สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 18

เพลิงโทสะแห่งนิกายมารโลหิต

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งกลบกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ในยามวิกาลจนหมดสิ้น บนลานหินอัคนีของสำนักกระบี่นภา ร่างของศิษย์รุ่นเยาว์นับสิบนอนทอดร่างไร้ลมหายใจ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกและไม่ยินยอม ร่างกายแต่ละร่างถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงโลหิตสีชาดจนแห้งกรังเป็นตอตะโก นี่มิใช่การประลองยุทธ์ แต่เป็นการสังหารหมู่ที่เลือดเย็นและเด็ดขาดอย่างไร้ความปรานี ลู่เฉินยืนหยัดอยู่ใจกลางลานประลองนั้น แววตาของอดีตมหาเทพกระบี่หรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นด้าย ชุดคลุมสีขาวสะอาดตาบัดนี้สะท้อนประกายแสงสีแดงฉานจากเปลวเพลิงรอบตัว รอบกายเขาปรากฏไอสังหารแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นพายุที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพชีวิต "ฮ่าๆๆๆๆ! สำนักกระบี่นภาที่เหล่าผู้คนต่างยกย่องว่าเป็นคานค้ำยันแห่งยุทธภพ เหตุใดจึงมีแต่พวกมดปลวกไร้น้ำยาเช่นนี้เล่า?" เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังก้องกังวานเสียดแท้วิญญาณ ร่างของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืดมิด เงาร่างของเขาสวมชุดคลุมสีเลือด ปักลวดลายอสุรกายรatตติกาล ใบหน้าสวมหน้ากากกระดูกมนุษย์ยิ้มแยกเขี้ยว พลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งกดทับจนบรรยากาศรอบด้านบิดเบี้ยว เขาคือ "อี้เทียนสิง" หนึ่งในสี่ผู้ตรวจการโลหิตแห่งนิกายมารโลหิต ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการควักหัวใจเด็กหนุ่มสาวเพื่อนำมาบำเพ็ญเพียรโลหิต! ลู่เฉินไม่ได้กล่าววาจาใดๆ มือขวาของเขายังคงวางอยู่บนด้ามกระบี่เหล็กไร้นามข้างเอว ทว่ากลิ่นอายกระบี่ที่สงบนิ่งดุจผิวน้ำในบึงลึก กลับซ่อนความคมกริบที่สามารถผ่าแยกลำฟ้าไว้ได้ครึ่งหนึ่ง "เจ้าคือ ลู่เฉิน ศิษย์สวะที่บังaniจญกลายเป็นอัจฉริยะในชั่วข้ามคืนกระนั้นรึ?" อี้เทียนสิงกวาดสายตามองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าด้วยแววตาสสมเพชเวทนา "น่าขันสิ้นดี... ยุทธภพยุคนี้คงเสื่อมถอยถึงขีดสุดแล้วกระมัง ถึงได้ยกย่องขยะเช่นเจ้าให้ขึ้นมาเป็นความหวังของสำนัก" "เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว" เสียงของลู่เฉินราบเรียบ เยือกเย็น และดังก้องกังวานราวกับเสียงกระซิบจากยมบาล มันเป็นน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ทว่ากลับสร้างความหนาวเหน็บไปถึงไขสันหลังของผู้ฟัง อี้เทียนสิงชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มใต้หน้ากากกระดูกแข็งค้าง ความรู้สึกกดดันประหลาดบางอย่างพุ่งเข้าจู่โจมสัญชาตญาณดิบของมัน ราวกับว่าเบื้องหน้าของมันมิใช่เด็กหนุ่มวัยปักปิ่น หากแต่เป็นราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่งกำลังดิ้นรน "สามหาว! วันนี้ข้าจะควักหัวใจของเจ้าออกมาดูว่ามันทำด้วยสิ่งใด เหตุใดจึงบังอาจท้าทายอำนาจของนิกายมารโลหิต!" สิ้นคำพูด ร่างของอี้เทียนสิงก็หายวับไปจากจุดเดิม สายลมสีเลือดพัดกรรโชก รอยแยกบนพื้นหินอัคนีแตกกระចាយเป็นทางยาว กรงเล็บโลหิตที่อาบด้วยพิษร้ายแรงพุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางหน้าอกของลู่เฉินด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ! เร็วมาก! หากเป็นศิษย์สำนักกระบี่นภารุ่นเดียวกัน คงแม้แต่จะมองตามเงาร่างของมันไม่ทัน ทว่า... ลู่เฉินไม่แม้แต่จะกะพริบตา ฉับพลันนั้นเอง ประกายแสงสีฟ้าครามอันบริสุทธิ์ก็สว่างวาบขึ้นราวกับดวงดาราที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ *ชิ้ง!* เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังประสานกันกับเสียงสายฟ้าฟาดสะท้านผืนปฐพี มันเป็นกระบวนท่าที่เรียบง่ายที่สุด ไร้ซึ่งลวดลายแพรรพราวใดๆ ทว่ากลับเต็มไปด้วยสัจธรรมแห่งวิถีกระบี่ที่สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ ลำแสงกระบี่พาดผ่านความมืดมิด ตัดผ่านกรงเล็บโลหิตออกเป็นสองท่อนในพริบตาเดียว! "อ๊ากกก!" เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่น อี้เทียนสิงกระเด็นถอยหลังไปนับสิบก้าว แขนขวาของมันตั้งแต่ข้อศอกขาดสะบั้น เลือดสีดำพุ่งทะลักออกมาจากบาดแผลราวกับน้ำพุ มันเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก "เป็น... เป็นไปได้อย่างไร! วิชากระบี่อันใดกันนี่!?" อี้เทียนสิงคำรามลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง มันไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะซ่อนเร้นพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้เอาไว้ ลู่เฉินก้าวเท้าเดินช้าๆ ไปข้างหน้า เงาร่างของเขาถูกแสงจันทร์อาบไล้จนดูราวกับเซียนผู้สูงส่ง กระบี่ในมือหยาดหยดด้วยหยาดโลหิตสีแดงฉานสะท้อนแสงไฟเพลิงมาร "นิกายมารโลหิตส่งพวกเจ้ามาตายถึงที่นี่ ช่างเป็นการตัดสินใจที่โง่เขลาเสียจริง" ลู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "บอกข้ามา ใครคือผู้บงการเบื้องหลังการกวาดล้างครั้งนี้" อี้เทียนสิงกัดฟันแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้น มันแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างน่าเกลียด "ฮ่าๆๆๆ... ลู่เฉิน เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วอย่างนั้นรึ? เจ้าคิดว่าสำนักกระบี่นภาของพวกเจ้าจะรอดพ้นคืนนี้ไปได้หรือไร? เจ้ามีความสามารถปกป้องได้เพียงตัวเจ้าเอง แต่คนอื่นๆ..." คำพูดของอี้เทียนสิงต้องหยุดชะงักลง เมื่อจู่ๆ ท้องฟ้ายามวิกาลที่ควรจะแจ่มใส กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานของโลหิต! *ตูมมมม!* เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางของหอตำราคัมภีร์ ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามสูงสุดของสำนักกระบี่นภา คลื่นพลังปราณระดับก่อเกิดสวรรค์แผ่พุ่งปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ แรงกดดันอันมหาศาลนี้ทำให้ศิษย์สำนักกระบี่นภาหลายคนทรุดฮวบลงกับพื้น กระอักเลือดออกมาคำโต ดวงตาของลู่เฉินหรี่แคบลงเป็นครั้งแรก ความเย็นชาในแววตากลายเป็นประกายคมกริบดุจคมมีด ไม่ใช่แค่อี้เทียนสิง... นิกายมารโลหิตส่งกองกำลังระดับสูงมาบุกสำนักกระบี่นภาพร้อมกันถึงสองสาย! และเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน หาใช่การกวาดล้างอัจฉริยะรุ่นเยาว์ไม่... แต่เป็นการทำลายรากฐานของสำนักกระบี่นภาทั้งหมด! ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังพลิกผันเข้าสู่จุดวิกฤต ท่ามกลางทะเลเพลิงและเสียงกรีดร้อง ท้องฟ้าเบื้องบนก็ถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน อุณหสะพานรอบด้านลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา กลิ่นอายความเย็นเยือกอันสูงส่งที่คุ้นเคยสายหนึ่งแผ่ซ่านลงมาจากนภากาศ ร่างของหญิงสาวในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ปักลวดลายดอกเหมันต์ ถือกระบี่น้ำค้างสวรรค์ไว้ในมือ ย่างก้าวลงมาจากฟากฟ้าดั่งเทพธิดาลงทัณฑ์ ไป๋จิงซูมาถึงแล้ว! แต่นางไม่ได้มาเพียงลำพัง... เบื้องหลังของนางคือเงาร่างของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งนิกายมารโลหิต ผู้ที่ควรจะถูกผนึกไว้ในแดนสนธยาเมื่อร้อยปีก่อน! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่และจิตวิญญาณแห่งเซียน ณ ยุทธภพอันไร้ขอบเขตนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%