กลิ่นอายโลหิตมิได้ลอยฟุ้งมาจากผืนป่าภายนอก หากแต่โชยมาจากประตูใหญ่ของตระกูลลู่ที่บัดนี้ถูกย้อมด้วยสีชาดฉาน
ลู่เฉินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าป้ายตระกูลที่สลักเสลาอย่างประณีต แต่กลับดูไร้ค่าดั่งเศษไม้ผุพังในสายตาของเขา ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่กวาดมองผ่านบานประตูที่พังทลายลงมา เสียงลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ ทว่าแฝงไว้ด้วยคลื่นพลังปราณที่บีบอัดจนมิติรอบกายบิดเบี้ยวเล็กน้อย นี่คือสถานที่ซึ่งเขาเคยถูกเหยียดหยาม เคยถูกขับไล่ไสส่งดั่งสุนัขจนตรอก และเป็นสถานที่ซึ่งมารดาผู้ให้กำเนิดต้องหลั่งน้ำตาจนหยดสุดท้ายก่อนสิ้นลมหายใจ
"เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงเหยียบย่างเข้ามาที่นี่... ลู่เฉิน!"
เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวสะท้อนก้องไปทั่วลานกว้าง เงาร่างนับสิบค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความมืดมิด ผู้นำกลุ่มคือลู่ป้า ผู้อาวุโสใหญ่ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในตระกูลลู่ในยามนี้ ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและจิตสังหาร สายตาที่มองมายังลู่เฉินเต็มไปด้วยความดูแคลนเช่นในอديต ราวกับมันยังมองเห็นเด็กหนุ่มผู้ไร้พลังปราณคนเดิม ไม่ใช่ยอดฝีมือผู้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินในปัจจุบัน
ลู่เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองมันด้วยซ้ำ เขายกสุราในไหขึ้นจิบหนึ่งคำ รสชาติเผ็ดร้อนบาดคอราวกับไฟแผดเผา แต่ไม่ร้อนแรงเท่าเพลิงแค้นในอกที่ถูกเก็บกดมานานแรมปี
"ลู่ป้า..." เสียงของลู่เฉินราบเรียบทว่าทรงพลัง จนผู้ได้ยินรู้สึกราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงโสตประสาท "หนี้เลือดเมื่อสิบปีก่อน วันนี้... สมควรแก่เวลาต้องชำระแล้ว"
"สามหาว! คิดว่าไปร่ำเรียนวิชามาจากสำนักนอกรีตแล้วจะกำ่ายความยิ่งใหญ่ในตระกูลลู่ได้งั้นหรือ?" ลู่ป้าแค่นเสียงหัวingเย็นชา มันสะบัดมือครั้งเดียว ค่ายกลวิญญาณโลหิตก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งบริเวณ แสงสีแดงฉานแผ่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับกรงขังมรณะ "วันนี้ที่นี่ จะกลายเป็นหลุมศพของเจ้า!"
ด้านหลังของลู่เฉิน ไป๋จิงซูก้าวเท้าออกมาอย่างแผ่วเบา ร่างกายของนางปกคลุมด้วยละอองไอน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์ อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคม นางมิได้กล่าววาจาใดๆ แม้แต่คำเดียว แต่กระบี่เหมันต์ในมือที่ยังไม่ทันชักออกจากฝัก ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้อาวุโสตระกูลลู่หลายคนหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัว
"ข้าจัดการเอง" ลู่เฉินกล่าวเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับเอื้อมมือไปแตะไหล่เรียวบางของหญิงสาวเป็นการปราม ไป๋จิงซูพยักหน้าน้อยๆ นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว ดวงตางามล้ำจับจ้องไปที่เบื้องหน้าอย่างเย็นชา นางย่อมรู้ดีว่าความแค้นของเขามารดาผู้วายชนม์นั้น หนักหนาสสาหัสเพียงใด และมันคือสิ่งที่ชายหนุ่มต้องสะสางด้วยมือของตนเอง
"เข้ามาพร้อมกันให้หมด" ลู่เฉินก้าวออกไปหนึ่งก้าว พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม พลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พวยพุ่งออกจากร่างทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นพายุหมุนของคมกระบี่ที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งเป็นจุล
ลู่ป้าหน้าเปลี่ยนสีทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงขอบเขตพลังที่แท้จริงของลู่เฉิน "นี่มัน... พลังปราณขั้นผสานจิตวิญญาณ! เป็นไปได้อย่างไร!" มันแผดเสียงด้วยความตื่นตระหนก เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ลู่เฉินยังเป็นเพียงขยะไร้ค่าที่มันสามารถบดขยี้ได้ด้วยปลายนิ้ว
"โลกใบนี้นั้นกว้างใหญ่ เกินกว่าที่กบในกะลาอย่างพวกเจ้าจะจินตนาการถึง"
ร่างของลู่เฉินหายวับไปจากจุดเดิม ราวกับภูตผีปีศาจ พริบตานั้น ประกายแสงกระบี่สีครามก็เฉือนผ่านอากาศด้วยความเร็วที่แม้แต่สายตาของยอดฝีมือขอบเขตเดียวกันยังมองตามไม่ทัน
ฉับ!
เสียงเนื้อหนังถูกตัดขาดดังประสานกับเสียงกรีดร้องโหยหวน ศีรษะของผู้อาวุโสรองที่ยืนอยู่ข้างลู่ป้าหลุดลอยขึ้นสู่
อากาศ เลือดสีแดงสดพวยพุ่งราวน้ำพุ ย้อมพื้นสนามฝึกยุทธให้กลายเป็นทะเลเลือดขนาดย่อม ลู่เฉินยืนถือกระบี่หยาดหยดโลหิตอยู่เบื้องหลังศพที่ไร้ศีรษะ ท่าทางของเขาสงบนิ่งราวกับมิได้ลงมือสังหารผู้ใด แต่เป็นเพียงการปัดกวาดฝุ่นละอองบนบ่าเท่านั้น
"ไอ้... ไอ้ปีศาจ!" ลู่ป้าถอยหลังกรูดจนล้มพ้นคะมำ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ความหยิ่งทะนงเมื่อครู่มลายหายสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวถึงขีดสุดเมื่อความตายคืบคลานเข้ามาประชิด
ลู่เฉินก้าวเดินเข้าไปหาทีละก้าว เสียงฝีเท้าของเขาราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายในโสตประสาทของคนตระกูลลู่ ทุกคนที่ขวางทางต่างสั่นสะท้านจนไม่กล้าแม้แต่จะเงื้อมือขึ้นต่อสู้
ทว่า... ในวินาทีที่ลู่เฉินกำลังจะยกกระบี่ขึ้นปลิดชีพลู่ป้าเพื่อทวงความยุติธรรมครั้งสุดท้ายให้มารดา บรรยากาศโดยรอบก็พลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน ลมพายุที่โหมกระหน่ำเมื่อครู่หยุดนิ่งสนิท ราวกับเวลาถูกแช่แข็ง
รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือลานพิธีอย่างไร้สุ้มเสียง แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนผู้ฝึกยุทธตระกูลลู่ถึงกับกระอักเลือดและทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น แม้แต่ไป๋จิงซูยังต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย นางกระชับกระบี่เหมันต์ในมือแน่นขึ้น
กลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกมิติ...
เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่าอย่างเชื่องช้า สวมชุดคลุมสีทองปักลายมังกรโลหิต ใบหน้าครึ่งหนึ่งสวมหน้ากากเงินปกปิดรอยแผลเป็น แต่วาจาที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของมัน กลับทำให้หัวใจของลู่เฉินกระตุกวูบอย่างรุนแรง
"ลู่เฉิน... เจ้าลูกอกตัญญู คิดไม่ถึงเลยว่า ผ่านไปสิบปี ฝีมือของเจ้าจะพัฒนาขึ้นจนกล้าอาจหาญถึงเพียงนี้... แต่ก็น่าเสียดายนัก ที่วันนี้ จุดจบของเจ้า... ถูกกำหนดไว้โดยผู้ให้กำเนิดของเจ้าเอง!"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และสายเลือดไปกับข้า แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 7
การกลับมาที่เต็มไปด้วยคาวเลือด
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!