"บอกเขาไปค่ะ ว่าถ้าอยากเซ็นสัญญา ให้ขึ้นมาคุยกันที่ห้องทำงานฉันเอง"
รินรดาสบัดหน้าขวับ ปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนเลขาฯ หน้าห้องสะดุ้งโหยง ในเมื่อนักลงทุนชาวฮ่องกงเล่นเกมอำนาจด้วยการบุกมาถึงบริษัทแบบไม่นัดหมายเพื่อกดดัน เธอก็พร้อมจะใช้หลักจิตวิทยาการเจรจาต้อนรับเขากลับด้วยความนิ่งและเหนือกว่าเช่นกันค่ะ การยอมลงให้ก่อนในเกมธุรกิจ รังแต่จะทำให้เราตกเป็นเบี้ยล่างไปตลอดกาล
ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้ก้าวขาออกไปเผชิญหน้ากับศึกหนักข้างล่าง โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของท่านประธานก็แผดเสียงกรีดร้องลั่นห้อง
"ริน... รินรดา..."
เสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดันและทรงอำนาจ บัดนี้กลับแหบพร่าจนแทบจับใจความไม่ได้ ปลายสายหอบหายใจหนักหน่วงสลับกับเสียงครางต่ำในลำคออย่างทรมาน
รินรดาขมวดคิ้วมุ่น หัวใจกระตุกวูบด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ "คุณอาทิตย์คะ? เกิดอะไรขึ้น เสียงคุณ..."
"ขึ้นมา..." ปลายสายขาดห้วงไปพร้อมกับเสียงวัตถุกระแทกพื้นดัง *ตุ้บ!* ตามด้วยเสียงสัญญาณตัดไปดื้อๆ
ให้ตายเถอะค่ะ! ผู้ชายปากแข็งคนนั้นกำลังเล่นเกมอะไรอีก หรือนี่คือแผนการแก้เผ็ดนักลงทุนแบบพิสดารของเขา?
แต่สัญชาตญาณของวิทยากรด้านจิตวิทยาบอกเธอทันทีว่า *ไม่ใช่* เสียงหอบหายใจที่ขาดช่วงแบบนั้น มันคืออาการของคนหมดแรงและกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตทางร่างกายอย่างแท้จริง
รินรดาทิ้งเอกสารในมือวิ่งพรวดขึ้นไปยังเพนต์เฮาส์ส่วนตัวชั้นบนสุดทันที โดยไม่สนใจแล้วว่านักลงทุนฮ่องกงจะรอจนเบื่อแค่ไหน
ประตูห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ล็อก เธอผลักมันเปิดเข้าไปอย่างแรง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก อาทิตย์ ซีอีโอหนุ่มผู้เนี๊ยบและทรงพลังเสมอในสายตาคนอื่น บัดนี้กำลังทรุดตัวพิงกับมุมโต๊ะทำงาน ใบหน้าคมคายแดงก่ำด้วยพิษไข้ ริมฝีปากแห้งผากซีดเผือด หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มไปหมด แม้แต่เสื้อเชิ้ตสีเข้มราคาแพงก็ยังยับยู่ยี่จากการดิ้นรนทุรนทุราย
"คุณอาทิตย์!" รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ รีบปรี่เข้าไปคุกเข่าลงข้างกายเขา "คุณเป็นอะไร ทำไมไม่บอกใคร ไข้สูงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย"
อาทิตย์ปรือตาขึ้นช้าๆ แววตาที่เคยคมปราบและดุดัน บัดนี้ฉายแววอ่อนล้าและเปราะบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เขากัดฟันแน่น พยายามฝืนยิ้มเยาะทั้งที่ตัวสั่นเทา
"คุณ... ขึ้นมาทำไม... ควรจะไปรับหน้า... ไอ้พวกนักลงทุน..." เสียงของเขาแหบแห้งจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ
"ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาห่วงเรื่องงานแล้วค่ะ!" รินรดาเอ็ดเสียงดุ มือบางเอื้อมไปแตะหน้าผากกว้างเพื่อวัดอุณหภูมิ ความร้อนจากตัวเขาพุ่งสูงจนเธอสะดุ้ง "ตัวร้อนจี๋เลยนี่คะ คุณเป็นพวกบ้างานจนสมองกลับไปแล้วหรือไง ป่วยขนาดนี้ทำไมถึงฝืนตัวเองอยู่ได้"
เธอพยายามพยุงร่างสูงใหญ่ให้ลุกขึ้นเพื่อพาไปนอนที่โซฟา แต่ด้วยความที่อาทิตย์ตัวสูงและหนักกว่ามาก ทำให้เธอเซถลนเกือบล้มลงไปทับเขาเสียเอง กลายเป็นว่าตอนนี้รินรดานั่งคร่อมอยู่บนตักของเขาโดยไม่ตั้งใจ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือกลิ่นไอร้อนของพิษไข้เป่ารดพวงแก้มของเธออย่างชัดเจน
อาทิตย์มองสบตาเธอ นัยน์ตาคมกริบฉายประกายบางอย่างที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา มือหนาที่สั่นเทาเอื้อมขึ้นมาแตะกรอบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับเขากำลังหลงทางอยู่ในความมืดแล้วเจอแสงสว่าง
"ริน..." เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น "อย่าไป... อยู่ตรงนี้..."
รินรดาใจเต้นแรงระรัว ไม่ใช่เพราะความใกล้ชิดทางกาย แต่เป็นเพราะกลไกการป้องกันตัวที่พังทลายลงของเขาต่างหาก ในยามที่ผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งต้องพ่ายแพ้ให้กับความเจ็บป่วย ความเปราะบางนี้ช่างมีพลังทำลายล้างหัวใจคนมองอย่างร้ายกาจ
"ค่ะ... ฉันไม่ไปไหนหว่าหรอก" เธอบอกเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากให้เขาอย่างเบามือ "เดี๋ยวฉันเช็ดตัวให้นะคะ อดทนหน่อย"
คืนนั้น... ในขณะที่ด้านนอกพายุฝนเริ่มโหมกระหน่ำสาดซัดกระจกหน้าต่างเพนต์เฮาส์เสียงดังสนั่น แสงไฟสีส้มอบอุ่นในห้องนอนกว้างกลับกลายเป็นพื้นที่พักพิงเดียวที่มีอยู่
รินรดาไม่ได้ลงไปจัดการเรื่องนักลงทุน เธอโทรศัพท์สั่งเลขาฯ ให้เลื่อนนัดออกไปก่อนอย่างไร้เยื่อใย แล้วทุ่มเวลาทั้งหมดที่มีดูแลซีอีโอหนุ่มจอมซึนอย่างใกล้ชิด เธอทั้งเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า และคอยป้อนยา ลดไข้ให้เขาตลอดทั้งคืนโดยไม่ยอมข่มตานอนเลยแม้แต่น้อย
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบตีสาม อาการไข้ของอาทิตย์เริ่มทุเลลงบ้างแล้ว แต่เขากลับมีอาการเพ้อและละเมอออกมาด้วยพิษไข้ที่ยังหลงเหลือ มือหนาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เธอขยับไปไหน
"แม่ครับ..." เสียงทุ้มครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวดในความมืด "อย่าทิ้งผมไป... ทำไมถึงไม่อยู่..."
รินรดานิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง นี่คือบาดแผลในวัยเด็กที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งและนิสัยชอบควบคุมของเขาใช่ไหม? ปมในใจที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น เธอกำลังได้ยินมันผ่านเสียงละเมอที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและโดดเดี่ยว
เธอย่อตัวลงนั่งข้างเตียง ใช้มืออีกข้างกุมมือใหญ่ที่ชื้นเหงื่อของเขาไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นและความมั่นคงไปให้
"ฉันอยู่นี่ค่ะ... คุณอาทิตย์ ไม่ต้องกลัวนะคะ ฉันไม่ได้ไปไหน" เธอพูดปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ราวกับกำลังโอบกอดเด็กชายตัวเล็กๆ ที่หลงทางอยู่ในความมืด
อาทิตย์ค่อยๆ สงบลง ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอขึ้น ความอบอุ่นจากมือเรียวที่กุมไว้ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด รินรดาถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอก เอนศีรษะพิงกับขอบเตียงเตรียมจะพักผ่อนบ้าง
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมห้องนอน และเธอกำลังจะเคลิ้มหลับตาม เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับไฟในห้องที่ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด
บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงทันตาเห็น รินรดายังไม่ทันได้ลุกขึ้นไปหาไฟฉาย มือหนาที่ควรจะหลับสนิทไปแล้ว กลับดึงรั้งข้อมือเธออย่างแรงด้วยแรงที่มหาศาล ร่างของเธอเซถลาล้มลงไปนอนบนเตียงกว้างภายใต้ร่างของเขาในความมืด
ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดากระทบต้นคอ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ชิดริมหูจนเธอขนลุกซู่
"ในเมื่อคุณบอกว่าจะไม่ไปไหน..." เสียงของอาทิตย์ทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าในความมืด "งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นหน่อยสิครับ... ว่าคุณพูดจริง"
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ
ปั้นเจ้านายร้ายให้เป็นยอดคนด้วยจิตวิทยาบริหารใจ•ตอนที่ 17
คืนพายุเข้า
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปั้นเจ้านายร้ายให้เป็นยอดคนด้วยจิตวิทยาบริหารใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!