"หากพวกเจ้าคิดว่านี่คือขีด2สุดของข้า... พวกเจ้าก็ช่างไร้เดียงสายิ่งกว่าทารกแรกเกิดนัก"
น้ำเสียงของลู่เฉินดังก้องกังวาน ราวกับเสียงระฆังสำริดโบราณที่ถูกตีด้วยค้อนเหล็กแห่งสวรรค์ มันมิได้ดังเพียงแค่ในโสตประสาทของผู้อยู่ ณ ลานประลองอัคคีผลาญฟ้าแห่งนี้ หากแต่สั่นสะเทือนลึกลงไปถึงจิตวิญญาณของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของเหล่าผู้อยोงอาวุโสและอัจฉริยะจากสำนักต่างๆ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากร่างของเด็กหนุ่มผู้ยืนตระหง่านกลางม่านควัน ราวกับภูเขาไท่ซานทั้งลูกกำลังกดทับลงบนบ่าของทุกผู้คน
ไป๋จิงซู นางเซียนผู้เย็นชาแห่งตำหนักน้ำค้างสวรรค์ ยืนนิ่งอยู่บนระเบียงหยกขาว นัยน์ตาดอกท้อคู่งามฉายแวววาวโรจน์ นางกระชับกระบี่เหมันต์ในมือแน่นจนข้อพระกรขาวซีด หัวใจของนางเต้นระรัวมิใช่ด้วยความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกอิ่มเอมใจและภาคภูมิใจยิ่ง บุรุษผู้นี้... สามีในอนาคตที่นางมอบหัวใจให้ทั้งดวง ไม่เคยทำให้นางผิดหวังเลยแม้แต่น้อย
"กระบี่เก้าสวรรค์ขั้นที่เจ็ด... ปรากฏ!"
ลู่เฉินคำรามก้อง ดวงตาทั้งคู่แปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามดั่งสุริยันต์ เส้นผมสีดำสนิทปลิวสะบัดขึ้นเบื้องบนราวกับมีพายุหมุนส่วนตัวโอบล้อม ร่างกายของเขากำลังเปล่งแสงเรืองรองเจิดจ้า แสงนั้นมิใช่ปราณยุทธทั่วไป แต่มันคือ "กายาเทพสวรรค์" กายาอันเป็นตำนานที่สูญหายไปจากยุทธภพมานานกว่าแสนปี!
*เปรี้ยง! ตูม!*
พื้นศิลาอัคคีหนาเตอะที่สร้างขึ้นด้วยค่ายกลโบราณเพื่อรองรับการต่อสู้ของยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ เริ่มปริร้าวเป็นทางยาว เสียงแตกหักดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินกำลังแยกตัวออกเป็นเสี่ยงๆ รอยแยกเหล่านั้นแผ่ขยายออกไปทุกทิศทุกทางด้วยความเร็วสูง เศษหินและฝุ่นผงถูกแรงลมปราณที่ระเบิดออกมาดูดกลืนให้ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ก่อนจะถูกบดขยี้จนแหลละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา
ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่นภาผู้หนึ่ง ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างชราสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก เขาลุกขึ้นยืนพรวดจากเก้าอี้ประธานจนมันล้มคว่ำ "นะ... นั่นมัน! กายาเทพบรรพกาล! เป็นไปได้อย่างไร! เคล็ดวิชานี้สูญหายไปพร้อมกับมหาเทพกระบี่เมื่อยุคโบราณแล้วนี่!"
ไม่มีใครตอบคำถามของเขา ทุกสายตาต่างจดจ้องไปยังร่างของลู่เฉินที่บัดนี้ถูกห่อหุ้มด้วยมังกรอัคคีและหงส์เหมันต์ที่พันธนาการเข้าหากันอย่างสมดุล พลังงานสองขั้วที่ควรจะหักล้างกันจนเกิดระเบิดทำลายล้าง กลับหลอมรวมเข้าสู่จุดศูนย์กลางในร่างของเด็กหนุ่มอย่างเชื่อฟัง ราวกับสุนัขที่ยอมจำนนต่อราชสีห์ผู้เป็นนาย
ลู่เฉินกวาดสายตาคมกริบดั่งคมกระบี่มองไปยังคู่ต่อสู้—เฟิงอวิ๋น ศิษย์เอกแห่งหุบเขาสวรรค์ผู้เคยหยิ่งผยอง ปัจจุบันใบหน้าของมันซีดเผือดไร้สีเลือด สองขาอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น แรงกดดันจากกายาเทพสวรรค์ทำให้ลมหายใจของมันติดขัด ราวกับถูกบีบลำคอไว้ด้วยมือที่มองไม่เห็น
"เจ้า... เจ้าเป็นปีศาจหรืออย่างไร!" เฟิงอวิ๋นเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจ กระบี่วิเศษในมือสั่นระริกส่งเสียงร้องครวญครางราวกับมันรับรู้ถึงจุดจบที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"ปีศาจงั้นหรือ?" ลู่เฉินมุมปากยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ น่ากลัวยิ่งกว่าความตาย "ในสายตาของพวกมดปลวกเช่นเจ้า ข้าอาจเป็นเช่นนั้น... แต่ในเส้นทางแห่งวิถีเซียน ข้าคือผู้พิพากษา!"
สิ้นคำพูด ร่างของลู่เฉินก็หายวับไปจากจุดเดิม ราวกับภาพลวงตา ความเร็วของเขานั้นเหนือล้ำเกินกว่าขอบเขตที่สายตาของยอดฝีมือระดับเดียวกันจะมองตามทัน มีเพียงประกายแสงสีทองสายหนึ่งที่ลากผ่านอากาศจนเกิดเป็นเสียงคำรามของสายฟ้าฟาด
*ฉัวะ!*
เสียงเนื้อและกระถูกตัดผ่านด้วยความเร็วสูงดังขึ้นเพียงเบาหวิว ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงวิญญาณ กระบี่ในมือของเฟิงอวิ๋นขาดสะบั้นลงเป็นสองท่อนในพริบตา ตามมาด้วยรอยแผลเป็นทางยาวตั้งแต่หัวไหล่ลาดลงมาถึงหน้าอก เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ สาดกระเซ็นย้อมผืนสนามประลองที่กำลังพังทลายให้กลายเป็นสีแดงฉาน
เฟิงอวิ๋นเบิกตาก้าง มองดูบาดแผลของตนเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะทรุดฮวบลงกระแทกกับพื้นสนามประลองที่แตกละเอียด ลมหายใจของมันโรยริน ใกล้ดับสูญเต็มที
สนามประลองอัคคีผลาญฟ้าทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจดัง แม้แต่ลมก็ยังดูเหมือนจะหยุดพัดผ่าน ณ บริเวณนั้น ทุกคนต่างตะลึงงันกับอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของการปลดปล่อย "กายาเทพสวรรค์" ที่สามารถสยบอัจฉริยะอันดับหนึ่งของรุ่นได้อย่างง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือ
ทว่า... ในขณะที่ทุกสายตากลังจับจ้องไปยังชัยชนะอันเด็ดขาดของลู่เฉินนั้นเอง ท้องนภายามค่ำคืนที่เคยไร้เมฆหมอก กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆสีดำทะมุนเคลื่อนตัวมารวมกันเหนือสนามประลองด้วยความเร็วสูง สายฟ้าสีม่วงเข้มเส้นมหึมาฟาดผ่าลงมากลางอากาศอย่างไร้ความปรานี เกิดเป็นเสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาณาจักร
*เปรี้ยงงงง!*
แรงระเบิดจากสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์พุ่งตรงลงมายังจุดที่ลู่เฉินยืนอยู่ แรงกดดันระดับนี้มันรุนแรงเสียจนทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวสีดำสนิท ลู่เฉินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า นัยน์ตาสีทองฉายแววเย้ยหยันและท้าทาย
"คิดจะใช้ทัณฑ์สวรรค์มาปิดปากข้าหรือ... ช่างบังanนัก!"
ก่อนที่สายฟ้าพิพากษาจะผ่าลงมาถึงตัว เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก็พุ่งทะยานตัดผ่านความมืดเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง นางเซียนไป๋จิงซูหาได้รอช้าไม่ นางทะยานเข้าสู่ใจกลางรัศมีสายฟ้าพร้อมกับกระบี่เหมันต์ในมือที่ปลดปล่อยไอน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้าออกมาต้านทานพลังฟ้าดิน ทว่า... ทันใดนั้นเอง เงาร่างปริศนาอีกสามร่างก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้ พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกที่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเปี่ยมล้นดังขึ้นจากความมืดมิด...
"ฮ่าๆๆ มหาเทพกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่... วันนี้คือวันตายของเจ้าและนางหญิงสารเลวผู้นั้น!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่และจิตวิญญาณแห่งเซียน ณ ยุทธภพอันไร้ขอบเขตนี้ด้วยกันนะครับ
สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 23
ระเบิดพลังกายาเทพสวรรค์
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!