"ปิดเสียงเดี๋ยวนี้! แก... แกทำบ้าอะไรวะไอ้กวิน!"
เสียงคำรามของกรณ์ดังลั่นห้องรับรองพิเศษจนแทบสะเทือน ใบหน้าที่เคยฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่งบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อขนาดเท่าเมล็ดถั่วผุดพรายเต็มขมับ ดวงตาเบิกโพงจ้องมองหน้าจอสมาร์ตโฟนที่กำลังถ่ายทอดสดภาพการประชุมผู้ถือหุ้นฉุกเฉินของตระกูลกรณ์เอง—ภาพที่พอร์ตหุ้นหลักแปดบริษัทกำลังดิ่งลงเหวอย่างไร้แรงพยุง
กวินไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพง นิ้วชี้เคาะเบาๆ บนพนักพิงเป็นจังหวะเพลงช้าๆ อย่างใจเย็น สายตาคมกริบมองชายผู้กำลังดิ้นรนเหมือนปลาหมดน้ำด้วยความเวทนาปนขบขัน
"อ้าว, เสียงดังทำไมล่ะครับคุณกรณ์" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเหนือกว่า "ไหนเมื่อครู่บอกว่าบริษัทของคุณกำลังจะควบกิจการในเครือผมไม่ใช่หรือครับ? ทำไมตอนนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้มไปเสียแล้วล่ะ"
น้ำหวาน ซึ่งยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ใกล้ๆ ส่งเสียง 'หึ' ในลำคอ เธอปรายตามองกรณ์ด้วยหางตา ใบหน้าสวยคมฉายแววหมั่นไส้อย่างปิดไม่มิด มือเรียวเล็กหยิบลูกอมรสมะนาวขึ้นมาแกะเปลือกแล้วโยนเข้าปากเคี้ยวกร้วมๆ อย่างไม่ี่เกรงใจสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
"ก็บอกแล้วไงครับว่าอย่าเพิ่งรีบมั่นใจ" น้ำหวานกล่าวเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "คนโบราณเขาถึงว่า อย่าเพิ่งนับศพทหาร... อ้อ ไม่ใช่สิ อย่าเพิ่งนับเงินในกระเป๋าคนอื่นตอนที่ตัวเองยังใส่กางเกงขาดก้นอยู่เลยครับ"
กรณ์หันขวับมามองหญิงสาวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ฟันกระทบกันจนเกิดเสียงดังกรอด มือสั่นเทาชี้หน้าทั้งสองคน "พวกแก... วางแผนไว้ตั้งแต่แรกใช่ไหม! แกใช้เส้นสายอะไร ถึงทำให้บอร์ดบริหารเทขายหุ้นทิ้งพร้อมกันได้วะ!"
"เส้นสายเหรอครับ?" กวินหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายื่นมือไปหยิบแก้วกาแฟดำขึ้นมาจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง 'กริ๊ก' "ผมไม่ได้ใช้เส้นสายหรอกครับคุณกรณ์... ผมแค่ใช้ 'เงิน' ซื้อความจริงก็เท่านั้นเอง เงินสามารถทำให้คนเราพูดความจริง และในขณะเดียวกัน... เงินก็สามารถทำให้บริษัทมหาชนล้มละลายได้ภายในหนาทีกว่าที่คุณคิดเสียอีกนะครับ"
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กรณ์เข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้น พยายามจะคลานเข้าไปคว้าโทรศัพท์มือถือของกวินที่วางอยู่ แต่ทว่า...
*ตึ้ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันธนาคารดังขึ้นตัดความเงียบ กวินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแวบหนึ่ง รอยยิ้มกว้างกว่าเดิมผุดขึ้นบนใบหน้า
"อืม... ทางโน้นจัดการเรียบร้อยแล้วสินะครับ" กวินพึมพำเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกรณ์ที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างอะไรกับสุนัขจนตรอก "เอาล่ะครับคุณกรณ์ แผนการสั่งสอนฉบับคุณหนูตกอับ... เอ๊ย ไม่ใช่สิ แผนการต้อนรับนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่อย่างคุณ ในเมื่อคุณอุตส่าห์ลงทุนมาหาผมถึงที่นี่ทั้งที ผมจะปล่อยให้คุณกลับไปมือเปล่าได้อย่างไรจริงไหมครับน้ำหวาน"
น้ำหวานยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้กรณ์ที่กำลังนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนพื้นพรมราคาแพง ก่อนจะย่อตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาอีกฝ่ายขนลุกซู่
"จำที่เคยพูดไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนได้ไหมคะคุณกรณ์ ที่บอกว่าร้านตามสั่งของฉันมันกระจอกน่ะ... วันนี้ ฉันเลยเหมาตึกสำนักงานใหญ่ของคุณมาทำเป็นลานจอดรถร้านตามสั่งซะเลยดีไหมคะ? ท่าทางจะกว้างขวางและสะดวกต่อลูกค้าขาจรดีแท้เหลียว"
"แก... นังผู้หญิงปากจัด!" กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความแค้นเคืองสุดขีด
"อุ๊ย, ชมเกินไปแล้วครับ" น้ำหวานลุกขึ้นยืนปัดมือเบาๆ ทำท่าทางเขินอายจอมปลอม "แต่เกรงว่าคำชมของคุณจะใช้ไม่ได้ผลหรอกนะ เพราะตอนนี้... คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมาสั่งข้าวผัดกะเพราที่ร้านฉันกินแล้วล่ะครับ เพราะบัญชีธนาคารทุกบัญชีของคุณถูกอายัดเรียบร้อยแล้วโดยธนาคารกลางตามคำสั่งศาล... จากคดีที่คุณโกงเงินบริษัทในเครือผมไงครับ"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนหมัดฮุกน็อคกรณ์จนหงายหลังล้มตึงหมดสติคาที่ ดวงตาเหลือกค้างด้วยความช็อกขั้นสุด กวินส่ายหัวเบาๆ อย่างระอาใจ ก่อนจะหันไปสบตากับคู่หมั้นสาว
"เล่นแรงไปหน่อยหรือเปล่าครับที่รัก" กวินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
"แรงอะไรกันล่ะครับคุณชาย นี่แค่เรียกน้ำย่อยต่างหาก" น้ำหวานหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี "ว่าแต่... จัดการไอ้ขยะนี่เสร็จแล้ว เราไปฉลองกันด้วยหมูกระทะข้างทางดีกว่าไหมคะ? ฉันหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว"
"ตามบัญชาเลยครับคุณคู่หมั้น" กวินพยักหน้ารับอย่างตามใจ
ทว่า ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องรับรองเพื่อไปดื่มด่ำกับค่ำคืนแห่งชัยชนะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลสั่งตัดพิเศษ ใบหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก เส้นผมสีดอกเลาถูกหวีเรียบร้อย ด้านหลังของเขามีบอดี้การ์ดสวมชุดดำอีกสี่คนยืนคุมเชิงอย่างเข้มงวด
ชายคนนั้นกวาดสายตามองสภาพอันน่าเวทนาของกรณ์ที่นอนสลบอยู่บนพื้น ก่อนจะหันมาประสานสายตากับกวินด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่อ่านไม่ออก
"ไม่นึกเลยนะครับคุณชายกวิน... ว่าท่านประธานหนุ่มผู้ซ่อนตัวอยู่ในคราบยาจก จะลงมือจัดการปลาซิวปลาสร้อยตัวนี้ด้วยตัวเองแบบนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลสนิมให้ "นายท่านใหญ่ทางบ้านฝากความคิดถึงมาให้... และมีคำสั่งด่วนที่สุดให้คุณชายต้องกลับมารับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารสูงสุด ณ บัดนี้ครับ"
น้ำหวานชะงักฝีเท้า หันขวับมามองเอกสารในมือชายปริศนาสลับกับใบหน้าของกวินที่รอยยิ้มค่อยๆ เลือนหายไปจากมุมปาก...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ!
มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด•ตอนที่ 8
แผนการสั่งสอนฉบับคุณหนูตกอับ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!