ความตายมิใช่สิ่งน่าสะพรึงกลัวสำหรับผู้บำเพ็ญเพียร หากแต่การตายอย่างไร้เกียรติและปล่อยให้แผ่นดินเบื้องหลังจมอยู่ใต้ทะเลเลือดต่างหากคือสิ่งที่อัปยศที่สุด
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับไอทมิฬของแดนปีศาจ ลอยอلبอบอวลจนท้องนภาเหนือหุบผาอสูรแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต กองทัพปีศาจนับแสนตนส่งเสียงคำรามกู่ก้องสะเทือนเลื่อนลั่น ธงรบรูปหัวกะโหลกสะบัดไหวตามแรงพายุคลั่ง เบื้องหน้าพวกมันคือขุนศึกมาร "อวิ๋นเทียน" ผู้ครอบครองค้อนยักษ์โลหิตและกายาอสูรเกราะทอง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านกดทับจนทหารหาญฝ่ายมนุษย์หลายนายแทบกระอักเลือด
"ฮ่าๆๆๆ! เผ่าพันธุ์มนุษย์และเหล่าเซียนผู้โง่เขลา คิดว่ารวบรวมกำลังพลมาได้เพียงเท่านี้จะต่อกรกับกองทัพมารสวรรค์ได้กระนั้นหรือ? วันนี้ ข้าจะใช้กระดูกของพวกเจ้ามาทำเป็นเครื่องดนตรีบรรเลงเพลงขับขานชัยชนะ!" เสียงคำรามของอวิ๋นเทียนดังสะท้อนราวกับอสุนีบาตฟาดผ่า
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศอันบีบคั้นและน่าสะพรึงกลัวนั้น กลับมีเงาร่างหนึ่งยืนหยัดอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนยอดผาสูงชัน
ลู่เฉินกวาดสายตาคมกริบดั่งคมกระบี่มองลงไปยังกองทัพมารเบื้องล่าง เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมปราณที่ระเบิดออกรอบกาย ในมือขวาของเขาคือ "กระบี่วิญญาณเก้าสวรรค์" ที่ส่งเสียงร้องคำรามกระหายเลือดสะท้อนกังวาน แม้ปราณกระบี่รอบตัวจะดูสงบนิ่งไร้คลื่นลม ทว่ามันกลับแฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างที่พร้อมจะฉีกกระชากผืนฟ้าและแผ่นดินให้ขาดออกจากกันได้ทุกเมื่อ
"ความเย่อหยิ่งคือหลุมศพที่ดีที่สุดของพวกปีศาจไร้สมองเช่นเจ้า" น้ำเสียงของลู่เฉินราบเรียบ เยือกเย็น และทรงอำนาจจนทำให้เสียงคำรามของกองทัพปีศาจพลอยเงียบงันลงชั่วขณะ
ข้างกายของเขาคือไป๋จิงซู นางเซียนผู้เยือกเย็นแห่งตำหนักน้ำค้างสวรรค์ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวราวกับดอกบัวหิมะกลางพายุเพลิง ในมือถือกระบี่เหมันต์ที่แผ่ไอเย็นจัดจนเกล็ดน้ำแข็งก่อตัวขึ้นกลางอากาศรอบรัศมีสิบจั้ง ดวงตากลมโตคู่สวยทอดมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งและมั่นคง แม้ในยามที่ความตายอยู่ห่างเพียงเอื้อมมือ นางก็หาได้มีความหวาดกลัวไม่ ขอเพียงได้เคียงข้างสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา แม้ต้องดับสูญวิญญาณ นางก็ยินดี
"เฉินหลาง... ระวังตัวด้วยนะ" ไป๋จิงซูกล่าวเบาๆ ทว่าน้ำเสียงนั้นหนักแน่นดั่งหินผา
ลู่เฉินเหลือบสายตากลับมามองนาง แววตาที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีพลันทอประกายอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่ง เขายกมือขึ้นสัมผัสปอยผมที่ปลิวมาปรกแก้วหน้านางแผ่วเบา "จิงซู เจ้าคอยคุ้มกันแนวหลัง ข้าจะเบิกทางให้กองทัพเราเอง วันนี้... ไม่มีถอย"
"เจ้าค่ะ... เอ๊ย... ข้ารับทราบ" ไป๋จิงซูพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่งดงามราวกับภาพวาด
"ฆ่ามัน!" อวิ๋นเทียนแผดเสียงคำรามลั่น สั่งการให้กองทัพปีศาจพุ่งทะยานเข้าใส่ดั่งคลื่นยักษ์สีดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง
"ลงมือ!" ลู่เฉินออกคำสั่ง
ชั่วพริบตานั้น มหาสงครามกอบกู้แผ่นดินก็ระเบิดขึ้นอย่างดุเดือดเลือดพล่าน!
ลู่เฉินทะยานร่างพุ่งทะลวงเข้าหากองทัพปีศาจราวกับสายฟ้าสีเงินแวบผ่าน ร่างของเขาพลิ้วไหวไปตามวิถีกระบี่ที่ไร้ร่องรอย ทุกคราที่กระบี่ในมือตวัดออก ปราณกระบี่คมกริบนับหมื่นสายก็พุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างไร้ความปรานี แสงกระบี่สีครามสว่างวาบดั่งดาราดับแสง ตัดผ่านร่างของทหารปีศาจจนแตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา เลือดสีดำสาดกระเซ็นย้อมผืนปฐพีให้กลายเป็นสีชาด กลิ่นอายความตายแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว
ในขณะเดียวกัน ไป๋จิงซูก็เคลื่อนไหวอย่างงดงามราวกับเทพธิดาร่ายรำ นางตวัดกระบี่เหมันต์สร้างพายุน้ำแข็งมหึมาพัดถล่มกองทัพปีศาจที่ดาหน้าเข้ามา ไอเย็นยะเยือกแช่แข็งเหล่าอสูรกายจนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งก่อนจะแตกละเอียดเป็นผุยผง เคมีและการประสานสอดคล้องระหว่างกระบี่กระบวนท่าพิฆาตของลู่เฉินและกระบี่เหมันต์ของไป๋จิงซูนั้นไร้รอยต่อ ราวกับมังกรและหงส์ที่บินวนเวียนปกป้องกันและกัน ท่ามกลางห้วงสมรภูมิที่นองด้วยเลือด
แต่อวิ๋นเทียนย่อมไม่ยอมให้พวกเขาสادอาละวาดได้ตามอำเภอใจ ขุนศึกมารคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นจนสูงตระหง่านดั่งภูเขา ปราณมารสีดำทะมึนพวยพุ่งออกจากร่างจนแผ่นดินสั่นสะเทือน มันเงื้อมค้อนยักษ์โลหิตในมือขึ้นสูงแล้วทุบลงมายังจุดที่ลู่เฉินยืนอยู่ด้วยพละกำลังที่สามารถบดขยี้เมืองได้ทั้งเมือง!
ตูมมมมม!
แรงปะทะระเบิดออกเป็นวงกว้าง พื้นดินยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกหลายสิบจั้ง ฝุ่นควันและเศษหินกระจายตลบท้องฟ้า ลู่เฉินถูกแรงกระแทกซัดจนต้องไถลถอยหลังไปหลายสิบก้าว รอยแยกบนพื้นดินปรากฏเป็นทางยาว เลือดสีสดสายหนึ่งไหลซึมออกจากมุมปากของเขา ทว่าแววตาของเขากลับยิ่งลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งการต่อสู้
"ฮ่าๆๆๆ! มหาเทพกระบี่อันเลื่องชื่อ ก็มีวันนี้เหมือนกันสินะ!" อวิ๋นเทียนหัวเราะลั่นอย่างได้ใจ ก้าวเข้ามาประชิดตัวพร้อมเงื้อมค้อนหมายจะปลิดชีพในดาบเดียว
ลู่เฉินหรี่ตาลง ปราณกระบี่ในร่างหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงคำรามก้องกังวานในตันtian (ตันเถียน) วิถีกระบี่ขั้นสูงสุดที่หลับใหลอยู่ภายในถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เขาไม่ถอยหนี กลับก้าวเท้าพุ่งทะยานสวนขึ้นไปประจันหน้ากับขุนศึกมารตรงๆ ร่างของเขากลายเป็นลำแสงสีทองพุ่งทะลวงผ่านไอทมิฬของอวิ๋นเทียนอย่างออาจหาญ
กระบี่ในมือผสานเข้ากับจิตวิญญาณแห่งวิถีเซียน ท้องนภาเบื้องบนพลันท้องฟ้าคำรามลั่นด้วยสายฟ้าสีทองที่ผ่าลงมาผสานกับคมกระบี่
"วิชากกระบี่ฝืนลิขิต... กระบวนท่าที่เก้า... พิฆาตสุริยันดับดารา!"
สิ้นเสียงคำราม แสงกระบี่เจิดจ้าปานดวงอาทิตย์นับพันดวงพุ่งทะยานออกจากปลายกระบี่ของลู่เฉิน มันเจิดจ้าเสียจนเหล่าทหารทั้งสองฝ่ายต้องยกมือขึ้นปองดวงตา อวิ๋นเทียนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด มันสัมผัสได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้จนถึงขั้วหัวใจ พยายามยกค้อนโลหิตขึ้นต้านทานอย่างสุดกำลัง
ฉับพลันนั้นเอง... ท่ามกลางแสงสว่างเจิดจ้าที่กลืนกินทุกสิ่ง เสียงระเบิดก้องกังวานก็ดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง ที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของไป๋จิงซูโดยไม่มีใครทันสังเกตเห็น ปลายกระบี่สีดำสนิทจ่ออยู่ที่ลำคอระหงของนางในระยะประชิด!
"หยุดมือเสีย... มิฉะนั้น หญิงสาวนางนี้จะต้องดับสูญไปพร้อมกับวิญญาณของนาง!" เสียงแหบพร่าและเย็นยะเยือกดังขึ้นตัดผ่านเสียงการต่อสู้ทั้งหมด
ลู่เฉินที่กำลังพุ่งเข้าประจันหน้ากับอวิ๋นเทียนชะงักกึก ดวงตาคมกริบเบนกลับไปมองภาพเบื้องหลัง หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นว่าใครคือผู้ที่ตกเป็นตัวประกันในยามนี้!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 32
มหาสงครามกอบกู้แผ่นดิน
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!