กลิ่นอายอับชื้นของกระดาษโบราณนับหมื่นปีคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้จันทน์หอม ทว่าสิ่งที่กดทับโสตประสาทของลู่เฉินในยามนี้มิใช่กลิ่นอายเหล่านี้ หากแต่เป็นแรงกดดันจากอาคมโบราณที่สถิตอยู่ทุกอณูอากาศภายใน “หอคัมภีร์บูรพา” ชั้นเก้า ชั้นที่แม้แต่ผู้วิโสสูงสุดแห่งสำนักยังต้องก้าวเท้าด้วยความระมัดระวัง
“เจ้ามีเวลาเพียงก้านธูปเดียวเท่านั้น ลู่เฉิน… วิชาในหอคัมภีร์นี้ล้วนมีเจตจำนองเป็นของตนเอง มันจะเลือกผู้ที่เหมาะสม มิใช่ผู้ที่ไขว่คว้า”
เสียงของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหอคัมภีร์ดังสะท้อนก้องอยู่ในความเวิ้งว้างเบื้องหลัง ก่อนที่ประตูหินหนาหนักจะปิดสนิทลงด้วยแรงสะเทือนที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ ทิ้งให้บุรุษหนุ่มยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงเรืองรองสีครามจากอักขระโบราณที่ลอยวนเวียนอยู่กลางอากาศ
ลู่เฉินมิได้สะทกสะท้าน ดวงตาคมกราบดุจใบกระบี่กวาดมองไปรอบกาย นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพของคัมภีร์นับพันที่ถูกผนึกไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งพลังปราณ เขายกมือขึ้นลูบด้ามกระบี่ข้างกายอย่างแผ่วเบา สัมผัสเย็นเยียบจากเหล็กกล้าส่งผ่านความสงบมาสู่จิตใจ ทว่าลึก ๆ แล้ว ห้วงคำนึงของเขากลับหวนนึกถึงสตรีชุดขาวผู้ยืนหยัดเคียงข้างเขาในคืนเดือนหงาย ไป๋จิงซู… นางเซียนผู้เยือกเย็นผู้มอบดวงใจอันบริสุทธิ์ให้แก่จอมกระบี่ผู้ฝืนลิขิตฟ้าเช่นเขา
*“ข้าจะแข็งแกร่งขึ้น เพื่อปกป้องเจ้าจากเงื้อมมือของกาลเวลาและทัณฑ์สวรรค์”* คำสัญญาในอดีตชาติและปัจจุบันชาติผสานเป็นหนึ่งเดียว
ลู่เฉินก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า จังหวะก้าวของเขามั่นคงดุจภูผา ทว่าในยามที่ปลายนิ้วสัมผัสถูกชั้นวางคัมภีร์ไม้พะยูงดำ แผ่นดินเบื้องล่างก็พลันสั่นสะเทือน!
*โฮกกกกก—!*
เสียงคำรามดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกรบรรพกาล อักขระสีทองนับแสนตัวหลุดลอยออกจากม้วนคัมภีร์ พุ่งเข้าใส่ลู่เฉินดุจห่าฝนลูกศรเพลิง ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกจากร่างของเขาโดยสัญชาตญาณ คลื่นกระบี่สีครามเข้มแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง บดขยี้อักขระเหล่านั้นจนแตกสลายกลายเป็นละอองแสง
นี่ไม่ใช่การอ่านคัมภีร์… แต่นี่คือการ “ทดสอบ” จากจิตวิญญาณแห่งวิชา
“วิชาขั้นสูงอันใดกัน ถึงกับมีความหยิ่งทะนงถึงเพียงนี้” ลู่เฉินมุมปากยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของมหาเทพผู้ไม่เคยเกรงกลัวแม้แต่ฟ้าดิน
เขาก้าวทะยานขึ้นกลางอากาศ ร่างกายโปร่งบางราวกับสายลมพัดผ่าน หลบหลีกคมดาบแห่งปราณที่พุ่งสวนขึ้นมาอย่างเฉียดฉิว ฝ่ามือหนาคว้าจับเข้าที่ม้วนคัมภีร์สีดำสนิทที่ลอยอยู่ใจกลางหอคัมภีร์ มันคือ “วิชากระบี่กลืนนภา” เคล็ดวิชาต้องห้ามที่สูญหายไปกว่าสามพันปี!
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสตัวม้วนคัมภีร์ ความทรงจำอันมืดmัวและกระแสพลังอันป่าเถื่อนก็ไหลทะลักเข้าสู่สมองของลู่เฉินดุจเขื่อนแตก ร่างกายของเขาสั่นสะท้อน เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคอ ปราณฟ้าดินรอบตัวปั่นป่วนจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อมภายในหอคัมภีร์
ภาพนิมิตปรากฏขึ้นเบื้องหน้า… ภาพของเทพเจ้ากระบี่ผู้หนึ่งในอดีตกาลกำลังฟาดฟันกระบี่เพียงครั้งเดียวเพื่อผ่าทวีปออกเป็นสองส่วน ความเข้าใจในสัจธรรมแห่งวิถีกระบี่หลั่งไหลเข้าสู่จิตวิญญาณของลู่เฉินอย่างต่อเนื่อง ขอบเขตพลังปราณของเขาที่ติดค้างอยู่ในขั้นก่อเกิดจิตวิญญาณมาเนิ่นนาน บัดนี้กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง ราวกับกำแพงแก้วที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า!
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะทะลวงผ่านเข้าสู่ขอบเขต “หลอมรวมดารา” นั้นเอง…
เงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียงจากความมืดมิดเบื้องหลัง พร้อมกับปลายดาบสีโลหิตที่จ่อตรงเข้าสู่จุดชีพจรที่หัวใจของเขาอย่างแม่นยำไร้ที่ติ!
“ฮ่าๆๆๆ ลู่เฉิน… เจ้าคิดว่าหอคัมภีร์แห่งนี้ เป็นสถานที่ที่เจ้าจะเข้ามารับมรดกได้ตามอำเภอใจจริง ๆ หรือ?” เสียงหัวroเยือกเย็นและคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับจิตสังหารที่แผ่พุ่งจนหนทาวเบื้องหน้าเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
ลู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อยโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ปลายกระบี่ในฝักข้างกายสั่นระริกด้วยความกระหายเลือด
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่และจิตวิญญาณแห่งเซียน ณ ยุทธภพอันไร้ขอบเขตนี้ด้วยกันนะครับ
สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 17
เคล็ดวิชาลับแห่งแดนบูรพา
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!