แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนเงาความตึงเครียดของบรรยากาศในห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูจนแทบจะจับต้องได้ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่สายตาของเธอยังคงตรึงอยู่กับรายงานทางการแพทย์และบันทึกการรักษาจิตเวชที่ถูกเปิดค้างไว้ หน้ากระดาษเหล่านี้ไม่ได้บอกแค่เรื่องราวของตัวเลขผลประกอบการหรือกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่มันกำลังกรีดลึกถึงรากเหง้าของบาดแผลในวัยเด็กที่ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเย่อหยิ่งและไร้หัวใจพยายามซ่อนเร้นมาตลอดชีวิต
"คุณ... กำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ คุณอาทิตย์" น้ำเสียงของหญิงสาวแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบ แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของเธอเอง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาจากระเบียงด้านนอกทำให้รินรดารีบเงยหน้าขึ้น ทว่าความเร็วในการเคลื่อนไหวของเธอยังช้ากว่าแรงดึงดูดทางสายตาที่ประสานเข้ากับร่างสูงโปรดของอาทิตย์ สีหน้าของเขาเรียบเฉย เย็นชา และเต็มไปด้วยกำแพงน้ำแข็งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นว่าเอกสารลับชุดไหนกำลังวางอยู่ตรงหน้าวิทยากรสาว
อาทิตย์ชะงักฝีเท้า รอยยิ้มหยันที่มักจะใช้ประชดประชันถูกยกขึ้นมากลบเกลื่อนความวุ่นวายภายในใจอย่างรวดเร็ว "ล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ รินรดา... ใครอนุญาตให้คุณรื้อค้นของส่วนตัวของฉัน"
"ถ้าฉันไม่รื้อ ฉันก็คงไม่มีวันรู้เลยสินคะ ว่าซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่ที่ใช้ความเย็นชาและอำนาจเหยียบย่ำคนอื่นไปทั่ว ที่แท้ก็เป็นแค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ติดอยู่กับความรู้สึกผิดในอดีตจนไม่กล้าแม้แต่จะรักใคร" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตฉายแววทั้งโกรธ ทั้งเจ็บปวด และทับถมด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย
เธอเดินเข้าไปประชิดตัวเขา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศทำให้บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์
อาทิตย์ขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นหนังสือกระจก รินรดาจึงใช้ความได้เปรียบนี้หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ มือเรียวบางเอื้อมไปแตะที่ปกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มตรงๆ
"โรคตื่นตระหนก... ภาวะซึมเศร้าระดับรุนแรงจากความทรงจำวัยเด็ก และการกินยาคุมอารมณ์ต่อเนื่องมาหลายปี คุณทนแบกรับเรื่องพวกนี้ไว้คนเดียวได้ยังไงคะ ทำไมถึงคิดว่าโลกนี้ไม่มีใครคู่ควรจะรับรู้ความอ่อนแอของคุณเลย" คำพูดของเธอเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดผ่านเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งของเขา
อาทิตย์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาคมกริบฉายประกายกร้าวร้าวขึ้นมาทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธอด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เจ็บ แต่กลับไม่ได้บีบแน่นจนเกินไป ราวกับเขากลัวว่าเธอจะแตกสลายคามือ
"อย่ามาทำเป็นรู้ดีในเรื่องที่คุณไม่มีวันเข้าใจ รินรดา!" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด "คุณคิดว่าความเห็นอกเห็นใจจอมปลอมแบบนี้มันจะช่วยอะไรได้งั้นเหรอ? ความอ่อนแอของฉันมันไม่ใช่เรื่องตลกที่ใครหน้าไหนจะเอามาวิเคราะห์แล้วเดินจากไปได้ตามใจชอบ!"
"แล้วใครบอกว่าฉันจะเดินจากไป!" รินรดาตวาดกลับเสียงดังไม่แพ้กัน ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสแต่ไม่มีวันยอมไหลลงมาประจานความอ่อนแอ "ฉันเป็นนักจิตวิทยาความสัมพันธ์ค่ะ และฉันรู้ดีว่ายิ่งคุณผลักไสฉันมากแค่ไหน นั่นแปลว่าข้างในของคุณมันกำลังร้องขอความช่วยเหลือมากเท่านั้น คุณกลัวว่าถ้าใครเห็นด้านที่พังทลายของคุณ เขาคนนั้นจะทิ้งคุณไปเหมือนกับแม่ของคุณในอดีตใช่ไหมล่ะคะ!"
ประโยคสุดท้ายพุ่งตรงเข้าปักกลางใจของอาทิตย์ราวกับลูกศรอาบยาพิษ ร่างสูงชะงักงัน แววตาที่เคยแข็งกร้าวแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดร้าวรานที่ปิดไม่มิด ความลับที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้หลุมศพแห่งกาลเวลาถูกขุดคุ้ยขึ้นมาต่อหน้าผู้หญิงคนนี้อย่างไม่เหลือชิ้นดี
ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกึก เขาก้มมองผู้หญิงที่กล้าต่อกรกับความมืดมิดในใจเขาอย่างไม่เกรงกลัว หัวใจที่เคยด้านชามาเนิ่นนานกลับเต้นกระหน่ำรัวจนเจ็บแปลบ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความหวาดหวั่นลึกๆ ว่าตัวตนที่แท้จริงและน่าสมเพชของเขาจะทำให้เธอรังเกียจ
"ถ้าคุณรู้แล้ว... ทำไมถึงยังไม่ไสหัวไปซะล่ะ" อาทิตย์เอ่ยเสียงพร่า ความดุดดันในน้ำเสียงเจือด้วยความตัดพ้อที่เขาเองก็ไม่อาจควบคุม "ผู้หญิงฉลาดๆ อย่างคุณควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลจากผู้ชายที่มีปัญหาทางจิตคนนี้ ไม่ใช่มายืนท้าทายความอดทนของฉันอยู่แบบนี้"
รินรดายกมืออีกข้างขึ้นประคองแก้มสากของชายหนุ่มอย่างนุ่มนวล สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเธอทำให้แผ่นหลังที่เกร็งเครียดของอาทิตย์ค่อยๆ ผ่อนคลายลง ความดื้อรั้นในแววตาของเธอถูกแทนที่ด้วยความอ่อนโยนที่ทรงพลังที่สุด
"เพราะฉันรู้ว่าใต้ความเย่อหยิ่งและคำพูดใจร้ายพวกนั้น มันมีผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังรอให้ใครสักคนกอดเขาไว้แล้วบอกว่า... ไม่เป็นไรค่ะ คุณเหนื่อยมามากพอแล้ว"
หัวใจของอาทิตย์กระตุกวูบ ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดมาเนิ่นนานนับสิบปีพังทลายลงในพริบตา เขารู้สึกเหมือนกำแพงน้ำแข็งที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวกำลังละลายหายไปกับปลายนิ้วอุ่นของเธอ ร่างสูงโน้มตัวลงซบหน้าผากเข้ากับลาดไหล่บางของหญิงสาวอย่างหมดแรง ปล่อยให้ความเปราะบางที่พยายามซ่อนเร้นมาตลอดหลุดรอดออกมาในอ้อมแขนของเธอ
รินรดากอดตอบแผ่นหลังกว้างนั้นแน่น ลูบกลุ่มผมสีเข้มอย่างปลอบประโยค เคมีระหว่างความเจ็บปวดและความเข้าใจหลอมรวมพวกเขาทั้งคู่เข้าด้วยกันจนแทบแยกไม่ออก บาดแผลของเขาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แค่ต้องมีใครสักคนที่กล้าพอจะก้าวเข้ามาโอบกอดมันไว้
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังลึกซึ้งและอบอวลไปด้วยความเปราะบางอันงดงาม เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกห้องทำงานก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
อาทิตย์ผละออกจากร่างของหญิงสาวทันที ดวงตากลับมาคมกราบและเย็นชาขึ้นอีกครั้งเมื่อหันไปมองร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นรอยยิ้มเยาะหยันของชายหนุ่มผู้เป็นคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญ ทายาทตระกูลดังที่ถือไพ่เหนือกว่าในเกมการชิงอำนาจครั้งนี้กำลังยืนจ้องมองพวกเขาทั้งคู่อย่างถือดี พร้อมกับเอกสารลับอีกชุดในมือที่ถูกชูขึ้นสูง
"ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะช่วงเวลาซาบซึ้ง... แต่ดูเหมือนว่าความลับที่เธอพยายามปกป้อง มันไม่ได้มีแค่เรื่องอาการป่วยทางจิตอย่างเดียวหรอกนะ คุณอาทิตย์"
ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุน "จิตวิทยาเพื่อทุกคน" เสมอมานะคะ!
ปั้นเจ้านายร้ายให้เป็นยอดคนด้วยจิตวิทยาบริหารใจ•ตอนที่ 33
ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปั้นเจ้านายร้ายให้เป็นยอดคนด้วยจิตวิทยาบริหารใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!