"อัคคีสวรรค์เก้าชั้นฟ้า... เจ้าคิดว่าจะหลอมละลายกระบี่ในมือของข้าได้จริงหรือ?"
เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับไหล ลู่เฉินยืนหยัดอยู่ท่ามกลางมหาอัคคีสีครามที่แผดเผาผืนปฐพีจนหลอมละลายกลายเป็นลาวาเดือดพล่าน ร่างกายของเขาทั่วทั้งร่างอาบย้อมไปด้วยโลหิตสีทองอันบริสุทธิ์ ทว่าแววตาคมกราบกลับทอประกายความเย่อหยิ่งทระนงที่แม้แต่สวรรค์เบื้องบนยังต้องก้มหัวให้
ห่างออกไปท่ามกลางม่านหมอกเหมันต์ ไป๋จิงซูกำกระบี่เหมันต์ในมือแน่นจนข้อพระกรขาวซีด หัวใจของนางสั่นสะท้านระคนห่วงหา ภาพบุรุษผู้เป็นที่รักยิ่งกำลังเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์ขั้นสุดท้าย—ทัณฑ์อัคคีผลาญวิญญาณ ซึ่งเป็นอุปสรรคด่านสุดท้ายก่อนก้าวข้ามขอบเขตเซียนแท้จริง
"ลู่เฉิน..." เสียงของนางแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว "หากฟ้าดินไม่อมยิ้มให้ท่าน ข้า... จะใช้กระบี่เล่มนี้แช่แข็งสวรรค์เสียเอง!"
"อย่าได้ลั่นวาจาพล่อยๆ น่าจิงซู" ลู่เฉินส่งเสียงหัวเราะร่า ท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังกัดกินเนื้อหนังและกระดูก เสียงหัวเราะของเขากลับทรงพลังดุจเสียงระฆังทองคำที่สั่นสะเทือนไปถึงห้วงนรกภูมิ "วิถีกระบี่ที่ข้าฝึกฝน คือการฝืนลิขิตด้วยปลายกระบี่ หากวันนี้ข้าต้องดับสูญที่นี่ มิสู้ใช้คมกระบี่นี้ผ่าทัณฑ์สวรรค์ให้ขาดเป็นสองท่อนเสียยังดีกว่า!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างของลู่เฉินพลุ่งพล่านด้วยพลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ อักขระโบราณนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นรอบกาย หมุนวนเป็นเกราะป้องกันเทพยดา มหาอัคคีสีครามที่โหมกระหน่ำเข้ามาปะทะเข้ากับปราณกระบี่ เกิดเสียงระเบิดกัมปนาทสนั่นหวั่นไหว พื้นดินรัศมีร้อยลี้สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย
ฉากทัศน์อันตระการตานี้สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่สวยของไป๋จิงซู นางรับรู้ได้ถึงจิตวิญญาณอันกล้าแกร่งที่ไม่มีวันแหลกสลายของเขา ลู่เฉินไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตา ไม่ในชาติภพก่อน และยิ่งไม่ใช่ในชาติภพนี้
"ทะลวง!"
ลู่เฉินประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากัน กระบี่บินคู่กายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนฟ้าเหนือกลุ่มเมฆทัณฑ์สวรรค์ รังสีปราณกระบี่พวยพุ่งทะลุชั้นบรรยากาศราวกับเสาอค้ำฟ้า สีหน้าของเขาเคร่งขรึมจริงจัง เส้นเลือดบนขมับปูดโปน เม็ดเหงื่อผสมโลหิตไหลรินอาบใบหน้าคมคาย ทว่าแววตากลับเปล่งประกายเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดาราพันดวง
ตูมมมม!
สายฟ้าสีทองคำผสมผสานกับอัคคีสวรรค์ระเบิดออกกลางนภากาศ คลื่นกระแทกอันมหาศาลกวาดล้างเมฆหมองทั่วท้องฟ้าจนสลายหายไปในพริบตา ความมืดมิดถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างเจิดจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ พลังงานบริสุทธิ์จากห้วงมิติที่สูงส่งกว่าหลั่งไหลทะลักลงมาอาบร่างของลู่เฉินราวกับสายฝนทิพย์
ขอบเขตเซียนแท้จริง!
กลิ่นอายพลังอันไร้ขีดจำกัดแผ่ซ่านออกไปทั่วอาณาบริเวณ สรรพสิ่งทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหญ้า หรือแม้แต่สายลม ต่างพากันสยบยอมต่อการมาถึงของผู้บรรลุวิถีเซียนแท้จริง ลู่เฉินหลับตาลงรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย จุดตันเถียนขยายใหญ่ขึ้นนับร้อยเท่า พลังปราณหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน
ไป๋จิงซูถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ร่างอันบอบบางของนางทรุดลงเล็กน้อยก่อนจะใช้กระบี่ค้ำยันพื้นไว้ มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนแม้แต่บุปผาอายยังต้องหุบกลีบ
"ยินดีด้วยท่านพี่..." นางพزึมพำกับตนเอง
ทว่า... รอยยิ้มนั้นยังไม่ทันจางหาย ความรู้สึกหนIาวเหน็บสะท้านไขสันหลังก็พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างกะทันหัน บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยือกดุจน้ำแข็งในชั่วพริบตา
ท้องฟ้าที่เพิ่งแจ่มใสกลับถูกย้อมด้วยสีเลือด อักขระมารสีดำสนิทนับล้านตัวปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของลู่เฉิน และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว เงาร่างสีดำทึบเจ็ดร่างก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงวิญญาณ
"ฮ่าๆๆๆ... ยินดีด้วยที่เจ้าทะลวงสู่ขอบเขตเซียนแท้จริง ลู่เฉิน... แต่ก็น่าเสียดายนัก ที่วันนี้จะกลายเป็นวันฌาปนกิจศิษย์สวะเช่นเจ้า!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่และจิตวิญญาณแห่งเซียน ณ ยุทธภพอันไร้ขอบเขตนี้ด้วยกันนะครับ
สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 29
ทะลวงสู่ขอบเขตเซียนแท้จริง
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!