กลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้งหนาทึบจนแทบกลายเป็นหมอกสีชาด ปกคลุมหุบเขาอสูรทมิฬราวกับผืนผ้าใบแห่งความตายที่ถูกแต้มด้วยพู่กันของอสูรร้าย ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงหยดเลือดที่ไหลรินจากคมกระบี่หยาดลงสู่พื้นดิน ดังราวกับเสียงนาฬิกาทรายแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลังวาระสุดท้ายของนิกายมารโลหิต
"ลู่เฉิน... เจ้าเด็กสามหาว วันนี้หุบเขาแห่งนี้จะเป็นสุสานฝังร่างของเจ้า!"
เสียงคำรามด้วยความเคียดแค้นดังสะท้อนก้องกังวาน "มารอัคคีโลหิต" ผู้นำกองกำลังมารสะท้านภพแผדขยายจิตสังหารพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนฟ้า ปราณโลหิตสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากร่างราวกับพญานาคคลั่ง เมฆหมอกบนนجاนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน อุณหภูมิโดยรอบร้อนระอุขึ้นจนหินผาเริ่มหลอมละลายกลายเป็นลาวา ทว่าท่ามกลางพายุเพลิงที่พร้อมแผดเผาทุกสรรพสิ่งให้เป็นจุล กลับมีเงาร่างหนึ่งยืนหยัดอยู่อย่างสงบนิ่งดั่งขุนเขา
ลู่เฉินปรายตามองคู่ต่อสู้ด้วยแววตาที่เยียบเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี ในมือถือกระบี่เหล็กไร้นามที่สั่นระริกเบาๆ ราวกับมันกำลังกระหายลิ้มรสโลหิตของผู้ฝึกตนสายมาร
"วิถีกระบี่ของเจ้า เต็มไปด้วยความโลภและความแค้น... น่าสมเพชยิ่งนัก"
น้ำเสียงของลู่เฉินราบเรียบ ทว่าทรงพลังกดดันจนมารอัคคีโลหิตถึงกับชะงักไปชั่วลมหายใจ ร่างของเด็กหนุ่มอดีตมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิดแผ่รังสีดาบอันคมกริบออกมาโดยไม่ต้องขยับตัว อากาศรอบกายถูกตัดขาดเป็นเสี่ยงๆ ด้วยจิตกระบี่อันไร้ลักษณ์
ฉับพลันนั้นเอง ประกายแสงสีฟ้าครามอันบริสุทธิ์ก็สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า "ไป๋จิงซู" นางเซียนผู้เยือกเย็นแห่งตำหนักน้ำค้างสวรรค์ร่อนลงยืนเคียงข้างลู่เฉินอย่างสง่างาม เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมปราณ ในมือถือกระบี่เหมันต์ที่แผ่ไอเย็นจัดจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมพื้นดินในรัศมีร้อยลี้ นางไม่เอ่ยวาจาใดๆ ทว่าแววตาที่มองสบกับลู่เฉินนั้นเต็มไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งและคำประกาศิตที่พร้อมตายเคียงข้าง
"จิงซู เจ้าดูแลทางซ้าย ที่เหลือ... ข้าจัดการเอง" ลู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลงเล็กน้อยเมื่ออยู่เบื้องหน้านาง ก่อนที่ประกตาจะกลับมาคมปลาบดุดันดังเดิม
"ระวังตัวด้วย... ข้าไม่อนุญาตให้ท่านตายก่อนข้า" ไป๋จิงซูตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับทอประกายห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
ตูม!
มารอัคคีโลหิตไม่อาจทนรอให้สองหนุ่มสาวพร่ำพรรณนาความในใจได้อีกต่อไป มันเหวี่ยงกระบี่ใหญ่อาบโลหิตซัดคลื่นเพลิงมารพุ่งเข้าใส่ดั่งอสุรกายกลืนกินฟ้าดิน เปลวไฟสีเลือดแผดเสียงคำรามโหยหวนเตรียมแผดเผาทั้งสองให้มอดไหม้
ลู่เฉินแค่นเสียงเย็นชา "รนหาที่ตาย!"
ร่างของลู่เฉินหายวับไปจากจุดเดิมในพริบตา วิชาตัวเบา "ย่างก้าวท่องดารา" ถูกขับเคลื่อนจนถึงขีดสุด ทิ้งไว้เพียงภาพติดตาที่สลายตัวไปในอากาศ ปรากฏตัวอีกครั้งเบื้องหน้ามารอัคคีโลหิตอย่างไร้ซุ่มเสียง กระบี่เหล็กไร้นามในมือไม่ได้แผ่พลังอลังการใดๆ ออกมาเลย มันเป็นเพียงการตวัดกระบี่ธรรมดาที่เปี่ยมด้วยสัจธรรมแห่งวิถีเซียนอันลึกล้ำ
"เคล็ดกระบี่พิชิตฟ้า... กระบวนท่าที่หนึ่ง ดับดารา!"
ฉับ!
ลำแสงกระบี่สีเงินยวดยาวเพียงหนึ่งศอกพุ่งแหวกผ่านคลื่นเพลิงโลหิตอย่างง่ายดายราวกับมีดตัดเนียนนุ่มผ่านเต้าหู้ คลื่นเพลิงมารที่ทรงพลังถูกผ่าออกเป็นสองซีกในกระบี่เดียว มารอัคคีโลหิตเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด มันพยายามยกกระบี่ขึ้นป้องกัน ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว
คมกระบี่อันไร้ลักษณ์ได้พาดผ่านลำคอของมันเรียบร้อย
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครา มารอัคคีโลหิตค้างอยู่ในท่าเงื้อกระบี่ ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองลู่เฉินด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากเชื่อ ปราณมารในร่างแตกซ่านอย่างไร้การควบคุม ก่อนที่ศีรษะของยอดฝีมือแห่งนิกายมารจะค่อยๆ เคลื่อนหลุดจากบ่า เลือดสีดำพุ่งทะลักออกมาราวกับน้ำพุ ร่างไร้หัวทรุดฮวบลงแทบเท้าของลู่เฉิน ย้อมผืนปฐพีให้กลายเป็นสีชาดสมชื่อ
เหล่าศิษย์และกองกำลังมารที่เหลือเห็นหัวหน้าของตนถูกสังหารในกระบวนท่าเดียว ต่างพากันขวัญหนีดีฝ่อ โยนอาวุธทิ้งและวิ่งหนีตายกันอลหม่าน ทว่าลู่เฉินหาได้มีความเมตตาต่อพวกเดรัจฉานที่สร้างความเดือดร้อนให้ยุทธภพไม่
"ศิษย์สำนักต้านทานทุกคน... กวาดล้างให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!"
สิ้นคำประกาศิตของลู่เฉิน เหล่าศิษย์สำนักต้านทานที่นำโดยเหล่าผู้อยู่เบื้องหลังต่างพากันพุ่งทะยานเข้าห้ำหั่นกองกำลังมารที่กำลังแตกพ่าย เสียงกรีดร้องและการต่อสู้ดุเดือดดังระเบิดขึ้นทั่วทุกสารทิศ โลหิตย้อมปฐพีจนกลายเป็นทะเลเลือดสมดังเจตนารมณ์ของสมรภูมิครั้งนี้
ลู่เฉินยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง คราบเลือดกระเซ็นเปื้อนอาภรณ์สีขาวของเขาขับเน้นให้เห็นถึงความองอาจและเยือกเย็น ไป๋จิงซูเดินเข้ามาใกล้ ใช้ชายแขนเสื้อซับหยาดเหงื่อและรอยเลือดบนหน้าผากให้ชายหนุ่มอย่างเบามือ แววตานางทอประกายอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ยุทธภพสงบลงชั่วขณะ... ทว่าในห้วงความคิดของลู่เฉิน เขากลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากองกำลังมารโลหิตกำลังคืบคลานเข้ามา
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะหันไปเอ่ยปากบอกไป๋จิงซู ท้องฟ้าเบื้องบนที่ควรจะกระจ่างใสหลังศึกสงคราม กลับมืดครึ้มลงฉับพลัน เมฆสีดำทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวพายุหมุนวนขนาดมหึมา ใจกลางพายุนั้นปรากฏดวงตาขนาดใหญ่สีทองอร่ามจ้องมองลงมายังพวกเขา แรงกดดันระดับ "ทัณฑ์สวรรค์" แผ่ซ่านลงมาจนกระดูกทั่วร่างของเหล่าผู้ฝึกตนส่งเสียงลั่นกรอบ
พร้อมกันนั้น เสียงหัวเราะอันเย็นเยียบก้องกังวานมาจากมิติที่ฉีกขาดเบื้องบน—
"ฮ่าๆๆ... ลู่เฉิน เจ้าคิดว่าสังหารหมาป่าในฝูงได้ แล้วเจ้าจะเป็นเจ้าแห่งหุบเขาอย่างนั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี... ดูสิว่าเจ้าจะรับมือกับ 'ผู้ดูแลกฎสวรรค์' เช่นข้าได้อย่างไร!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่และจิตวิญญาณแห่งเซียน ณ ยุทธภพอันไร้ขอบเขตนี้ด้วยกันนะครับ
สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 19
โลหิตย้อมปฐพี
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!