ความมืดมิดมิได้เกิดจากการไร้ซึ่งแสงสว่าง... ทว่ามันคือการกลืนกินของจิตวิญญาณที่เน่าเฟะต่างหาก
เสียงหัวเราะแหบพร่าของเจ็ดเงาร่างสีดำสนิทราวกับเศษเสี้ยวธุลีจากขุมนรกยังคงสะท้อนก้องกังวาน บรรยากาศเหนือน้ำพุวิญญาณพลันบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่น อากาศรอบด้านแข็งค้างดั่งถูกแช่แข็งด้วยไอสังหารที่หนาเตอะจนแม้แต่ลมหายใจยังเจ็บปวด
ลู่เฉินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไป๋จิงซู ดวงตาคมกราบดั่งคมกระบี่สะท้อนเงาของความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เขาไม่ได้หันกลับไปมองนาง ทว่ากระบี่อัสนีโลหิตในมือขวาซ้ายกลับส่งเสียงครางฮัมเบาๆ ราวกับมันกำลังกระหายเลือดของเหล่าปรปักษ์
"เงาโลหิตทมิฬ..." ลู่เฉินเอ่ยทวนคำ เสียงของเขาเรียบสนทนาราวกับผืนน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว "พวกเจ้ากล้าเหยียบย่างเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ เกรงว่าคงคิดถึงรสชาติของการดับสูญยิ่งนัก"
"ฮ่าๆๆ... ลู่เฉิน เจ้ายังคงลำพองใจเช่นเดิม!" หนึ่งในเจ็ดเงาร่างก้าวออกมาข้างหน้า มันสวมหน้ากากกระดูกอสูร ปราณสีดำทะมึนแผ่ซ่านออกจากร่างจนแผ่นฟ้าเหนือหัวเปลี่ยนเป็นสีโลหิต "คิดหรือว่าการจุติใหม่ในร่างสวะจะทำให้มหาเทพกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตหวนคืนสู่จุดเดิมได้? ผนึกแดนปีศาจโบราณบัดนี้ได้ถือกำเนิดรอยร้าวแล้ว! และพวกเรา... คือผู้เปิดประตูต้อนรับยุคสมัยแห่งความมืดมิด!"
สิ้นเสียงนั้น แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าก็สะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย!
*เปรี้ยง! ครืนนน—!*
ยอดผาศักดิ์สิทธิ์ที่ค้ำจุนเขตอาคมโบราณมานับหมื่นปีเกิดรอยร้าวขนาดมหึมา อักขระสีทองที่เคยเรืองรองสว่างไสวบัดนี้แตกสลายกลายเป็นผุยผง เสียงคำรามต่ำทุ้มดังขึ้นมาจากใต้พิภพ ราวกับเสียงร้องของอสูรกายร้ายที่ถูกจองจำมาเนิ่นนานนับกัปป์กัลป์ ไอปีศาจสีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่งเสาเพลิงโลกันตร์ แผ่ขยายอาณาเขตครอบคลุมรัศมีนับพันลี้ในชั่วพริบตา
ไป๋จิงซูขมวดคิ้วมุ่น ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจากร่างของนางจนเกล็ดน้ำแข็งก่อตัวขึ้นบนพื้นหิน นางก้าวเข้ามาเคียงข้างลู่เฉิน กระบี่เหมันต์ในมือสั่นระริกด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น ดวงตางามกวาดมองไปยังรอยแยกมิติที่กำลังฉีกขาดกว้างขึ้นเรื่อยๆ
"ลู่เฉิน... ไอปีศาจเหล่านี้หนาแน่นเกินไป หากปล่อยให้กองทัพอสูรทะลักออกมาทั้งหมด แผ่นดินมนุษย์จะกลายเป็นทะเลเลือดภายในชั่วข้ามคืน" น้ำเสียงของนางเย็นชาดั่งน้ำค้างสวรรค์ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเคียงบ่าเคียงไหล่ตายไปข้างหนึ่ง
"จิงซู... เจ้ากลัวหรือไม่?" ลู่เฉินเหลือบสายตามองสตรีข้างกาย แววตาที่มักจะไร้ความรู้สึกกลับทอประกายอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่ง
ไป๋จิงซูสบตาเขา มุมปากเรียวบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามราดอกเหมันต์แรกแย้มท่ามกลางหิมะโปรยปราย "ตั้งแต่ข้าตัดสินใจมอบหัวใจดวงนี้ให้ท่าน ข้าก็ไม่เคยรู้จักคำว่าหวาดกลัวอีกเลย... มีเพียงความเสียดาย หากพวกเราต้องดับสูญที่นี่ ข้าคงไม่มีโอกาสได้ยินท่านกล่าวคำว่า 'รัก' อีกครั้ง"
ลู่เฉินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความทะนงองอาจและพลังอำนาจที่สะท้านสะเทือนฟ้าดิน "เช่นนั้น... วันนี้เราจะใช้เลือดของพวกมัน มาเป็นสักขีพยานในวิถีกระบี่ของเรา!"
*ฉับพลัน!*
รอยแยกแห่งแดนปีศาจระเบิดออกอย่างรุนแรง! ฝูงอสูรนับแสนตนที่มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว กรงเล็บแหลมคม ดวงตาสีแดงฉานราวกับโลหิต ต่างส่งเสียงคำรามโหยหวนพุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิดราวกับฝูงตั๊กแตนที่กระหายเลือด ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีครามถูกย้อมด้วยความมืดมิดจนไร้แสงตะวัน
"ฆ่า! ล้างบางพวกมันให้สิ้นซาก!" เงาร่างสวมหน้ากากกระดูกอสูรสะบัดมือสั่งการ
กองทัพอสูรนับแสนพุ่งเข้าใส่จุดที่ลู่เฉินและไป๋จิงซูยืนอยู่ดั่งคลื่นยักษ์โถมซัดเข้าใส่โขดหิน แรงกดดันมหาศาลทำให้มิติรอบด้านบิดเบี้ยว
ลู่เฉินก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างของเขากลายเป็นประกายสายฟ้าสีเลือดพุ่งทะยานเข้าหากองทัพอสูรโดยไม่รอช้า กระบี่อัสนีโลหิตในมือถูกตวัดออกเป็นวงโค้ง ดาบปราณกระบี่สายหนึ่งยาวนับพัน丈พาดผ่านท้องฟ้า ตัดผ่าฝูงอสูรนับร้อยขาดเป็นสองท่อนในคราเดียว เลือดสีดำทะมึนสาดกระเซ็นดั่งหามطرโลหิตย้อมผืนป่าเบื้องล่างให้กลายเป็นสีชาด
"วัฏจักรแห่งกระบี่... สวรรค์ดับสูญ!"
เสียงตะโกนก้องของลู่เฉินดังสะท้านดั่งอัสนีบาตฟาดลงกลางใจคน ปราณกระบี่นับหมื่นสายระเบิดออกจากร่างของเขา กวาดล้างอสูรแถวหน้าที่พุ่งเข้ามาจนกลายเป็นจุลในพริบตาเดียว ไป๋จิงซูไม่รอช้า นางร่ายรำกระบี่เหมันต์ อาณาเขตน้ำแข็งพันลี้แผ่ขยายออกไปแช่แข็งฝูงอสูรนับพันให้กล aเป็นรูปปั้นน้ำแข็งก่อนจะแตกสลายกลายเป็นผุยผง
ทว่า... จำนวนของพวกมันมีมากเกินไป ราวกับไม่มีวันหมดสิ้น เมื่อฝูงหนึ่งตายไป อีกสิบลื่นก็พุ่งทะยานขึ้นมาแทนที่ ไอปีศาจจากรอยแยกเบื้องหลังยังคงหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ และสิ่งที่ทำให้หัวใจของยอดบุรุษทั้งสองต้องกระตุกวูบ ก็คือการปรากฏตัวของเงาร่างมหึมาที่ก้าวออกมาจากใจกลางรอยแยกแดนปีศาจ
มันคือราชาอสูรโลหิต... มีความสูงนับสิบวา ร่างกายเต็มไปด้วยเกล็ดสีดำทมิฬและดวงตาสีแดงฉานหกดวง แรงกดดันระดับขอบเขตเซียนขั้นสูงแผ่ซ่านออกมาจนทำให้พื้นดินรอบรัศมีร้อยลี้ทรุดตัวลง
ราชาอสูรโลหิตจ้องมองลู่เฉินด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม มันอ้าปากพ่นลูกบอลเพลิงอสูรขนาดมหมาศพุ่งตรงมายังพวกเขาด้วยความเร็วเหนือเสียง!
ลู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย ไอสังหารในแววตาทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พลังปราณทั้งหมดในตันtianถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด
ทว่า ในวินาทีที่ลูกบอลเพลิงกำลังจะพุ่งชนเข้าใส่ร่างของพวกเขา เสียงกระดิ่งโบราณอันก้องกังวานก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่า... ตามมาด้วยเงาร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ผู้หนึ่ง ที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า พร้อมกับกระบี่ในมือที่ยังไม่เคยชักออกจากฝัก... แต่กลับทำให้ราชาอสูรโลหิตถึงกับชะงักงอนด้วยความหวาดกลัว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 31
ประตูแดนปีศาจเปิดออก
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!