มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด•ตอนที่ 13

โปรเจกต์ส่งข้าวกล่องสะท้านเมือง

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าห้าล้านบาทเมื่อครู่ ยังดังสะท้อนอยู่ในหัวของเสี่ยทรงเกียรติ จนแก้วกาแฟในมือสั่นระริกครับ" กวินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดงเก่าๆ ภายในร้านอาหารตามสั่งขนาดหนึ่งคูหา สายตาคมกริบมองชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลในย่านการค้า ซึ่งตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสา เสี่ยทรงเกียรติเคยเป็นคนที่เดินเข้ามาเหยียดหยามเขาและน้ำหวานด้วยซ้ำ ว่าเป็นแค่พวกตกอับไร้ค่า แต่ในเวลานี้... มหาเศรษฐีเงินสดคนใหม่นั่งอยู่ตรงหน้า พร้อมกับอำนาจเงินที่สามารถซื้อกิจการของเสี่ยได้ทั้งเครือภายในเวลาไม่ถึงกระพริบตา "เสี่ยครับ... ว่าอย่างไรล่ะครับ?" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "ข้อเสนอห้าล้านแรกเพื่อแลกกับการถือหุ้นใหญ่ในโปรเจกต์รีโนเวทตลาดสดของเสี่ย ผมคิดว่าผมให้เกียรติเสี่ยมากพอแล้วนะฃ" (ขออภัยครับ พิมพ์เกินไปนิด... "มากพอแล้วนะครับ") เสี่ยทรงเกียรติกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลซกเต็มใบหน้า แม้ปากอยากจะปฏิเสธศักดิ์ศรีมหาเศรษฐีเก่า แต่ตัวเลขในบัญชีที่แจ้งเตือนเข้ามาจริงๆ มันตบหน้าเขาจนชาไปทั้งแถบ "ระ... รับครับ! ผมตกลงร่วมมือกับคุณกวินทุกอย่างครับ!" เสี่ยทรงเกียรติละล่ำละลักตอบ พร้อมกับรีบโค้งศีรษะลงต่ำอย่างนอบน้อม กวินแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ โลกใบนี้มันช่างเรียบง่ายเสียนี่กระไร เงินคือคำตอบของทุกคำถามจริงๆ ในขณะเดียวกัน ที่หลังเคาน์เตอร์ครัว น้ำหวานกำลังงגתัดตะหลิวผัดกะเพราด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ไฟลุกท่วมกระทะส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งซอย ใบหน้าหวานเลอะเขม่าควันเล็กน้อย แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น เธอคือผู้หญิงที่ยืนเคียงข้างกวินในวันที่เขามีเพียงแค่ศูนย์บาท และในวันนี้... เธอกำลังจะเปลี่ยนร้านอาหารตามสั่งข้างทางให้กลายเป็นอาณาจักรอาหารเดลิเวอรีที่ใหญ่ที่สุดในเมือง "กวิน! มัวแต่ไปนั่งคุยโม้กับเสี่ยทรงเกียรติอยู่ได้!" น้ำหวานตะโกนเสียงดังแข่งกับเสียงตะหลิวเคาะกระทะ "ออเดอร์ข้าวกล่องล็อตแรกห้าร้อยกล่องสำหรับพนักงานออฟฟิศตึกข้างๆ จะเสร็จทันเที่ยงนี้ไหมยะ ถ้าไม่ทัน นายเตรียมตัวโดนฉันใช้แรงงานล้างจานจนถึงเที่ยงคืนแน่!" กวินรีบผุดลุกจากเก้าอี้ทันที ความเป็นคุณชายเจ้าสำราญหายวับไปกับตา เหลือเพียงแต่ผู้ช่วยมือหนึ่งที่พร้อมวิ่งรับใช้คุณคู่หมั้นคนสวยอย่างสุดชีวิต "รับทราบครับท่านผู้กำกับน้ำหวาน! กระผมกำลังจะไปช่วยแพ็กกล่องเดี๋ยวนี้แหละครับ!" นี่คือจุดเริ่มต้นของ "โปรเจกต์ส่งข้าวกล่องสะท้านเมือง" ที่กวินทุ่มทุนสร้างด้วยการดึงระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะมาประยุกต์ใช้ร่วมกับฝีมือปลายจวักระดับมิชลิน (ที่น้ำหวานไม่เคยรู้ตัวว่าอร่อยเหาะขนาดไหน) เพียงแค่ชั่วโมงแรกที่เปิดระบบสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชันที่กวินเขียนขึ้นมาเล่นๆ แต่ใช้ทุนสร้างไปหลักล้าน ร้านน้ำหวานก็งานเข้าทันทีจนแทบไม่มีเวลาหายใจ *ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนออเดอร์ดังระรัวไม่หยุดหย่อนราวกับเสียงประทัดในวันตรุษจีน หน้าจอแท็บเล็ตแสดงผลคำสั่งซื้อทะลุหลักพันออเดอร์ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที จนเครื่องพิมพ์ใบเสร็จกระดาษยาวเฟื้อยลากลงมากองกับพื้น "กวิน! ลูกค้าสั่งข้าวผัดกระเพราหมูกรอบไข่ดาวพร้อมกันสามร้อยกล่องจากตึก 10 ชั้นฝั่งโน้น!" น้ำหวานร้องลั่นด้วยความตกใจปนดีใจ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมองดูยอดขายรวมที่พุ่งทะยานหลักแสนบาทในพริบตา "แล้วใครจะไปส่งทันเที่ยงนี้เล่า! ไรเดอร์ในระบบก็ยังไม่ได้จ้างสักคน!" กวินยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ เขาดึงสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดโทรออกเพียงแค่สามครั้งด้วยท่าทีสบายๆ "ฮัลโหล... ผู้จัดการสนามบินใช่ไหมครับ? ผมกวินเอง... พอดีผมต้องการเหมาเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสามลำมารับพัสดุกล่องอาหารด่วนที่ตรอกข้างร้านตามสั่ง... อ้อ ไม่ต้องถามเหตุผลครับ แค่เอามาจอดภายในสิบนาทีนี้ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดหักผ่านบัตรเครดิตดำใบเดิมได้เลยครับ" น้ำหวานอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก เธอมองหน้าคู่หมั้นหนุ่มสลับกับโทรศัพท์ในมืออย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา "นะ... นายบ้าไปแล้วเหรอ! จะเอาเฮลิคอปเตอร์มาส่งข้าวกล่องเนี่ยนะ?!" "เพื่อความเร็วระดับสปีดและความสะใจของคู่หมั้นผม ไม่มีอะไรที่แพงเกินไปหรอกครับ" กวินยักคิ้วให้อย่างกวนๆ ทันใดนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วท้องฟ้าเหนือย่านการค้า ลมกรรโชกแรงพัดเอาป้ายร้านข้างๆ เกือบปลิว ผู้คนนับร้อยชีวิตบนถนนต่างพากันวิ่งออกมามุงดูด้วยความตื่นตะลึง ท่ามกลางสายตาที่มองด้วยความอิจฉาและตกตะลึงพรึงเพริด เฮลิคอปเตอร์สีดำสนิทสามลำค่อยๆ บินลดระดับลงจอดอย่างสง่างาม ณ ลานโล่งหน้าตรอกซอกซอยแคบๆ แห่งนั้น ประตูกลางของเฮลิคอปเตอร์เปิดออก พร้อมกับร่างของชายชุดสูทสากลนับสิบคนก้าวลงมาโค้งคำนับให้กวินอย่างพร้อมเพรียง น้ำหวานยืนตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เธอไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่เคยเกือบไม่มีเงินจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวเมื่อเดือนก่อน จะกลายเป็นมหาเศรษฐีผู้บัญชาการเฮลิคอปเตอร์มารับส่งข้าวกล่องในวันนี้ กวินเดินเข้าไปโอบไหล่บางของน้ำหวานเบาๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง "ไปครับคุณคู่หมั้น... วันนี้เราจะไปส่งข้าวกล่องให้ยิ่งใหญ่จนทั้งเมืองต้องสะเทือนกันครับ" ทว่า ในวินาทีที่กวินกำลังจะก้าวขาขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์ลำแรกนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของตรอกซอกซอย พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับ ใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่กวินคุ้นเคยเป็นอย่างดี "ไม่นึกเลยนะ... ว่าอดีตคุณชายตกอับอย่างแก จะใช้วิธีนี้มาหลอกผู้หญิงหากินไปวันๆ ได้แนบเนียนขนาดนี้, พี่กวิน..." กวินชะתากรอกตาเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ก้าวออกมาจากเงานั้น ชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องสายตรง ผู้เคยเหยียบย่ำและขับไล่เขาออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใย "แกมาทำอะไรที่นี่... กรณ์?" กวินหันกลับไปมองด้วยสายตาเย็นชา (อ่านต่อตอนที่ 14: น้องชายตัวแสบกับเช็คเงินสดสิบล้านที่ไร้ความหมาย) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%