สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 5

เงาอสูรในป่าทมิฬ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้... และดูเหมือนว่า... 'คนผู้นั้น' จะยืนอยู่หลังประตูเมืองแล้ว" เสียงก้องกังวานของห้วงความคิดยังไม่ทันจางหาย หยาดโลหิตสีแดงฉานหยดหนึ่งก็ร่วงหล่นลงกระทบพื้นดินทรายสีดำสนิทของเขตแดนรกร้าง ลู่เฉินยืนนิ่งสนิท ร่างกายของเขาสะท้อนไอหมอกสีเทาจางๆ ที่แผ่ออกมาจากขอบเขตการบำเพ็ญเพียรขั้นรวบรวมลมปราณระดับสิบ สายตาของเขาคมกริบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งได้รับการเจียระไนจากหินลับมีดสวรรค์ เบื้องหน้าของเขาคือม่านหมอกทึบหนาของ "ป่าทมิฬ" สถานที่ที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยังต้องลอบกลืนน้ำลายด้วยความหวาดหวั่น ทว่า สำหรับอดีตมหาเทพกระบี่ผู้เคยเหยียบย่ำเก้าชั้นฟ้า ป่าแห่งนี้ไม่ได้น่ากลัวไปกว่าสนามเด็กเล่นของเด็กอมมือ สิ่งเดียวที่ดึงดูดสายตาของเขาในเวลานี้ คือกลิ่นอายอันบางเบาของ "โสมวิญญาณเก้าตะวัน" สมุนไพรล้ำค่าที่จำเป็นต้องใช้ในการทะลวงจุดชีพจรสุดท้ายเพื่อเตรียมรับมือกับเงาปริศนาที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากเบื้องหลัง "พรึบ!" สะเก็ดลมปราณพัดวูบผ่านใบไม้สีนิลจนเกิดเสียงกรอบแกรบ ลู่เฉินไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มเย้ยหยันที่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียม "คิดจะใช้ความมืดของป่าทมิฬกลบกลิ่นอายการสะกดรอยหรือ... ช่างไร้เดียงสายิ่งนัก" ลู่เฉินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนสั่นสะเทือนมวลอากาศรอบข้าง เขาเดินก้าวเท้าเข้าไปในเขตป่าทมิฬอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสอดคล้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจและชีพจรแห่งผืนแผ่นดิน ราวกับว่าตัวเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้บุกรุก หากแต่เป็นเจ้าของดินแดนแห่งนี้โดยชอบธรรม กลิ่นอายความตายและซากศพที่เน่าเปื่อยโชยเข้าจมูก แต่มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในร่างของเด็กหนุ่มให้ตื่นตัวขึ้นอย่างเต็มที่ ผ่านไปชั่วก้านธูป ทิวทัศน์รอบตัวก็เปลี่ยนจากป่าโปร่งเป็นป่าดงดิบโบราณที่ไร้ซึ่งแสงตะวัน ต้นไม้แต่ละต้นมีขนาดใหญ่โตจนต้องใช้คนโอบนับสิบ บรรยากาศเงียบสงบจนน่าอึดอัด ราวกับสรรพชีวิตในที่แห่งนี้ล้วนถูกความตายกลืนกินไปจนหมดสิ้น *กรรรมมม—!* เสียงคำรามต่ำทุศที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณดังขึ้นจากยอดไม้เบื้องบน ทันใดนั้น เงาสสีดำสนิทขนาดมหึมาก็พุ่งแหวกม่านหมอกลงมาด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด กรงเล็บคู่ยักษ์ที่เคลือบด้วยพิษสีม่วงเข้มตะปบเข้าที่ศีรษะของลู่เฉินหมายปลิดชีพในคราเดียว! "อสูรวานรโลหิตเก้าหัว... เจ้าสิ่งนี้สมควรมาอยู่ผิดที่ผิดทางเสียจริง" ลู่เฉินไม่หลบเลี่ยง ร่างกายของเขาเอนไปด้านหลังเล็กน้อยอย่างนุ่มนวล ราวกับสายลมที่พัดผ่านยอดหญ้า กรงเล็บพิษเฉียดผ่านปลายจมูกของเขาไปเพียงเส้นยาแดงเดียว ความรุนแรงของมันแผดเผาจนพื้นหินด้านล่างหลอมละลายกลายเป็นหลุมลึก อสูรวานรโลหิตเก้าหัวคำรามอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อการโจมตีพลาดเป้า ดวงตาทั้งเก้าคู่บนหัวที่น่าสะพรึงกลัวจ้องมองเหยื่อด้วยความอาฆาตมาดร้าย มันอ้าปากพ่นบอลเพลิงสีดำสนิทเข้าใส่ลู่เฉินในระยะประชิด ความร้อนระอุของมันทำให้ห้วงมิติรอบด้านบิดเบี้ยว "รวดเร็วใช้ได้... แต่ช้าเกินไปสำหรับข้า" ลู่เฉินสะบัดข้อมือเบาๆ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานออกจากปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางราวกับศาศวัตแห่งแสงสว่าง แสงสีเงินเจิดจรัสผ่าผ่าความมืดมิดของป่าทมิฬออกเป็นสองเสี่ยง เสียงกรีดร้องโหยหวนของอสูรระดับสูงดังสนั่นหวั่นไหวเมื่อปราณกระบี่อันคมกริบตัดผ่านร่างของมันอย่างง่ายดายราวกับตัดเต้าหู้ หัวทั้งเก้าของอสูรวานรโลหิตหลุดกระเด็นออกจากบ่า เลือดสีดำพุ่งทะลักย้อมพื้นดินรอบบริเวณให้กลายเป็นทะเลเลือด ทว่า ในขณะที่ลู่เฉินกำลังก้มลงเก็บแก่นอสูรและโสมวิญญาณเก้าตะวันซึ่งซ่อนอยู่ใต้รากไม้โบราณ สายลมเย็นเฉียบสายหนึ่งก็พัดผ่านหลังคอของเขาไปอย่างเงียบเชียบ ความเย็นยะเยือกนี้ไม่ใช่ความหนาวเหน็บของฤดูหนาว แต่มันคือจิตสังหารอันบริสุทธิ์ที่ถูกเก็บงำไว้อย่างแนบเนียนจนแม้แต่ลู่เฉินยังต้องหรี่ตาลง "ยอดเยี่ยม... สามารถสังหารอสูรวานรโลหิตเก้าหัวได้ภายในกระบวนท่าเดียว สมคำร่ำลือจริงๆ นายน้อยลู่" น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงไว้ด้วยพิษสงอันร้ายกาจดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลัง เงาร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นอย่างแผ่วเบาราวกับภูตผี นางยืนอยู่บนกิ่งไม้สูงเหนือหัวของลู่เฉิน รอยยิ้มบนใบหน้าของนางงดงามราวกับเทพธิดา แต่ดวงตากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ลู่เฉินยืนขึ้นช้าๆ เขาปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะหันกลับไปสบตากับผู้มาเยือนโดยไม่มีอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย "ไป๋จิงซู... เจ้าตามข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?" ลู่เฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาของเขากลับไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นใบหน้านั้น—ใบหน้าที่เขาโหยหาและเจ็บปวดมาตลอดชาติภพก่อน หญิงสาวผู้เยือกเย็นแห่งตำหนักน้ำค้างสวรรค์ปรายตามองเขาด้วยแววตาซับซ้อน นางไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่กลับชักกระบี่เหมันต์ออกจากฝักช้าๆ เสียงโลหิตกระทบคมกระบี่ดังกังวานบาดแก้วหู "ข้าไม่ได้ตามเจ้า... แต่มีคนต้องการหัวของเจ้า และข้า... ก็แค่มาก่อนที่พวกเขาจะมาถึง" ไป๋จิงซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้เยื่อใย ก่อนที่นางจะกวัดแกว่งกระบี่สร้างเขตแดนน้ำแข็งปิดตายทางหนีทีไล่ของเขาทั้งหมดในพริบตา! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับเซียนสุราเมามายนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%