"เพล้ง!"
เสียงกริ่งทองเหลืองเหนือประตูร้าน 'ตามสั่งสปีดนรก' สั่นกระดิ่งกังวานต้อนรับลูกค้า ทว่าสิ่งที่พุ่งเข้ามากลับไม่ใช่เสียงสั่งกะเพราหมูสับไข่ดาว แต่เป็นเสียงปรบมือเยาะเย้ยถากถางที่ดังกระแทกโสตประสาทจนกวินที่กำลังนั่งเช็ดโต๊ะอยู่ถึงกับชะงัก ปากกาในมือร่วงลงกระทบพื้นซีเมนต์เสียงดัง *แกร็ก*
"โอ๊ะ ขอโทษทีครับคุณอดีตคุณชาย พอดีมือมันลั่น... เอ๊ะ หรือว่าร้านนี้มันไม่มีปัญญาแม้แต่จะจ้างพนักงานต้อนรับ ถึงได้ปล่อยให้คนระดับอดีตทายาทมหาเศรษฐีมาเช็ดโต๊ะเองวะเนี่ย!"
น้ำเสียงกวนประสาทที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของ 'ธนดล' ทายาทธุรกิจแฟรนไชส์ฟาสต์ฟู้ดชื่อดังที่ก้าวเข้ามาพร้อมสูทแบรนด์เนมเข้ารูป เขายักคิ้วหลิ่วตาด้วยรอยยิ้มเยาะ มองสำรวจร้านตามสั่งห้องแถวเก่าๆ ด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังเหยียบย่ำกองขยะเปียก
กวินนิ่งค้างไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความตกใจกลัว แต่เป็นเพราะเขากำลังประเมินความหน้าด้านของอีกฝ่ายที่ลงทุนขับรถสปอร์ตคันหรูมาจอดขวางหน้าร้านเขาตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันมืดดี
น้ำหวานที่กำลังยืนผัดกะเพราอยู่หลังเตาไฟลุกโชน วางตะหลิวลงเสียงดังสนั่น เธอถอดผ้ากันเปื้อนออกด้วยความเร็วสูงก่อนจะสาวเท้าเดินมาหยุดยืนเคียงข้างกวิน สายตาคมกริบของเธอกวาดมองธนดลและลูกน้องที่เดินตามหลังมาอีกสามคน พร้อมกับป้ายไวนิลขนาดใหญ่ที่เพิ่งถูกกางออกหน้าร้านฝั่งตรงข้าม
*ร้าน 'ฟาสต์ฟู้ดไฮโซ' เปิดบริการแล้ววันนี้! เมนูสตรีทฟู้ดรสชาติระดับมิชลิน ลด 50% ทุกเมนู!*
"อ๋อ ที่แท้ก็พวกหมาลอบกัด เปิดร้านชนมันโต้งๆ แบบนี้เลยสินะครับคุณธนดล" น้ำหวานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยรังสีอำมหิตที่ทำเอาลูกน้องของธนดลถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก
ธนดลหัวเราะร่วนในลำคอ เขายกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "พูดจาให้มันดีๆ หน่อยครับคุณน้ำหวาน ผมแค่มาทำธุรกิจในย่านนี้ ย่านนี้เป็นเขตเสรี ใครมีความสามารถมากกว่าก็อยู่รอด ใครทุนหนากว่าก็ชนะ ร้านตามสั่งซอมซ่อขายจานละห้าสิบบาทแบบนี้ อีกไม่เกินสามวันก็คงต้องปิดตัว ม้วนเสื่อกลับบ้านเก่าไปนอนร้องไห้ใต้สะพานลอยแล้วล่ะมั้งครับ"
บรรยากาศภายในร้านเงียบกริบลงทันที ลูกค้าประจำสองคนที่กำลังนั่งซดน้ำแกงอยู่ถึงกับวางช้อนลงอย่างหวาดหวั่น ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง เพราะต่างก็รู้ดีว่าธนดลคือนายทุนใหญ่ที่มีอิทธิพลในย่านการค้านี้มากแค่ไหน การเปิดร้านตัดราคาชนกันแบบนี้
เห็นได้ชัดว่าต้องการ "ฆ่า" ให้ตายทั้งยืน
กวินค่อยๆ ก้มลงเก็บปากกาที่ร่วงบนพื้นขึ้นมาอย่างใจเย็น เขาสูดหายใจเข้าลึก and ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ความทรงจำสมัยที่เขายังเป็นประธานบริหารบริษัทหมื่นล้านไหลย้อนกลับมาในสมอง รอยยิ้มที่เคยเหินห่างและเย็นชาถูกจุดขึ้นที่มุมปาก
"คุณธนดลครับ..." กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่ากังวานและทรงพลังจนธนดลถึงกับหุบยิ้ม "คนมีความสามารถเขาแข่งกันที่คุณภาพของสินค้าและบริการ ไม่ใช่แข่งกันที่ความหนาของกระเป๋าคุณพ่อ หรือการตัดราคาแบบเด็กอมมือหรอกนะครับ"
ธนดลหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน "ปากดีไปเถอะไอ้คุณกวิน! ของมึงมันก็แค่ข้าวแกงข้างทาง เหม็นกลิ่นน้ำมันพืชเก่าๆ ใครเขาจะอยากมากิน ถ้าร้านกูเปิดบริการเต็มรูปแบบ รับรองว่าลูกค้ามึงจะหายเกลี้ยงจนเหลือแต่มดแน่นอน!"
"งั้นเหรอครับ..." กวินก้าวเท้าเดินเข้าไปหาธนดลทีละก้าวอย่างมั่นคง แรงกดดันจากออร่าของมหาเศรษฐีที่ถูกปลุกเร้าทำให้ธนดลเผลอฟอยถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว "ถ้ามั่นใจนัก ทำไมเราไม่มาลองเดิมพันกันดูล่ะครับ?"
"เดิมพัน? เดิมพันอะไรของมึง?" ธนดลขมวดคิ้วแน่น
"เปิดร้านแข่งกันแบบแฟร์ๆ ในรัศมีร้อยเมตรนี้ ภายในสามวันข้างหน้า ถ้า ‘ตามสั่งสปีดนรก’ ของผมมีกำไรน้อยกว่าร้านฟาสต์ฟู้ดของคุณ ผมจะยกที่ดินแปลงนี้และร้านนี้ให้คุณไปฟรีๆ โดยไม่เรียกร้องอะไรเลย..." กวินเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดกระดุมเสื้อสูทออกหนึ่งเม็ด แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "แต่ถ้าฝั่งคุณขายดีสู้ผมไม่ได้ คุณต้องคุกเข่าขอโทษน้ำหวานกลางถนน และเลิกทำธุรกิจแถวนี้ไปตลอดชีวิต กล้าไหมล่ะครับ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลูกน้องของธนดลหันมามองหน้ากันเลิกลั่ก ส่วนน้ำหวานถึงกับเบิกตากว้าง เธอเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อกวินเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติว่าอย่าเอาอนาคตของร้านมาเสี่ยงกับเกมบ้าๆ นี้
ธนดลนิ่งคิดไปชั่วครู่ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นบนใบหน้าของเขา ร้านฟาสต์ฟู้ดของเขามีทุนหนุนหลังเป็นสิบล้าน มีเชฟชื่อดังระดับประเทศ มีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมกระหน่ำ ส่วนไอ้กวินมีแค่เตาแก๊สเก่าๆ กับผู้หญิงขายข้าวแกงคนหนึ่ง การเอาชนะเด็กตกอับสองคนนี้มันก็แค่งานหมูๆ ชัดๆ!
"ฮ่าๆๆๆ! มึงพูดเองนะไอ้กวิน! อย่าหาว่ารังแกคนไม่มีทางสู้ก็แล้วกัน สามวันใช่ไหม? ได้! กูรับคำท้า!" ธนดลยื่นมือออกมาหวังจะจับมือทำสัญญา
กวินไม่ได้ยื่นมือไปจับ แต่เขากลับควักสมาร์ตโฟนเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋ากางเกง นิ้วเรียวกดหน้าจอยิกๆ เพียงไม่กี่วินาที เสียงแจ้งเตือนข้อความจากธนาคารระดับโลกก็ดังขึ้น *ติ๊ง!*
"ไม่ต้องจับมือหรอกครับ เสียเวลาเปล่า..." กวินเงยหน้าขึ้นมองธนดลด้วยรอยยิ้มที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกหนสันหลังวาบ "ผมแค่เพิ่งโอนเงินทุนสนับสนุนสำรองฉุกเฉินเข้าบัญชีของร้านเรา... สิบล้านบาทถ้วน"
ธนดลอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ
"และที่สำคัญ..." กวินกดปุ่มเปิดสبيกเกอร์โทรศัพท์ในมือ เสียงปลายสายดังขึ้นทันทีด้วยความเคารพยำเกรง
*(เรียนท่านประธานกวินครับ ทีมงานโลจิสติกส์และเชฟมิชลินสามดาวห้าคนตามที่ท่านสั่ง ได้เดินทางมาถึงหน้าร้านตามสั่งสปีดนรกเรียบร้อยแล้วครับ จะให้เริ่มปฏิบัติการปรับปรุงร้านและแจกคูปองทองคำมูลค่าล้านบาทเลยไหมครับ?)*
กวินเหลือบมองธนดลที่หน้าถอดสีซีดเผือดราวกับกระดาษ ไรเหงื่อผุดขึ้นเต็มขมับของทายาทฟาสต์ฟู้ดผู้มั่น
กวินแย้มยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่นิ่งสนิท
"เริ่มได้เลยครับ... และเตรียมตัวเก็บกระเป๋าได้เลยนะครับคุณธนดล"
*กริ๊ง... เสียงแจ้งเตือนรูดบัตรเครดิตสีดำไร้ขีดจำกัดวงเงินดังขึ้นสะท้อนก้องในอากาศ พร้อมกับเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ที่บินมาจอดสนิทบนลานโล่งข้างร้านอย่างอลังการ!*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ!
มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด•ตอนที่ 16
เมื่อคู่แข่งปรากฏตัว
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!