Cliffhanger Hook]:
ในวินาทีที่ภัทรกำลังจะอ้าปากคุกเข่าร้องขอชีวิต เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์สีดำสนิทติดตราสัญลักษณ์ตระกูลเก่าแก่ของกวินก็บินแหวกน่านฟ้ามาจอดลงจอดสนิทที่ลานโล่งข้างอู่ซ่อมรถอย่างอลังการ พร้อมกับประตูห้องโดยสารที่เปิดออกเผยให้เห็นชายชราในชุดสูทสวมแว่นตากันแดดก้าวลงมาโค้งคำนับกวินอย่างนอบน้อม—"ท่านครับ... รถพร้อมแล้ว และทางคณะกรรมการตระกูลกำลังรอคำสั่งท่านอยู่ที่คฤหาสน์ครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ
มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด•ตอนที่ 21
กลางทางมีเรื่องวุ่น
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!