กลิ่นไวน์หมักร้อยปีจากไหสำริดที่ลู่เฉินถือไว้ในมือซ้าย ยังคงส่งไอความอุ่นซ่านผ่านลำคอ ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบดุจใบกระบี่กำลังจับจ้องไปยังเบื้องหน้า—ลานประลองหินทมิฬที่บัดนี้แตกละเอียดเป็นจุล แรงกดดันจากพลังปราณภายนอกแคว้นกำลังแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศรอบกายจนแทบหยุดหายใจ
"นึกไม่ถึงว่าแคว้นตงหยางอันเสื่อมถอย จะยังมีคนผู้หนึ่งที่ยืนหยัดรับกระบวนท่า 'กายาเทวะสะท้านนภาราตรี' ของข้าได้โดยกระดูกไม่แหลกสลายเป็นผุยผง"
น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากร่างของบุรุษหนุ่มชุดคลุมสีครามเข้ม นามว่า 'หลี่มู่ไป๋' ยอดฝีมืออันดับหนึ่งจากดินแดนโพ้นทะเลทราย เคล็ดวิชาของเขาแปลกประหลาดพิสดาร ผิวGายปรากฏอักขระโบราณสีทองเรืองรองทุกครั้งที่เคลื่อนไหว ลมปราณของเขาราวกับมหาสมุทรคลั่งที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง
ลู่เฉินมิได้สะทกสะท้าน มุมปากหยักลึกยกยิ้มเย็นชาอย่างที่เคยเป็น มือขวาที่กุมด้ามกระบี่บินไท่ซวีคลายออกและกระชับแน่นสลับกันช้าๆ สัมผัสเย็นเยียบของเหล็กกล้าไหลเวียนเข้าสู่ชีพจร เชื่อมประสานจิตวิญญาณแห่งกระบี่เข้ากับห้วงสำนึกของอดีตมหาเทพ
"กายาเทพอันใดกัน?" ลู่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกำลังสนทนากับลมฟ้าอากาศ ทว่าแฝงไว้ด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาผู้ฝึกยุทธ์รอบลานประลองถึงกับต้องถอยหลังไปสามก้าว "เป็นเพียงเศษเสี้ยวเคล็ดวิชาเดรัจฉานที่ฝึกฝนจนผิดเพี้ยน เจ้ากล้าอาจหาญกล่าววาจาอวดดีต่อหน้ากระบี่ของข้าเชียวหรือ"
หลี่มู่ไป๋แค่นเสียงเย็นเยียบ แววตาดุดลุกโชนด้วยโทสะ เคล็ดวิชากายาเทวะของเขาลือลั่นไปทั่วแดนประจิม ไม่เคยมีใครกล้าดูแคลนเช่นนี้มาก่อน ร่างของหลี่มู่ไป๋พลันเลือนหายกลายเป็นเงาสีทองพุ่งเข้าประชิดด้วยความเร็วเหนือเสียง อักขระบนผิวหนังระเบิดแสงเจิดจ้า หมัดที่ซัดออกมาหนาแน่นด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถเจาะทะลวงภูเขาได้ทั้งลูก
ทว่า... ในสายตาของลู่เฉิน ทุกการเคลื่อนไหวกลับเชื่องช้าราวกับภาพวาดที่ถูกกาลเวลาแช่แข็ง
*แกร๊ง!*
เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานสะท้านฟ้าดิน โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่ากระบี่บินไท่ซวีหลุดออกจากฝักตั้งแต่เมื่อใด ปลายกระบี่คมกริบหยุดยั้งอยู่ตรงจุดชีพจรกลางหน้าผากของหลี่มู่ไป๋อย่างแม่นยำ เส้นผมสีดำสนิทของลู่เฉินปลิวไสวไปตามแรงลมปราณที่ปะทะกัน ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานประลองในชั่วพริบตา
หลี่มู่ไป๋เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หยาดเหงื่อกาฬไหลรินลงข้างขมับ ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงในกระบวนท่าเดียว
ห่างออกไปท่ามกลางหมู่เมฆบนยอดเขาไท่ไป๋ ไป๋จิงซูยืนสงบนิ่งในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับนางพญาหิมะ กระบี่เหมันต์ในมือของนางส่งเสียงหึ่งๆ เบาๆ ราวกับรับรู้ถึงกระแสจิตที่เชื่อมโยงกับบุรุษเบื้องล่าง ดวงตาคู่สวยเย็นชาทอดมองการต่อสู้ด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความนิ่งงบ นางไม่เคยเอ่ยปากชมผู้ใด แต่ในใจยามนี้กลับมีเพียงภาพของลู่เฉินที่ยืนหยัดอย่างไร้ผู้ต่อต้าน
"เจ้า... เจ้าใช้เคล็ดวิชาอันใดกัน?" หลี่มู่ไป๋เค้นเสียงถามด้วยความยากลำบาก ลมปราณในร่างถูกกดทับจนแทบไม่ไหลเวียน
ลู่เฉินดึงกระบี่กลับอย่างนุ่มนวล ทว่าสายตายังคงทอดมองไปยังขอบฟ้าไกลโพ้น ที่ซึ่งกลุ่มเมฆดำทะมึนกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
"ข้าไม่ได้ใช้เคล็ดวิชาใด" ลู่เฉินกล่าวเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาเปล่งประกายคมปลาบดุจดวงดาวบนฟากฟ้า "ข้าเพียงแค่... เข้าใจวิถีกระบี่ที่แท้จริงก็เท่านั้น"
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ความตึงเครียดกำลังจะคลี่คลาย ท้องนภากลับผ่าเปรี้ยงลงมาอย่างไร้สัญญาณเตือน! แรงระเบิดมหาศาลพัดพาเอาควันสีชาดพวยพุ่งขึ้นจากหุบเขาเบื้องล่าง พร้อมกับเงาร่างนับร้อยที่สวมชุดเกราะโลหิตปรากฏตัวขึ้นล้อมรอบลานประลองไว้ทั้งหมด
และที่ใจกลางเงาร่างเหล่านั้น บุรุษผู้สวมหน้ากากกระดูกมารก้าวออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะก้องกังวานที่ทำเอาผู้คนในที่นั้นสำลักโลหิตออกมาพร้อมกัน—
"ฮ่าๆๆๆ ลู่เฉิน... เจ้าคิดว่ากำจัดแค่สุนัขรับใช้จากต่างแดนแล้วจะปลอดภัยงั้นหรือ? วันนี้คือวันตายของเจ้าและสตรีสำนักน้ำค้างสวรรค์ของเจ้า!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่และจิตวิญญาณแห่งเซียน ณ ยุทธภพอันไร้ขอบเขตนี้ด้วยกันนะครับ
สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 22
อัจฉริยะจากต่างแดน
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!