มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด•ตอนที่ 20

หลบหนีไปพักใจ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"เหยียบให้มิดด้ามครับคนขับ! ถ้าไม่อยากให้ตูดรถหรูคันแปดหลักของคุณถูกฝ่าบาทอย่างผมประเคนด้วยลูกถีบ!" เสียงคำรามอย่างร้อนรนของกวินดังลั่นห้องโดยสารรถยนต์ซีดานกันกระสุนคันโฉบ ที่ตอนนี้กำลังพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถของงานอีเวนต์ระดับประเทศด้วยความเร็วสูงชนิดที่ยางแทบไหม้ ภาพเหตุการณ์บนจอสมาร์ทโฟนที่เพิ่งตัดจบไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนยังคงติดตา—ขบวนรถหรูหราห้าคันของ 'คุณหญิงวิภาณี' อดีตคู่หมั้นผู้เคยประกาศตัดสัมพันธ์เขาอย่างไม่ไยดีเมื่อคราวล้มละลาย กำลังมุ่งหน้ามายังสถานที่จัดงานแห่งนี้ด้วยเป้าหมายบางอย่างที่เดาได้ไม่ยากว่าคงมาเพื่อเกาะกระแสความร่ำรวยครั้งใหม่ของเขาอย่างแน่นอน น้ำหวานที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบาะข้างๆ ปรายตามองชายหนุ่มผู้กำลังนั่งเหงื่อตกพลั่กด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก เธอยกกาแฟกระป๋องราคาถูกขึ้นจิบอย่างใจเย็น ราวกับความวุ่นวายระดับสิบระลึกที่อยู่เบื้องหลังเป็นเพียงเรื่องตลกคาเฟ่ในโทรทัศน์ "ไหนว่าคุณคือนักบริหารเงินผู้กุมอำนาจตลาดทุนไงล่ะครับท่านมหาเศรษฐี ทำไมเจออีแค่คุณหญิงแม่ยายเก่า (เกือบจะ) ถึงกับต้องสั่งคนขับรถหนีหัวซุกหัวซุนขนาดนี้ล่ะครับเนี่ย" น้ำหวานแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับด้วยความขบขันระคนหมั่นไส้ "โถ... คุณน้ำหวานครับ นั่นไม่ใช่แค่แม่ยายเก่าครับ แต่นั่นมันคือ 'ภัยพิบัติทางมลพิษทางวาจา' ต่างหาก!" กวินหันมาทำหน้าเหเก มือไม้ปัดป่ายปฏิเสธเป็นพัลวัน "ลองคิดดูสิครับ ถ้าผู้หญิงคนนั้นเข้ามาเจอผมตอนนี้ เธอคงไม่พ้นพ่นน้ำลายใส่หน้าผมเรื่องสัญญาหมั้นหมายทิพย์ที่เธอเป็นคนฉีกทิ้งกับมือแน่ๆ ผมยังไม่อยากเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ฟังเสียงนกเสียงกาให้ปวดประสาทหรอกครับ วันนี้ผมตั้งใจพาคุณมาพักผ่อนนะ ไม่ได้พามาเปิดศึกน้ำลาย" "พักผ่อน?" น้ำหวานทวนคำ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "แล้วเรากำลังจะไปไหนกันล่ะครับเนี่ย เล่นพุ่งออกมาอย่างไร้จุดหมายแบบนี้ น้ำมันรถคันนี้จะหมดถังก่อนที่เราจะได้พักไหมเนี่ย" "รับรองว่าไม่หมดแน่นอนครับ เพราะบัตรเครดิตดำใบนี้พร้อมจะซื้อบริษัทผลิตน้ำมันทั้งบริษัทให้คุณได้เสมอ!" กวินยืดอกพูดด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมกับตบกระเป๋าเสื้อสูทที่มีบัตรสีดำสนิทไร้วงเงินนอนสงบนิ่งอยู่ รถยนต์หรูหราแล่นออกนอกเขตเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่เส้นทางสายรองที่สองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกระฟ้าเป็นทุ่งนาเขียวขจีและแนวเขาอันเงียบสงบ ความเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายและแสงแฟลชอันน่าปวดหัวค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยสายลมเย็นๆ ที่พัดผ่านกระจกหน้าต่างรถที่ถูกเลื่อนลงมาครึ่งหนึ่ง ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง รถคันหรูก็เลี้ยวเข้ามาจอดสนิท ณ หน้าซุ้มประตูทางเข้า "ตลาดริมทางรถไฟ" แห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา เสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนแข่งกันเรียกลูกค้า กลิ่นหอมฉุยของปลาหมึกย่าง อาหารทะเลสดๆ และขนมไทยโบราณลอยฟุ้งอบอวลอยู่ในอากาศ ผู้คนเดินเบียดเสียดกันขวักไขว่ เป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและแตกต่างจากโลกธุรกิจอันเย็นชาที่กวินคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง กวินก้าวลงจากรถ ปรับสูทราคาแพงให้เข้าที่ พร้อมกับหันไปยื่นมือให้หญิงสาวตรงหน้า น้ำหวานมองมือนั้นครู่หนึ่งก่อนจะอมยิ้มแล้ววางมือเรียวลงบนฝ่ามือของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันเข้าไปในตลาด ท่ามกลางสายตาของพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านที่แอบเหลียวมองด้วยความสงสัย เนื่องจากชุดสูทหรูหราของกวินและชุดเดรสลำลองดูดีของน้ำหวานช่างดูโดดเด่นตัดกับบรรยากาศตลาดสดเสียเหลือเกิน "นี่เราหลบหนีความวุ่นวายมา หรือมาเดินแบบแฟชั่นโชว์กลางตลาดสดกันแน่ครับเนี่ยคุณกวิน" น้ำหวานกระซิบถามพลางหัวเราะคิกคัก เมื่อเห็นคุณชายหนุ่มกำลังพยายามเดินหลบอ่างน้ำแข็งของร้านขายปลาอย่างทุลักทุเล "ก็เพื่อความปลอดภัยและเพื่อรักษารัศมีภาพของมหาเศรษฐีไงครับ!" กวินทำเสียงเข้มกลบเกลื่อนอาการเก้ๆ กังๆ ของตัวเอง ก่อนที่สายตาของเขาจะไปสะดุดเข้ากับร้านรถเข็นเล็กๆ ร้านหนึ่ง "โอ้โห! นั่นมันอะไรน่ะครับ กลิ่นหอมเตะจมูกชะมัด" สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือร้าน "หมูย่างโบราณเตาถ่าน" ควันโขมง น้ำจิ้มรสเด็ดสีเขียวจัดจ้านส่งกลิ่นยั่วน้ำลาย กวินไม่รอช้า พุ่งตรงเข้าไปหาร้านทันทีด้วยความหิวโหยที่สะสมมาทั้งวัน "คุณลุงครับ! ขอหมูย่างไม้สิบล้าน... อ๊ะ ไม่ใช่! ขอหมูย่างสิบไม้ครับ! เอาแบบติดมันเยิ้มๆ เลยนะคร้าบ!" กวินสั่งเสียงดังด้วยความกระตือรือร้น คุณลุงเจ้าของร้านเงยหน้าขึ้นมองลูกค้าแต่งตัวดีผิดวิสัยด้วยสายตาอึ้งๆ ก่อนจะหัวเราะรơi "พ่อหนุ่ม แต่งตัวซะหล่อเหลา แต่รสนิยมการกินบ้านๆ ดีนี่หว่า เอาไปเลยยี่สิบไม้ เดี๋ยวแถมน้ำจิ้มสูตรเด็ดให้พิเศษเลย!" น้ำหวานเดินตามมาสมทบ เธอส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ยืนกอดอกมองชายหนุ่มที่ตอนนี้สลัดคราบนักบริหารผู้ยิ่งใหญ่ทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเด็กหนุ่มจอมตะกละที่กำลังยืนรอหมูย่างด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ "อร่อยไหมครับ?" น้ำหวานถามขึ้นเมื่อกวินหยิบหมูย่างไม้แรกเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มป่อง "อื้อหือ! อร่อยจนน้ำตาจะไหลเลยครับคุณน้ำหวาน!" กวินทำหน้าเคลิบเคลิ้มราวกับขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด "รสชาตินี้... มันคือรสชาติของความอิสระชัดๆ ไม่มีแรงกดดัน ไม่มีนักข่าว ไม่มีคุณหญิงแม่ยายเก่ามากวนใจ มีแต่หมูย่างหอมๆ กับคุณ... ชีวิตแบบนี้แหละที่ผมตามหา!" น้ำหวานอมยิ้ม แก้มเนียนแอบขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยกับคำพูดหวานเลี่ยนที่หลุดออกมาจากปากของคนเจ้าสำราญ เธอหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาบรรจงเช็ดคราบน้ำจิ้มที่มุมปากให้เขาอย่างอ่อนโยน โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าการกระทำที่สนิทสนมนั้นตกอยู่ในสายตาของใครบางคนเข้าอย่างจัง "แหม... ช่างเป็นภาพที่สวีทหวานจนมดขึ้นตลาดสดเลยนะยะ!" เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแทรกบรรยากาศความสุขขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูฝน กวินและน้ำหวานชะงักกึกพร้อมกัน ทั้งคู่หันขวับไปตามต้นเสียงด้วยความตกใจ ท่า-มกลางความชุลมุนของตลาด ร่างระหงของคุณหญิงวิภาณีในชุดแบรนด์เนมเต็มยศ พร้อมด้วยบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองคนยืนกอดอกจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาสมเพชแกมดูถูก รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่ทาลิปสติกสีแดงสด กวินเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง หมูย่างในมือเกือบหล่นลงพื้น "ให้ตายเถอะ... ตามมาเร็วยิ่งกว่าวิญญาณอาฆาตเสียอีก!" เขารำพึงออกมาเบาๆ ด้วยความสิ้นหวัง คุณหญิงวิภาณีก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีเชิดหยิ่ง กวาดสายตามองสำรวจกวินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "คิดว่าจะหนีพ้นเหรอจ๊ะ กวิน? นึกไม่ถึงเลยนะว่าคนตกลงไปในหลุมโคลนอย่างเธอ จะพลิกกลับมามีปัญญาเช่ารถหมามาเดินตลาดสดได้... แต่ก็นะ สภาพอย่างเธอกับอีผู้หญิงขายข้าวแกงคนนี้ ก็คงทำได้แค่เดินกินของข้างถนนไปวันๆ นั่นแหละ!" น้ำหวานหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบฉายประกายความเยือกเย็น เธอค่อยๆ ก้าวออกมายืนบังหน้ากวินเล็กน้อย เชิดหน้าขึ้นสู้สายตากับคุณหญิงผู้สูงศักดิ์อย่างไม่เกรงกลัว "คุณหญิงครับ ตลาดสดแห่งนี้อากาศถ่ายเทดีมากนะครับ แต่ไม่รู้ทำไมพอมีคนปากเสียเดินเข้ามา กลิ่นมันถึงได้เน่าเฟะจนหายใจไม่ออกขึ้นมาทันทีเลยล่ะครับ" กวินสวนกลับทันควัน ยืนเคี้ยวหมูย่างต่อหน้าตาเฉยราวกับไม่สะทกสะท้าน คุณหญิงวิภาณีหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธจัดที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนย้อนศร "นี่แก!... นังเด็กปากดีกับไอ้คนตกอับ! แกยังมีหน้ามาลอยหน้าลอยตาพูดจากวนประสาทฉันอีกเหรอ รู้ไหมว่าฉันมาที่นี่ทำไม!" หญิงสูงวัยสะบัดมือเรียกบอดี้การ์ดด้านหลังให้ก้าวขึ้นมาขนาบข้าง ก่อนจะหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าถือราคาแพงแล้วสะบัดมันต่อหน้ากวิน "นี่คือสัญญาหมั้นหมายฉบับใหม่ ที่ฉันร่างขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้เธอกลับมาคุกเข่าขอคืนดีกับลูกสาวฉัน! ถ้ารู้จักเจียมตัว ก็เซ็นชื่อแล้วกราบขอร้องฉันซะดีๆ ไม่แน่... ฉันอาจจะเมตตากรุณาให้พวกแกสองคนมาเป็นคนรับใช้ในคฤหาสน์ของฉันก็เป็นได้!" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง พ่อค้าแม่ขายในตลาดต่างหยุดมือจากการค้าขายและหันมามองเหตุการณ์ตรงนี้เป็นตาเดียว น้ำหวานขมวดคิ้วแน่น เตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ แต่ทว่า— จู่ๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของกวินก็ส่งเสียงสั่นครืดคราดขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน กวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ได้สนใจกระดาษสัญญาในมือของคุณหญิงวิภาณีแม้แต่น้อย มือหนาควักสมาร์ทโฟนออกมากดรับสายอย่างใจเย็น ท่ามกลางความงุนงงของทุกคนรอบข้าง "ฮัลโหลครับ... อ๋อ ผู้จัดการธนาคารกลางเหรอครับ... ว่าไงนะ?" เสียงปลายสายดังลอดออกมาเบาๆ แต่ชัดเจนพอที่จะทำให้ทุกคนรอบบริเวณได้ยิน *[ท่านประธานครับ! ยอดเงินฝากในบัญชีพิเศษของคุณกวิน ทะลุเพดานระบบบล็อกเชนระดับโลกแล้วครับ! ตอนนี้ทรัพย์สินทั้งหมดถูกโอนเข้าชื่อของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ และ... ตอนนี้กลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของประเทศกำลังรอสายเพื่อขอเข้าพบท่านด่วนที่สุดครับ!]* กวินปรายตามองคุณหญิงวิภาณีที่ยืนอ้าปากค้าง หน้าตาเหวอสนิทด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนที่เขาจะยิ้มมุมปากอย่างทรงพลัง แล้วเอ่ยตอบปลายสายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ก้องกังวาน "บอกพวกมันไป... ว่าถ้าอยากพบผม ให้มาต่อแถวซื้อหมูย่างที่ตลาดนี่ซะก่อน... เพราะตอนนี้ ผมกำลังจะเซ็น 'ซื้อ' ตลาดนี้ทั้งแปลงเพื่อสร้างลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวครับ!" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%