ไอน้ำจากบ่อน้ำพุวิญญาณสวรรค์ลอยอวลระเหยเคล้าคลอไปกับกลิ่นอายเหมันต์จางๆ ที่แผ่ออกมาจากร่างของหญิงสาว นางเซียนไป๋จิงซูยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักหยกขาว ทว่าลมหายใจที่ไหวสะท้านเบาๆ บริเวณอกเสื้อนั้นกลับฟ้องชัดถึงพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำอยู่ภายใน ห่างออกไปเพียงหนึ่งช่วงแขน ลู่เฉินยืนไขว่ห้างพิงต้นท้อพันปี ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นทอดมองนางด้วยประกายที่ลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง
"เจ้ายังคงดึงดันที่จะแบกรับภาระทั้งหมดไว้เพียงผู้เดียวเช่นนี้อีกหรือ... จิงซู"
น้ำเสียงของลู่เฉินราบเรียบแต่มันกลับสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชามานับร้อยปีของนางเซียนผู้เยือกเย็นได้อย่างง่ายดาย ไป๋จิงซูเม้มริมฝีปากบางเฉียบจนแทบไร้สีเลือด หยาดน้ำค้างบนกลีบดอกไม้ร่วงหล่นกระทบผิวน้ำดังเปาะแปะ ท่ามกลางความเงียบงันของหุบเขาไร้ลักษณ์ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก
"ท่านไม่เข้าใจ... วิถีแห่งตำหนักน้ำค้างสวรรค์ไม่อาจแปดเปื้อนความรัก..." ไป๋จิงซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเบาหวิว นางเบือนหน้าหนีประกายตาร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงของชายหนุ่ม เพราะเกรงว่าหากมองนานกว่านี้ หัวใจที่นางเพียรสร้างกำแพงน้ำแข็งห่อหุ้มไว้จะแหลกสลายลงในพริบตา
"วิถีสวรรค์อันใด? ลิขิตฟ้าอันใด?" ลู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในยحอพริบตาเดียว ปลายจมูกของคนทั้งสองแทบจะสัมผัสกัน กลิ่นอายสุราหมักร้อยปีผสมผสานกับกลิ่นอายกระبيอันบริสุทธิ์พวยพุ่งเข้าโอบล้อมร่างบางไว้ทั้งหมด "ในเมื่อสวรรค์บัญชาให้ข้ากลับชาติมาเกิดเพื่อพบเจ้า เช่นนั้นการฝืนลิขิตฟ้า... ก็คือวิถีของข้า!"
มือหนาเอื้อมไปสัมผัสแก้มเนียนนุ่มที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง ความอบอุ่นจากฝ่ามือของลู่เฉินแผ่ซ่านทะลวงผ่านปราณเหมันต์เข้าสู่หัวใจของนางเซียน ไป๋จิงซูสะท้านเฮือก ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงกระแสพลังแห่งชีวิตที่หลั่งไหลเข้ามาหลอมรวมกัน ยามที่ริมฝีปากของชายหนุ่มโน้มลงมาประทับบนเรียวปากของนางอย่างนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นและเต็มไปด้วยความโหยหาอันยาวนาน โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน
เพดานถ้ำน้ำพุวิญญาณสะท้อนประกายแสงเจิดจ้าจากอักขระโบราณที่ตื่นตัวขึ้นตามพลังปราณคู่ที่หลอมรวมกัน ไป๋จิงซูหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาหยดหนึ่งรินไหลผ่านพวงแก้ม ก่อนที่นางจะยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของลู่เฉินอย่างยอมจำนน นางมอบทั้งจิตวิญญาณและร่างกายให้แก่บุรุษผู้พลิกฟ้ายุทธภพผู้นี้แล้ว เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่หนักแน่นดั่งคำสัตย์สาบานดังลอดริมฝีปากของนาง
"ตราบจน... ฟ้าดินสลาย... ข้าไป๋จิงซู... จักเคียงข้างท่านไปชั่วนิรันดร์..."
ทันทีที่คำสาบานสิ้นสุดลง มวลพลังฟ้าดินรอบหุบเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามและสีครามเข้มข้น พายุหมุนแห่งลมปราณหลอมรวมเป็นเสาแสงพุ่งทะยานสู่ท้องนجاกเบื้องบน ทว่า ในห้วงเวลาแห่งความดื่มด่ำและลึกซึ้งนั้นเอง ลู่เฉินที่กำลังโอบกอดร่างระหงไว้แนบอกกลับพลันชะงักกุนึกเฉลียวใจ ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังปากทางเข้าหุบเขาที่มืดมิด
บรรยากาศรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบถึงขั้วกระดูกในเสี้ยววินาที
เงาร่างสีดำสนิทเจ็ดสายปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียงบนยอดผาเหนือน้ำพุวิญญาณ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าเย็นยะเยือกที่ดังสะท้านก้องกังวาน "ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก มหาเทพกระบี่ลู่เฉิน... เกรงว่าเจ้าคงลืมไปแล้วกระมังว่า... 'เงาโลหิตทมิฬ' แห่งแดนสนธยา... ไม่เคยปล่อยให้เหยื่อผู้ใดมีความสุขจนถึงรุ่งสาง!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางทุกท่านที่ติดตามวิถีกระบี่และบทเพลงแห่งรักนี้ด้วยกันนะครับ
สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 30
พันธะรักนิรันดร์
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!