คมกระบี่เหมันต์กรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงแหลมสูงดุจภูติพรายร่ำไห้ เขตแดนน้ำแข็งของไป๋จิงซูแผ่ขยายออกไปรอบทิศทาง ปิดตายทุกเส้นทางรอดของลู่เฉินในรัศมีร้อยลี้ ละอองไอเย็นจัดเกาะกุมจนเส้นผมและอาภรณ์ของคนทั้งสองกลายเป็นสีขาวโพลน
ทว่า... แววตาของลู่เฉินกลับหาได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาเพียงปรายตามองสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า นางเซียนผู้เย็นชาแห่งตำหนักน้ำค้างสวรรค์ผู้ซึ่งกุมชะตาชีวิตของผู้อื่นไว้ในกำมือ แต่สำหรับเขาแล้ว นางหาใช่ภัยคุกคาม หากแต่เป็นเงาในอดีตชาติที่ยังคงติดค้างอยู่ในก้นบึ้งหัวใจ
"เจ้ามาช้าไปหน่อยนะ... จิงซู"
น้ำเสียงของลู่เฉินราบเรียบ ทว่าก้องกังวานเสียดแทงจิตวิญญาณ เขาไม่แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝัก เพียงแค่ยืนไขว่ห้างรับแรงกดดันจากเขตแดนปราณน้ำแข็งที่พร้อมจะบดขยี้ร่างของยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณให้แหลกสลายในพริบตา
ไป๋จิงซูชะงักไปเล็กน้อย ดวงตางามล้ำดุจหยกสลักฉายแววซับซ้อนวูบหนึ่ง นางตวัดกระบี่ในมือเก็บเข้าฝักอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่เขตแดนน้ำแข็งรอบกายสลายกลายเป็นละอองหมอกสีขาวบริสุทธิ์ในชั่วอึดใจ
"ข้าบอกแล้วว่ามีคนต้องการหัวของเจ้า..." ไป๋จิงซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นเคย แต่มือเรียวบางที่กำด้ามกระบี่กลับสั่นเทาน้อยๆ อย่างยากจะซ่อนเร้น "พวกมันคือยอดฝีมือจากนิกายโลหิตโลกันตร์ สามคนอยู่ในขอบเขตเบิกเนترะขั้นสมบูรณ์ เจ้าเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงยังทำตัวระรื่นเช่นนี้?"
"ความมั่นใจหรือ?" ลู่เฉินหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ในสายตาของมหาเทพเช่นข้า ต่อให้พวกมันมาอีกสักร้อยคน ก็เป็นได้เพียงแค่ปุ๋ยบำรุงวิญญาณใต้คมกระบี่เท่านั้น... อีกอย่าง ข้าไม่ได้หมายถึงพวกมดปลวกเหล่านั้น"
ดวงตาคมกริบของลู่เฉินหันขวับไปมองยังพงหญ้ารกชัฏเบื้องหลัง นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามในเสี้ยววินาที
*โฮกกกกกกกก—!*
เสียงคำรามสะท้านฟ้าดินดังสนั่นหวั่นไหว แรงกดดันระดับอสูรบรรพกาลพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนฟ้าจนเมฆหมอกแตกกระเจิง พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว ร่างมหึมาของราชสีห์เพลิงเก้าหัวพุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิด ดวงตาทั้งเก้าคู่แดงก่ำดุจโลหิต เปลวเพลิงสีครามลุกโชนท่วมร่าง แผ่ไอความร้อนระอุที่สามารถหลอมละลายเหล็กไหลให้กลายเป็นของเหลวได้ในพริบตา
นี่คือราชสีห์เพลิงเก้าหัว อสูรบรรพกาลระดับเจ็ดที่หลับใหลมานับพันปี!
"ระวัง!" ไป๋จิงซูอุทานเบาๆ ร่างบางวับหายไปจากจุดเดิมเพื่อเตรียมชักกระบี่เข้าช่วยเหลือ แต่วิถีของนางกลับถูกหยุดลงด้วยมือหนาที่คว้าเข้าที่ข้อแขน
"ไม่ต้อง" ลู่เฉินเอ่ยสั้นๆ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธ "ยืนดูอยู่เงียบๆ... ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่า การสยบสัตว์อสูรที่แท้จริงเขาทำกันอย่างไร"
สิ้นคำพูด ร่างของลู่เฉินก็พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าแลบ มือขวาของเขาไม่ได้แตะต้องฝักกระบี่เลยแม้แต่น้อย เขากลับแบมือออกเบื้องหน้า ปราณแท้จริงสีครามเข้มระเบิดออกจากจุดตันtian (ตันเถียน) พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นอักขระโบราณนับหมื่นตัวที่หมุนวนรอบตัวเขา
ราชสีห์เพลิงเก้าหัวคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวที่มนุษย์ตัวจ้อยกล้าท้าทายมัน หัวทั้งเก้าพ่นลูกไฟมหึมาพุ่งเข้าใส่ลู่เฉินพร้อมกัน พลังทำลายล้างนี้รุนแรงพอจะลบภูเขาให้หายไปทั้งลูก
"วิชากระบี่เก้าสวรรค์... บทที่หนึ่ง: ดับสุริยัน!"
ลู่เฉินคำรามก้องในใจ แม้จะไม่ได้ชักกระบี่ออกมา แต่จิตวิญญาณกระบี่ของเขาในตอนนี้ได้หลอมรวมเข้ากับฟ้าดินไปแล้ว นิ้วมือทั้งห้ากรีดกรายกลางอากาศ วาดเป็นค่ายกลกระบี่ไร้ลักษณ์ ปราณกระบี่นับพันสายพุ่งเข้าปะทะกับลูกไฟมหึมากลางอากาศ เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนป่ารอบด้านราบเป็นหน้ากลอง
ไป๋จิงซูยืนมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง นางเป็นถึงอัจฉริยะแห่งตำหนักน้ำค้างสวรรค์ ทว่าในยามนี้ วิชาที่ลู่เฉินแสดงออกมากลับล้ำลึกเกินกว่าที่ตำราโบราณเล่มใดในยุทธภพจะบันทึกไว้ มันไม่ใช่แค่กระบวนท่า แต่เป็น "กฎเกณฑ์" ของฟ้าดินที่ถูกบิดเบือนด้วยเจตจำนงแห่งกระบี่อันไร้เทียมทาน!
ราชสีห์เพลิงเก้าหัวเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิตอันยาวนาน มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายที่คืบคลานเข้ามา หัวทั้งเก้าพยายามถอยร่น แต่ทว่า... รอบกายของมันกลับถูกตรึงไว้ด้วยอักขระโบราณสีทองที่ลู่เฉินโปรยไว้ตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่มีใครล่วงรู้
"คุกเข่าลง!"
ลู่เฉินสะบัดมือครั้งสุดท้าย อักขระทั้งหมดพุ่งเข้ากดทับร่างมหึมาของราชสีห์เพลิงเก้าหัวราวกับภูเขานับหมื่นลูกกดทับ เสียงกระดูกลั่นดังกรอบแกรบ อสูรบรรพกาลผู้ยิ่งใหญ่คุกเข่าลงต่อหน้าบุรุษหนุ่มอย่างจำนนต่อโชคชะตา พื้นดินรอบตัวมันยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกหลายสิบเมตร
"เจ้า... มนุษย์... ข้าไม่ยอม..." เสียงคำรามทางจิตวิญญาณดังสะท้อนอยู่ในหัวของลู่เฉิน เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายและศักดิ์ศรีของอสูรบรรพกาล
"ไม่ยอมงั้นหรือ?" ลู่เฉินก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่สั่นเทาของราชสีห์เพลิงเก้าหัวอย่างไม่เกรงกลัว เขายื่นมือขวาออกไป วางลงบนหัวหลักตรงกลางที่มีเปลวเพลิงลุกโชนรุนแรงที่สุด ดวงตาสีทองของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า "ในสายตาข้า สัตว์อสูรก็คือสัตว์อสูร หากเจ้าคิดจะเป็นศัตรู เจ้าก็ต้องตาย แต่หากเจ้าเลือกที่จะสยบ... เจ้าจะได้เห็นอาณาจักรที่กว้างใหญ่กว่าที่เจ้าเคยจินตนาการไว้!"
จังหวะนั้นเอง เลือดหยดหนึ่งจากปลายนิ้วของลู่เฉินก็ซึมผ่านเกล็ดเพลิงเข้าไปในจิตวิญญาณของราชสีห์เพลิงเก้าหัว อักขระพันธะสัญญาโบราณสีทองสว่างวาบขึ้นรอบตัวอสูรยักษ์
*เปรี้ยงงงงง!*
ลำแสงพุ่งทะยานเสียดฟ้า ท้องนฟ้าที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกปกคลุมด้วยสายฟ้าสีครามคำรามลั่น ไป๋จิงซูต้องถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อต้านทานแรงกดดันจากพันธะสัญญาจิตวิญญาณระดับบรรพกาลนี้
ราชสีห์เพลิงเก้าหัวส่งเสียงร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ดวงตาทั้งเก้าคู่จะเปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นประกายสีทองใสสะอาด มันก้มหัวลงแนบพื้นดินต่อหน้าลู่เฉิน เป็นการประกาศยอมจำนนอย่างสมบูรณ์แบบ
ลู่เฉินผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ เขากวาดสายตากลับมามองไป๋จิงซูที่ยืนมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งตกตะลึง พิศวง และ... ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา
"เห็นไหม? ข้าบอกแล้วว่าไม่มีอะไรต้องกังวล" ลู่เฉินแย้มยิ้มบางๆ ให้คราหนึ่ง
ทว่า... รอยยิ้มนั้นยังไม่ทันจางหายไปจากใบหน้า บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ท้องฟ้าที่ควรจะสงบกลับปรากฏรอยแยกสีดำสนิทขนาดใหญ่ราวกับมีใครใช้มือฉีกกระชากมิติออกเป็นเสี่ยงๆ
กลิ่นอายสังหารอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซพุ่งออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังก้องไปทั่วทั้งห้วงนภา
*“ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมเสียจริง มหาเทพผู้กลับชาติมาเกิด... แต่可惜นัก วันนี้ที่นี่ จะกลายเป็นสุสานฝังร่างของเจ้า!”*
เงาร่างสีดำสนิทสามร่างก้าวออกมาจากรอยแยกมิติทีละน้อย พร้อมกับกระบี่ในมือที่อาบย้อมไปด้วยกลิ่นอายโลหิต... และหนึ่งในนั้น คือคนที่ลู่เฉินและไป๋จิงซูคาดไม่ถึงที่สุด!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 6
พันธะสัญญาสัตว์อสูรบรรพกาล
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!