“บอกฉันมา... ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง”
เสียงกระซิบต่ำลอดไรฟันของอาทิตย์ช่างบาดลึกหัวใจ “เธอไม่ได้หักหลังฉันใช่ไหม... รินรดา?”
ความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางราวกับทุ่งน้ำแข็งแผ่ขยายตัวออกไปอย่างน่าอึดอัด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นที่มักจะสร้างความรู้สึกปลอดภัย กลับกลายเป็นกลิ่นอายความกดดันที่บีบรัดทรวงอกจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากลืนก้อนความจุกงอลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตไหวระริกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่สัญชาตญาณการปกป้องตัวเองจะดีดตัวขึ้นมาทำหน้าที่อย่างรวดเร็ว เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มบางเบาที่เคลือบด้วยความเยเย็นชาเพื่อกลบเกลื่อนความร้าวรานที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ
“ถ้าคุณเลือกที่จะเชื่อเอกสารในแฟ้มนั้น มากกว่าความรู้สึกที่เราสร้างร่วมกันมา... ดิฉันก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัวค่ะ”
รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่ามั่นคง ปลายเล็บจิกเข้าหากันแน่นจนเจ็บ เพื่อเตือนสติว่าเธอคือนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ จะปล่อยให้ความหวาดหวั่นครอบงำไม่ได้เด็ดขาด
อาทิตย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากซีอีโอผู้ไร้หัวใจ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน แผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงอารมณ์อยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ค้นหาความจริง ความลังเล หรือแม้แต่เศษเสี้ยวของการโกหก
“ความรู้สึกเหรอ?” อาทิตย์ทวนคำ เสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลังราวกับค้อนทุบลงกลางใจ “สิ่งที่ฉันเห็นในเอกสารนั่น คือภาพเธอกำลังนั่งคุยกับคู่แข่งทางธุรกิจของฉันอย่างสนิทสนม แถมยังมีตัวเลขโอนเงินก้อนโตเข้าบัญชีลับที่เชื่อมโยงกับบริษัทของเธอ... จะให้ฉันเอาความรู้สึกไหนมาลบภาพพวกนั้นออกไป รินรดา?”
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายความหึงหวงและการถูกหักหลังที่พวยพุ่งมาจากตัวเขารุนแรงเสียจนเธอเกือบจะเผลอยื่นมือไปสัมผัสแก้มนั่นเพื่อปลอบโยน แต่เธอรู้ดีว่าหากทำเช่นนั้น ช่องว่างระหว่างโลกของเธอกับเขาก็จะยิ่งกว้างขึ้นไปอีก เพราะในขณะที่เธอเติบโตมาในโลกที่เต็มไปด้วยอิสระ ความเข้าใจ และความยืดหยุ่นทางจิตใจ อาทิตย์กลับติดอยู่ในกรงขังแห่งการควบคุม อำนาจ และความหวาดกลัวที่จะสูญเสียทุกอย่าง
“โลกของคุณมันแคบเกินไปหรือเปล่าคะ คุณอาทิตย์” รินรดาเงยหน้าสบตาเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว แม้หัวใจจะเจ็บแปลบจนแทบแตกสลาย “คุณมองทุกคนเป็นหมากบนกระดาน มองความสัมพันธ์เป็นการครอบครอง และมองความไว้วางใจเป็นสิ่งที่คุณต้องซื้อด้วยอำนาจ... คุณถึงไม่เคยเข้าใจเลยว่า มนุษย์เรามันมีพื้นที่ส่วนตัวที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุมของคุณ”
“อย่ามาใช้หลักจิตวิทยาทำเป็นสั่งสอนฉัน!” อาทิตย์คำรามลั่น มือหนาเอื้อมไปบีบต้นแขนเรียวของเธอไว้แน่นพอดีมือ ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นทำร้าย แต่หนักหน่วงพอที่จะแสดงออกถึงความโกรธเกรี้ยวที่ใกล้ระเบิด “เธอคิดว่าฉันโง่มากใช่ไหม? ถึงดูไม่ออกว่าเธอกำลังพยายามผลักฉันออกไป... ตั้งแต่แรก เธอก็ไม่เคยคิดที่จะก้าวเข้ามาในโลกของฉันจริงๆ จังๆ เลยใช่ไหมรินรดา?”
คำถามนั้นกระแทกใจรินรดาเข้าอย่างจัง ความจริงที่ว่าโลกของเธอกับเขามันต่างกันราวฟ้ากับเหวเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในความรู้สึก เธอเป็นเพียงวิทยากรสาวอิสระที่รักความเรียบง่าย ขณะที่เขาคือเจ้าพ่อวงการธุรกิจที่มีศัตรูรายล้อมและแบกรับความคาดหวังมหาศาล ช่องว่างทางความคิดและวิถีชีวิตนี้ไม่ใช่สิ่งที่ปรับเข้าหากันได้ง่ายๆ เพียงแค่ความรัก
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ตอบคำถาม ความลังเลในแววตาของเธอไม่ใช่เพราะเธอกระทำความผิดตามที่เขากล่าวหา แต่เป็นเพราะเธอเริ่มถามตัวเองอย่างจริงจังแล้วว่า... เธอควรจะเหนื่อยเพื่อปรับตัวเข้าหากำแพงเหล็กของเขาต่อไปอีกนานแค่ไหน?
อาทิตย์มองปฏิกิริยานั้น หัวใจแกร่งกระตุกวูบ ความเงียบและความนิ่งงันของเธอเปรียบเสมือนมีดที่กรีดลงซ้ำๆ แผลเก่าที่เขาพยายามปิดตายมานานเริ่มปริแตกออก ความกลัวที่จะถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวอีกครั้งพุ่งพล่านจนเขากลายเป็นคนไร้เหตุผล มือที่บีบต้นแขนเธอคลายออกช้าๆ เปลี่ยนเป็นยกขึ้นประคองใบพักตร์เนียนนุ่มแทน สัมผัสนั้นสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
“ขอร้องล่ะ...” เสียงของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเปลี่ยนเป็นอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา “พูดอะไรสักอย่างสิ... บอกฉันว่าเธอไม่ได้จะเดินหนีฉันไปเหมือนคนอื่นๆ บอกฉันที...”
รินรดาหลุบตาลงมองแผงอกที่สะท้อนไหว ความรู้สึกผิดและเห็นใจตีรวนขึ้นมาในอก แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำใดเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับโลกภายนอกกำลังพยายามพังทลายกำแพงที่พวกเขาสร้างขึ้นมา
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“คุณอาทิตย์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! หุ้นของบริษัทร่วงลงอย่างกะทันหัน และทางบอร์ดบริหารกำลังเรียกประชุมด่วนค่ะ!” เสียงร้อนรนของเลขาฯ หน้าห้องดังทะลุประตูเข้ามา ทำให้อาทิตย์ต้องผละออกจากรินรดาด้วยความไม่เต็มใจ ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีที่เป็นตายเท่ากัน
อาทิตย์หันกลับมามองรินรดาอีกครั้ง แววตาของเขากลับมาเย็นชาและเต็มไปด้วยร่องรอยของการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว “เรื่องของเรายังไม่จบ... รินรดา”
เขากล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกไปจากห้องทำงานอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางกลิ่นน้ำหอมจางๆ และความหนقหน่วงที่เกาะกุมหัวใจ
รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นลูบต้นแขนตัวเองเบาๆ บริเวณที่ยังหลงเหลือไออุ่นจากสัมผัสของเขา เธอกำลังจะก้าวเดินไปหยิบกระเป๋าเพื่อเดินทางกลับ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของอาทิตย์ที่ยังเปิดสว่างค้างไว้ หน้าจอแสดงผลกราฟหุ้นที่ดิ่งลงเหวอย่างผิดปกติ และภาพกล้องวงจรปิดจากมุมหนึ่งของบริษัทที่เพิ่งถูกอัปโหลดขึ้นระบบสดๆ ร้อนๆ
หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อในภาพวิดีโอความคมชัดสูงนั้น ปรากฏร่างของคนสนิทที่สุดคนหนึ่งในบริษัท กำลังแอบคัดลอกไฟล์ข้อมูลลับสุดยอดส่งต่อไปยังบุคคลที่รินรดาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... และบุคคลผู้นั้น ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล นอกจาก ‘น้องสาวแท้ๆ’ ของเธอเองที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศเมื่อวานนี้!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครนะคะ :)
ปั้นเจ้านายร้ายให้เป็นยอดคนด้วยจิตวิทยาบริหารใจ•ตอนที่ 22
บททดสอบความไว้ใจ
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปั้นเจ้านายร้ายให้เป็นยอดคนด้วยจิตวิทยาบริหารใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!