มิติฟ้าดินยามนี้บิดเบี้ยวจนแทบเสียรูป เมฆทมิฬหนาทึบม้วนตัวเป็นเกลียวพายุหมุนวนเหนือยอดเขาเซียนกระบี่ ไอร้อนระอุแผดเผาจนหินผากลายเป็นจุล ทว่าใจกลางมหันตภัยนั้น กลับมีร่างโปร่งบางในชุดอาภรณ์สีขาวสะอาดปราศจากรอยเปื้อนยืนหยัดอยู่อย่างโดดเดี่ยว ลู่เฉินไม่ได้ปลดปล่อยเขตแดนป้องกันใดๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อย เขายืนรับแรงกดดันจากมหาอำนาจแห่งฟ้าดินด้วยสองเท้าเปล่าเปลือย มือขวากุมด้ามกระบี่บินเล่มเก่าคร่ำคร่าไว้มั่น นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นสะท้อนภาพสายฟ้าสีม่วงเข้มที่กำลังคำรามก้องราวกับพญาอสูรผู้กระหายเลือด
"ลู่เฉิน... ท่านบ้าไปแล้วหรือ!"
เสียงตะโกนที่มักราบเรียบและเย็นชาดุจน้ำแข็งของไป๋จิงซู บัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อย นางยืนอยู่บนชะง่อนผาเบื้องล่าง กระบี่เหมันต์ในมือสั่นระริก ไอความเย็นแผ่ซ่านจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมรอบกาย แต่ความหนาวเย็นจากเคล็ดวิชาตำหนักน้ำค้างสวรรค์ยังไม่อาจเทียบเท่าความหน็บหนาวในขั้วหัวใจของนางในยามนี้ นางเห็นบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจทอดทิ้งเกราะป้องกันทุกประการ ท้าทายทัณฑ์สวรรค์เก้าขั้นด้วยกายเนื้อ
ลู่เฉินมิได้หันกลับไปมอง เขายังคงแหงนมองเบื้องบน มุมปากหยักยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความทะนงตนอย่างไร้ผู้เทียมทาน
"จิงซู... วิถีกระบี่มิใช่การหลบซ่อนใต้ร่มเงาของสวรรค์" เสียงของลู่เฉินกังวานก้องผ่านสายลมบ้าคลั่ง "หากสวรรค์ต้องการทดสอบข้า ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้แหละ เป็นผู้พิพากษาสวรรค์เสียเอง!"
*เปรี้ยงงงงงง!*
เสียงคำรามของสายฟ้าเก้าสวรรค์ดังกึกก้องสะท้านไปถึงรากเหง้าแห่งภพภูมิ สายฟ้าสายแรกขนาดมหึมาเท่าลำต้นตาลพุ่งแหวกอากาศลงมาตรงๆ เป้าหมายคือกลางกระหม่อมของลู่เฉิน แรงอัดอากาศระเบิดออกเป็นวงกว้าง พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของเขาย่อยยับกลายเป็นผุยผงในพริบตาเดียว ร่างของลู่เฉินจมหายไปในทะเลเพลิงสีม่วงและกลุ่มควันมหาศาล
"ลู่เฉิน!" ไป๋จิงซูกรีดร้องสุดเสียง หัวใจของนางกระชัตวูบ ร่างระหงพุ่งทะยานออกไปหมายจะเข้าช่วยชีวิตเขาทว่าถูกกำแพงพลังปราณสวรรค์สะท้อนกระเด็นถอยหลังด้วยแรงกระแทกอันรุนแรง
ทว่า ท่ามกลางพายุสายฟ้าที่กำลังแผดเผา กลุ่มควันสีดำค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นเงาร่างที่ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง เลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปากและรอยแยกบนผิวหนังของลู่เฉิน แต่กระดูกทุกชิ้น เส้นเอ็นทุกเส้น และจิตวิญญาณทุกอณูของเขากลับหลอมรวมเข้ากับเจตจำนงแห่งกระบี่อย่างไร้รอยต่อ ร่างกายของเขาในยามนี้เปรียบเสมือนเตาหลอมที่ใช้พลังแห่งทัณฑ์สวรรค์มาขัดเกลาแก่นแท้กระบี่ให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
ลู่เฉินหายใจเข้าลึกซึ้ง กลิ่นอายพลังปราณระดับมหาเทพที่เคยหลับใหลอยู่ในจุดตันเถียนทะยานทะลวงผ่านจุดชีพจรทั้งร้อยแปดสายราวกับมังกรคลั่งสำแดงเดช ดวงตาของเขาฉายประกายแสงสีทองเจิดจ้า
"สายฟ้าแรกยังเป็นเช่นนี้ แล้วสายที่สองเล่า..." ลู่เฉินพึมพำกับตนเอง น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับทรงพลังกดดันจนมิติรอบกายสั่นสะท้าน เขาชูมือขวาขึ้นฟ้า ชักกระบี่ออกจากฝักช้าๆ ทว่าเด็ดเดี่ยว
*ฉึบ!*
ประกายกระบี่สีขาวบริสุทธิ์พุ่งทะยานตัดผ่านเมฆทมิฬแหกเป็นสองซีก สยบเสียงคำรามของพายุชั่วขณะ ไป๋จิงซูเบิกตากว้าง นางมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตะลึงงัน นี่ไม่ใช่เพียงแค่การต้านทานทัณฑ์สวรรค์ แต่นี่คือการ "ท้าทาย" และ "ครอบงำ" กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินด้วยวิถีกระบี่อันไร้เทียมทาน
บนยอดเขาสูงลิบลิ่ว ท่ามกลางความโกลาหลของมหาภัยธรรมชาติที่กำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งกำลังยืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ มุมปากของเงาลึกลับผู้นั้นยกยิ้มอย่างน่าสยดสยอง
"ไม่นึกเลยว่า... ในยุคเสื่อมถอยเช่นนี้ ยังมีคนผู้ยอมเอาวิญญาณเดิมพันเพื่อก้าวข้ามขอบเขตหลุดพ้น..." เสียงแหบพร่าราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกดังลอดออกมาจากใต้ฮู้ดสีดำ พร้อมกับที่มือเรียวยาวดั่งกิ่งไม้แห้งยื่นออกมาจากชายแขนเสื้อ ในมือของมันปรากฏป้ายคำสั่งสีเลือดที่สลักอักขระโบราณลึกลับ "แผนการสับเปลี่ยนสวรรค์... เริ่มต้น ณ บัดนี้"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่และจิตวิญญาณแห่งเซียน ณ ยุทธภพอันไร้ขอบเขตนี้ด้วยกันนะครับ
สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 28
สายฟ้าเก้าสวรรค์คำราม
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!