มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด•ตอนที่ 22

เรียนรู้ชีวิตจากคนแปลกหน้า

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ท่านครับ... รถพร้อมแล้ว และทางคณะกรรมการตระกูลกำลังรอคำสั่งท่านอยู่ที่คฤหาสน์ครับ" แรงลมมหาศาลจากใบพัดเฮลิคอปเตอร์รุ่นท็อปซีรีส์กวาดเอาฝุ่นละอองที่พื้นอู่ซ่อมรถจนฟุ้งกระจาย ภัทรที่เพิ่งคุกเข่าลงไปครึ่งหนึ่งถึงกับหน้าซีดเผือดจนแทบไม่เหลือสีเลือด ปากสั่นพาบๆ ดวงตาเบิกโพ้างb มองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่น้ำหวานซึ่งยืนกอดอกอยู่ข้างกวินถึงกับอ้าปากค้างเล็กน้อย เธอปัดฝุ่นที่เกาะตามเสื้อผ้าเบาๆ ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มข้างกายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระคนทึ่งและหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน กวินถอนหายใจยาวเหยียด เขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ความยิ่งใหญ่และอำนาจเงินมหาศาลที่เคยถูกพรากไป บัดนี้มันไหลกลับมาอยู่ในอุ้งมือเขาอีกครั้งอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่า... หัวใจของเขากลับไม่ได้พองโตด้วยความเย่อหยิ่งเหมือนในอดีต เหตุการณ์เฉียดตายและความยากลำบากตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการได้มาล้างจานและช่วยงานที่ร้านตามสั่งของน้ำหวาน ทำให้เขาได้เรียนรู้ว่า เงินซื้อได้ทุกอย่างจริง แต่มันซื้อความจริงใจไม่ได้... และที่สำคัญที่สุด มันซื้อรอยยิ้มของหญิงสาวที่ยืนเคียงข้างเขาในยามตกอับไม่ได้เลย "ลุกขึ้นเถอะภัทร" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทรงพลัง สายตาคมกริบมองไปยังเจ้าของอู่ที่ตอนนี้ตัวสั่นเทานั่งพับเพียบอยู่กับพื้น "ผมเคยบอกคุณแล้วว่า คนเราอย่ามองกันที่ภายนอก วันนี้คุณดูถูกผม พรุ่งนี้คุณอาจจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่... แต่ผมไม่ใช่คนใจร้ายแบบที่คุณคิดหรอกนะ" "ข... ขอบพระคุณครับท่าน! ขอบพระคุณครับคุณกวิน!" ภัทรโขกหัวลงกับพื้นแทบไม่ทัน น้ำตาไหลพรากด้วยความโล่งอก "จำบทเรียนวันนี้ไว้ให้ดี" กวินหันหลังกลับ พร้อมโบกมือลาชายชราในชุดสูทที่โค้งคำนับรออยู่ "ส่วนเรื่องอู่ของคุณ... ผมยังต้องซ่อมรถกระบะส่งของให้น้ำหวานต่อ จัดการให้เรียบร้อย อย่าให้เสียเวลาไม่งั้นผมจะปลดพวกคุณออกจากบอร์ดบริหารให้หมด" "รับทราบครับท่าน!" ชายชราตอบรับอย่างขันแข็ง กวินหันมามองน้ำหวานที่ยังคงยืนนิ่งเงียบ เธอเม้มริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด ก่อนที่กวินจะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ไปกันเถอะน้ำหวาน รถพร้อมแล้ว... เราจะไปจัดการธุระของตระกูลให้จบ แล้วผมจะพาคุณไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านโปรดที่คุณบ่นว่าอยากกินตั้งแต่สัปดาห์ก่อน" น้ำหวานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่ผ่อนคลายลง เธอยิ้มมุมปากแล้วใช้ศอกกระทุ้งเบาๆ ที่สีข้างของอดีตเศรษฐีตกอับ "แหม... พอกลับมารวยนี่ป๋าใหญ่เลยนะพ่อคุณ ทีตอนอยู่ร้านฉัน บ่นกระปอดกระแปดเรื่องล้างจานไม่ยอมหยุด" "โธ่ น้ำหวาน นั่นมันอดีตครับ อดีต... ตอนนี้ผมเป็นคนใหม่แล้ว" กวินหัวเราะร่วน บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น ทั้งสองก้าวขึ้นสู่เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องก่อนที่ตัวเครื่องจะค่อยๆ ลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าสีคราม เบื้องล่างคือภาพของเมืองเล็กๆ และอู่ซ่อมรถที่ค่อยๆ เล็กลงจนกลายเป็นจุดตัดสายตา กวินมองลอดหน้าต่างกระจกใสลงไปเบื้องล่าง ความคิดมากมายไหลวนอยู่ในหัว สมัยก่อนเขาคิดว่าเงินคือพระเจ้า ทุกคนต้องสยบแทบเท้า แต่การได้มาใช้ชีวิตติดดิน ได้สัมผัสกับความเหนื่อยยากของคนหาเช้ากินค่ำ และที่สำคัญที่สุดคือการได้พบกับน้ำหวาน ทำให้เขาเข้าใจสัจธรรมของชีวิตอย่างลึกซึ้งว่า เงินทองเป็นของนอกกาย แต่ "คนข้างกาย" ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาต่างหากคือสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้ เฮลิคอปเตอร์บินข้ามผ่านภูเขาและตึกระฟ้า จนกระทั่งมาลงจอดที่คฤหาสน์ตระกูลกวิน คฤหาสน์หลังมหึมาสไตล์ยุโรปโบราณที่รายล้อมด้วยสวนดอกไม้นานาพรรณ ทันทีที่ประตูเปิดออก เหล่าพ่อบ้าน แม่บ้าน และคณะกรรมการอาวุโสของตระกูลนับสิบชีวิตต่างยืนเรียงแถวโค้งคำนับรอรับด้วยความเคารพยำเกรงอย่างสูงสุด กวินก้าวลงจากเครื่องด้วยท่าทีสง่างาม น้ำหวานก้าวตามลงมาติดๆ แม้เธอจะไม่คุ้นเคยกับความหรูหราอลังการระดับนี้ แต่ด้วยความสตรองในสายเลือด เธอจึงเชิดหน้าขึ้นและเดินเคียงข้างเขาอย่างสง่าผ่าเผย ไม่มีความหวาดหวั่นใดๆ ทั้งสิ้น "ยินดีต้อนรับกลับครับ/ค่ะ ท่านประธาน!" เสียงประสานเสียงดังสนั่นก้องลานน้ำพุหน้าคฤหาสน์ กวินยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามให้ทุกคนเงียบเสียงลง เขากวาดสายตามองหน้าคณะกรรมการแต่ละคนที่เคยลงมติขับไล่เขาออกจากตระกูลเมื่อหลายเดือนก่อน บัดนี้แต่ละคนต่างก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว กฎเหล็กของตระกูลถูกยกขึ้นมาอ้างเพื่อปลดเขา แต่ตอนนี้... อำนาจทั้งหมดอยู่ในกำมือของเขาแล้ว "ลุกขึ้นเถอะครับ" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงอำนาจ "ผมรู้ว่าพวกคุณบางคนกำลังคิดอะไรอยู่ คิดว่าผมเป็นแค่เด็กอมมือที่ผลาญเงินตระกูลเล่นใช่ไหม?" ไม่มีใครกล้าส่งเสียงตอบรับแม้แต่คนเดียว ความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ "แต่พวกคุณคิดผิด..." กวินเดินตรงไปยังบันไดทางขึ้นคฤหาสน์ ก่อนจะหันกลับมามองทุกคนด้วยแววตาที่เฉียบคมราวกับพญาอินทรีย์ "ช่วงเวลาที่ผมถูกตัดหางปล่อยวัด ทำให้ผมได้เรียนรู้ชีวิตมากกว่าการนั่งเซ็นเช็คในห้องแอร์ ผมรู้ว่าเงินร้อยล้านมีค่าแค่ไหนเมื่อเทียบกับข้าวต้มร้อนๆ สักชามในยามที่ไม่มีอะไรเลย และผมก็รู้ว่าใครคือมิตรแท้... ใครคือคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างผมในยามวิกฤต" พูดจบ กวินก็หันไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้น้ำหวานที่ยืนอยู่ข้างๆ หญิงสาวค้อนใส่เขาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็แอบอมยิ้มออกมาไม่ได้ "เอาล่ะ" กวินหันกลับมาหาคณะกรรมการอาวุโสอีกครั้ง "เรื่องการบริหารตระกูลต่อจากนี้ ผมจะปรับโครงสร้างใหม่ทั้งหมด ใครที่ทำงานไม่คุ้มเงินเดือน... เตรียมตัวไปเก็บกระเป๋าได้เลย ส่วนคุณลุงผู้จัดการ..." กวินปรายตามองชายแก่หัวล้านพุงพลุ้ยที่ตัวสั่นเทา "พรุ่งนี้เช้า ไปรายงานตัวที่ร้านตามสั่งเจ๊น้ำหวาน คุณต้องไปช่วยล้างจานที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม เพื่อจะได้รู้ซึ้งถึงคุณค่าของหยาดเหงื่อแรงงาน!" สิ้นเสียงคำสั่งของกวิน คณะกรรมการอาวุโสถึงกับหน้าถอดสี ส่วนผู้จัดการหนีไม่พ้นที่จะทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ความสะใจแผ่ซ่านไปทั่วอกของผู้อ่าน กวินในวันนี้ไม่ใช่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออีกต่อไป แต่เขาคือมหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจที่เปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและหัวใจที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ทว่า... ในขณะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นและชัยชนะอยู่แค่เอื้อม จู่ๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพงของกวินก็สั่นขึ้นมาอย่างรุนแรง หน้าจอแสดงเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีชื่อผู้ติดต่อ กวินขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย เสียงปลายสายไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเสียงหัวเราะเยือกเย็นของบุคคลที่เขาคิดว่าหายสาบสูญไปจากชีวิตแล้วตลอดกาล— "สวัสดี... หลานรัก ไม่คิดเลยสินะว่าเกมมันเพิ่งจะเริ่มต้นจริงๆ..." ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%