แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะทำงานถูกปัดร่วงลงพื้นเสียงดังสนั่น เศษกระดาษที่บรรจุหลักฐานการทุจริตและการส่งต่อข้อมูลลับกระจายเกลื่อนกลาด แต่รินรดากลับไม่ได้สนใจก้มลงเก็บมันแม้แต่น้อย สายตาของเธอยังคงตรึงอยู่กับหน้าจอแท็บเล็ตที่ฉายภาพวิดีโอวงจรปิดซ้ำไปซ้ำมา ภาพของ ‘รำไพ’ น้องสาวแท้ๆ ของเธอกำลังยิ้มรับแฟลชไดรฟ์จากคนสนิทของอาทิตย์ มันบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจจนความชาหนึบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
"คุณจะยืนนิ่งเป็นหุ่นทิ้งไว้แบบนี้อีกนานไหม รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดระคนเกรี้ยวกราดดังขึ้นเหนือศีรษะ อาทิตย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ไอความร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านทะลุเสื้อเชิ้ตเนื้อดีเข้ามาปะทะแผ่นหลังบาง จนรินรดารู้สึกเหมือนถูกกรงล้อมไว้ด้วยความอึดอัดที่เขาจงใจสร้างขึ้น
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปิดหน้าจอแท็บเล็ตฉับพลันแล้วก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างระยะห่างระหว่างเธอกับเขา ระยะห่างที่เธอคิดว่าปลอดภัยพอจะทำให้สมองที่กำลังปั่นป่วนกลับมาทำงานได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล
ทว่า... การกระทำนั้นกลับทำให้อาทิตย์ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าหมัดไว้ด้วยแรงบีบที่หนักหน่วงพอสมควร แต่ไม่ได้ถึงกับเจ็บ ร่างสูงก้าวตามมาประชิดจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับชั้นวางเอกสารด้านหลังอย่างไร้ทางหนี ดวงตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มเวลานี้เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความโทสะและแรงหึงหวงที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
"ถอยทำไม?" อาทิตย์เค้นเสียงถามชิดริมใบหู ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน "ผมสั่งให้คุณถอยหนีผมตั้งแต่เมื่อไหร่ หื้ม?"
"ดิฉันแค่มองหาความเหมาะสมค่ะท่านประธาน..." รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น "ตอนนี้เรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่ในบริษัท ข้อมูลลับรั่วไหล และที่สำคัญที่สุด... มันเกี่ยวข้องกับคนใกล้ตัวดิฉัน เราควรคุยกันด้วยเหตุผล ไม่ใช่ใช้อารมณ์มาประชิดตัวแบบนี้ค่ะ"
"เหตุผลเหรอ?" อาทิตย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและแหบพร่าอย่างอันตราย ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สันจมูกโด่งเป็นคมและดวงตาที่ดุดันคู่นั้นจ้องมองริมฝีปากเธอนิ่ง "คุณกำลังเอาเรื่องงานมาอ้างเพื่อตีตัวออกห่างผม รินรดา คิดว่าผมดูไม่ออกหรือไง ตั้งแต่เมื่อวานที่คุณรู้เรื่องน้องสาวคุณ คุณก็ทำตัวเหมือนเม่นใส่ผม คอยแต่จะกางหนามใส่ ปิดกั้นทุกทาง ไม่แม้แต่จะสบตาผมด้วยซ้ำ!"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เคมีที่พวยพุ่งระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนเธอแทบขาดอากาศหายใจ ความใกล้ชิดนี้ทำลายสมาธิของเธอจนย่อยยับ เธอรู้ดีว่าอาทิตย์เป็นพวกชอบควบคุม และยิ่งเวลาที่เขารู้สึกว่าสถานการณ์หลุดมือ หรือรู้สึกว่าเธอกำลัง "ตีตัวออกห่าง" ความดุดันและอาการหึงหวงอย่างไร้เหตุผลก็จะกำเริบขึ้นมาทันทีตามตำราจิตวิทยาความสัมพันธ์ที่เธออ่านขาดทะลุปรุโปร่ง
"ดิฉันไม่ได้ตีตัวออกห่างค่ะ ดิฉันแค่กำลังคิดหาทางแก้ปัญหา..." เธอยังคงรักษาน้ำเสียงราบเรียบเอาไว้ได้ แม้หัวใจจะอ่อนยวบลงทุกครั้งที่สบตาคมคู่นั้น "ในเมื่อคุณก็เห็นแล้วว่าน้องสาวของดิฉันเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ ดิฉันในฐานะพี่สาวและในฐานะพนักงานที่มีส่วนรับผิดชอบ ย่อมต้องพิจารณาถอยฉากออกมารับผิดชอบในส่วนของตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาเรื่องความลำเอียง... ปล่อยมือด้วยค่ะ"
ประโยคหลังเธอกดเสียงต่ำลงพร้อมกับพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการพันธนาการ แต่มีหรือที่คนเอาแต่ใจอย่างอาทิตย์จะยอมปล่อย
อาทิตย์ขยับมือรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างเอื้อมมาเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอต้องเงยหน้าสบตากับเขาตรงๆ ปลายนิ้วโป้งของเขาไล้เบาๆ บนพวงแก้มเนียนอย่างถือสิทธิ์ แม้แววตาจะดุดันแต่สัมผัสนั้นกลับแฝงความโหยหาไว้อย่างปิดไม่มิด
"ความรับผิดชอบบ้าบออะไรของคุณ!" อาทิตย์ตวาดเบาๆ แต่เต็มไปด้วยความอัดอั้น "คุณคิดว่าผมสนใจเรื่องข้อครหาบ้าๆ นั่นหรือไง รินรดา! สิ่งเดียวที่ผมสนใจตอนนี้คือ ทำไมเวลาที่คุณมีเรื่องเครียด คุณถึงเลือกที่จะแบกรับมันไว้คนเดียว แล้วถอยห่างจากผม ทำไมคุณถึงไม่ยอมให้ผมเข้าไปยืนข้างๆ คุณบ้าง?"
คำถามนั้นทำเอารินรดาชะงัก ประกายความเจ็บปวดบางเบาพาดผ่านดวงตากลมโต เธอยิ้มเยาะตัวเองในใจ... เขากำลังเรียกร้องหาความไว้วางใจ ทั้งที่ตัวเขาเองในอดีตก็เป็นคนผลักไสทุกคนออกไปจากชีวิตด้วยกำแพงความเย็นชาไม่ใช่หรือไง
"เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกันในระดับที่จะต้องมาแบกรับความรู้สึกร่วมกันขนาดนั้นค่ะท่านประธาน..." เธอย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือนพอกัน "เราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง... หรืออย่างมาก ก็เป็นแค่คนที่บังเอิญมีคดีความทางใจร่วมกันชั่วคราว การที่ดิฉันเว้นระยะห่าง มันคือการเซฟตัวคุณและตัวดิฉันเองจากความสัมพันธ์ที่มันเกินเลยขอบเขต!"
"เกินเลยขอบเขตงั้นเหรอ?" อาทิตย์ทวนคำ แววตาคมกริบวับโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธจัดที่ถูกเธอดึงเส้นแบ่งเขตใส่หน้าอย่างไม่ไว้หน้า "ปากกล้าดีนี่รินรดา งั้นผมจะทำให้คุณรู้ซึ้งว่า การข้ามขอบเขตที่แท้จริงมันเป็นยังไง..."
ร่างสูงก้มลงมาหมายจะปิดริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่พูดจาทำร้ายจิตใจเขา รินรดาเบี่ยงหน้าหลบ หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระโจนออกมานอกอก ความหวั่นไหวตีรวนขึ้นมาจนเธอเกือบจะเผลอใจยอมจำนนต่อแรงดึงดูดมหาศาลนั้นอยู่แล้ว หากแต่สติและศักดิ์ศรีค้ำคออยู่ เธอจึงยกเข่าขึ้นเตรียมจะกระแทกเข้าที่หน้าท้องอุ่นเพื่อหยุดยั้งการคุกคามนี้
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเร่าร้อนชนิดหน้าสิ่วหน้าขวาน พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังตามมาติดๆ โดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"พี่รินคะ! พี่อยู่ในนี้ไหม? แย่แล้วค่ะ..."
เสียงใสของรำไพ น้องสาวตัวปัญหาที่เพิ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีใหญ่ตะโกนเรียกชื่อเธอเสียงดัง พร้อมกับผลักประตูห้องทำงานเข้ามาเต็มแรง โดยที่อาทิตย์ยังคงคร่อมร่างของรินรดาติดกับชั้นวางเอกสาร และมือของเขายังคงตรึงข้อมือเธอไว้เหนือศีรษะในท่าทางที่ล่อแหลมและหมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมที่สุด!
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ในขณะที่อาทิตย์ชะงักกึก หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อที่กล้าอาจหาญเข้ามาขัดจังหวะเวลาความเป็นส่วนตัวของเขา
แต่ทว่า... สิ่งที่รำไพพูดต่อมา กลับทำให้ลมหายใจของรินรดาหยุดชะงักลงทันที และทำให้โลกทั้งใบของเธอดิ่งวูบลงสู่ห้วงเหวลึกอย่างไร้ทางหนี
"พี่ริน! แย่แล้วค่ะ... คุณพ่อโดนตำรวจจับตัวไปแล้วค่ะ! ข้อหาพัวพันกับการยักยอกเงินบริษัทของท่านประธาน!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ปั้นเจ้านายร้ายให้เป็นยอดคนด้วยจิตวิทยาบริหารใจ•ตอนที่ 23
คำพูดเชือดเฉือน
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปั้นเจ้านายร้ายให้เป็นยอดคนด้วยจิตวิทยาบริหารใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!