“สามสิบห้าบาท? ป้าครับ นี่กะหล่ำปลีหรือทองคำแท้ที่ผ่านการชุบน้ำค้างจากยอดเขาเอเวอร์เรสต์ครับ? ถึงได้ราคาสูงส่งขนาดนี้!”
กวินยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าแผงผักสดในตลาดสดเทศบาล เขากำลังพยายามทำหน้าที่ ‘พ่อบ้าน’ มือใหม่ที่ได้รับมอบหมายจากน้ำหวาน แต่ดูเหมือนความไร้เดียงสาทางการเงินของอดีตลูกคุณหนูจะทำให้แม่ค้าหน้าเลือดมองเห็นเขาเป็น ‘หมูสับ’ ชั้นดี
“ก็ผักมันแพง ช่วงนี้ฝนตกหนัก ขนส่งลำบาก พ่อหนุ่มไม่มีปัญญาซื้อก็ไปร้านอื่นไป๊ อย่ามาขวางทางทำกิน!” แม่ค้าวัยดึกเท้าสะเอวพลางตวัดสายตามองกวินอย่างเหยียดหยาม
กวินที่ชีวิตนี้เคยจับแต่ปากกาเซ็นเช็คมูลค่าหลายสิบล้าน กำลังจะอ้าปากเถียงด้วยทฤษฎีเศรษฐศาสตร์มหภาค แต่ทว่า... มีมือเรียวบางแต่แข็งแรงกระชากปกเสื้อเขาถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“พอเลยกวิน ถอยไป” เสียงหวานเย็นเยียบแต่ทรงพลังดังขึ้นข้างหู น้ำหวานก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างกวินกับแม่ค้าสายโหด สายตาของเธอเรียบเฉยแต่คมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด
“ป้าคะ...” น้ำหวานเริ่มด้วยน้ำเสียงสุภาพแบบที่ทำเอาแม่ค้าชะงักไปครู่หนึ่ง “กะหล่ำปลีหัวนี้ น้ำหนักไม่ถึงหกร้อยกรัม ผิวใบเริ่มมีรอยช้ำจากการขนส่ง และที่สำคัญ... รากมันแห้งสนิทแปลว่าค้างคืนมาเกินสองวัน ขายสามสิบห้าบาทนี่ตั้งใจจะให้ฉันเอาไปทำต้มจืดหรือเอาไปขายต่อให้โรงแรมห้าดาวคะ?”
“นังนี่! แกเป็นใครมาวิจารณ์ของฉัน!” แม่ค้าเริ่มขึ้นเสียง
“ฉันเป็นใครไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญคือ...” น้ำหวานหยิบกะหล่ำปลีขึ้นมาแล้วดีดนิ้วชี้ไปที่รอยหนอนกัด “รอยนี้คือรอยเพลี้ยไฟ ถ้าป้าไม่รีบโละขายออกก่อนเที่ยง ใบพวกนี้จะเน่าทั้งเข่ง ป้าจะเสียรายได้ทั้งหมดห้าร้อยบาทจากการที่ต้องทิ้งมันลงถังขยะแทนที่จะได้กำไรอย่างน้อยสองร้อยบาทตอนนี้”
แม่ค้าหน้าซีดเผือด การเจรจาต่อรองของน้ำหวานไม่ได้ใช้เพียงคำพูด แต่ใช้ ‘ความจริงที่น่ากลัว’ ของตัวเลขกระแทกหน้า
“ฉันให้สิบห้าบาท ถ้าป้าตกลง ฉันเหมาเข่งนี้ไปหมดเลย ป้าจะได้กำไรทันทีโดยไม่ต้องลุ้นว่าจะเน่าหรือไม่เน่าภายในครึ่งชั่วโมง” น้ำหวานวางเงินสดจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะ
กวินยืนอ้าปากค้าง เขาเห็นแม่ค้าที่เมื่อครู่ยังดุดัน ตอนนี้มือสั่นรีบตักผักใส่ถุงให้แทบไม่ทัน
“น้ำหวาน... ผมเพิ่งรู้ว่าคุณมีสกิลการเจรจาแบบเดียวกับนักซื้อกิจการระดับโลกเลยนะ” กวินเอ่ยขึ้นขณะเดินถือถุงผักตามหลังเธอ
“ถ้าจะอยู่กับฉัน กวิน คุณต้องเลิกทำตัวเป็นคุณชายที่ให้คนอื่นจูงจมูก ต้องหัดดูคน ดูของ และที่สำคัญที่สุด... ต้องดูให้ขาดว่าใครคือมิตร ใครคือคนที่จ้องจะสูบเลือดคุณ” น้ำหวานหยุดเดินกะทันหันก่อนจะหันมามองเขา “เงินคืออาวุธ แต่ถ้าใช้ไม่เป็น มันก็เป็นแค่กระดาษเช็ดก้น”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินพ้นออกจากโซนตลาด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของชายชุดดำสี่คนในชุดสูทราคาแพงก็หยุดกั้นทางเดินของพวกเขาไว้ ท่ามกลางสายตาผู้คนรอบข้างที่แตกตื่น กวินจำได้ทันที... นี่คือบอดี้การ์ดของอดีตคู่แข่งทางธุรกิจของพ่อเขา
“คุณกวินครับ ท่านประธานส่งพวกเรามาเชิญคุณไป ‘เคลียร์’ บัญชีตกค้างที่เหลือครับ” ชายชุดดำหัวหน้ากลุ่มเอ่ยพลางยิ้มเยาะ “ถ้าไม่อยากให้ร้านอาหารเล็กๆ ของคู่หมั้นคุณมีอันเป็นไปก่อนเปิดร้านพรุ่งนี้ ผมว่าคุณควรร่วมมือกับเราดีๆ นะครับ”
กวินกำหมัดแน่น พลังของเงินในบัญชีเขายังไม่ได้ถูกปลดล็อกเต็มที่ แต่เขาก็ไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องน้ำหวาน
“การเจรจาเมื่อกี้ยังไม่พอใช่ไหมครับ?” น้ำหวานก้าวออกมาข้างหน้ากวิน เธอยิ้มให้ชายชุดดำอย่างใจเย็น ก่อนจะควักโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าๆ ออกมาแล้วกดโทรออก “พี่ครับ... มีขยะมาชุมนุมกันหน้าตลาด ช่วยจัดการให้หน่อยครับ... ไม่ต้องเยอะ เอาแค่คนเดียวพอ ให้เขารู้ว่าใครเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้”
ไม่ถึงสิบวินาที เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่บินต่ำจนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วตลาดก็โฉบลงมาจอดที่ลานว่างฝั่งตรงข้าม ชายชุดดำทั้งสี่คนหน้าถอดสีเมื่อเห็นตราประทับบนตัวเครื่องบินลำนั้น
กวินยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้ง เขาหันมามองคู่หมั้นข้างกายด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... นี่เขาได้คู่หมั้นหรือได้ ‘ราชินี’ มาดูแลชีวิตกันแน่?
ความลับที่น้ำหวานซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดเผย พร้อมกับสมุดบัญชีธนาคารสีดำที่จู่ๆ ก็ปรากฏอยู่ในมือของเธอ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกวินและน้ำหวานนะครับ พบกันตอนหน้าครับ!
มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด•ตอนที่ 4
คู่หมั้นสายโหด โหมดดุดันไม่เกรงใจใคร
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!