สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 20

คำสารภาพริมหน้าผาเมฆา

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"เจ้ายังกล้าใช้กระบวนท่า 'ร้อยบุปผาไร้ใจ' กับข้าทั้งที่ลมปราณในจุดชีพจรเสวียนจีแปรปรวนเช่นนี้อีกหรือ... ไป๋จิงซู เจ้าอยากตายคากระบี่ของข้ามากนักใช่ไหม" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของยอดผาเมฆา ลู่เฉินยืนหยัดนิ่งสนิท มือขวาจับด้ามกระบี่วิญญาณโลหิตไว้หลวมๆ ปลายกระบี่ชี้ลงพื้นหินแกรนิตจนเกิดประกายไฟสีครามยามเสียดสี แม้สายตาจะเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี ทว่าร่องรอยความห่วงใยที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่คมกลับไม่อาจปิดบังหญิงสาวตรงหน้าได้มิดชิด เบื้องหน้าของเขาคือ ไป๋จิงซู นางเซียนผู้เยือกเย็นแห่งตำหนักน้ำค้างสวรรค์ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตจางๆ เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมน ทว่าแววตาของนางกลับดื้อรั้นและเปล่งประกายทิฐิอย่างหาใดเปรียบ ในมือเรียวบางกำกระบี่เหมันต์แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด "หากข้าไม่ใช้กระบวนท่านี้... เจ้าคงยอมปล่อยให้ธาตุไฟเข้าแทรกซึมจุดตันtianของตัวเองจนดับดิ้นไปตั้งแต่อยู่ในถ้ำมังกรอัคคีแล้วกระมัง ลู่เฉิน" นางเอ่ยตอบ น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในฤดูหนาว ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยยามที่ลมราตรีพัดผ่านยอดผา "ตัวข้าจะตายด้วยกระบี่ของใคร... หาใช่เรื่องที่เจ้าต้องใส่ใจ" "เจ้า!" ลู่เฉินแค่นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่พุ่งวาบเข้าประชิดตัวนางในพริบตา ความเร็วของเขารวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดจนอากาศรอบกายกรีดร้อง เสียงคมกระบี่กระทบกันดัง *เคร้ง!* สนั่นหวั่นไหว สะเก็ดไฟนับร้อยกระจายวับวาวราชาดดวงดาวที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า นี่ไม่ใช่การสังหาร แต่นี่คือการประลองเพื่อขับไล่พลังปราณมารที่ตกค้างในร่างของนาง ท่วงทำนองกระบี่ของทั้งสองคนร่ายรำสอดประสานกันราวกับมังกรและหงส์ที่กำลังหยอกล้อท่ามกลางแสงจันทร์สีเงินยวง ลู่เฉินพลิ้วกายดุจสายลม ไร้ร่องรอย ไร้รูปแต่ทรงพลังดุจภูผาทลาย ขณะที่ไป๋จิงซูตวัดกระบี่เหมันต์สร้างเกล็ดน้ำค้างโปรยปรายระยิบระยับ ความหนาวเหน็บแผ่ซ่านจนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้ารอบบริเวณกลายเป็นผลึกแก้ว ทว่า ในจังหวะที่คมกระบี่ทั้งสองเล่มหยุดนิ่งจ่ออยู่ที่ลำคอของกันและกัน ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมันต์และกลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยละล่องเข้าหากัน ลู่เฉินมองลึกลงไปในดวงตาส่งประกายระยับของนาง ดวงตาที่มักจะมองโลกด้วยความเย็นชาและเหินห่าง แต่ในยามนี้กลับสะท้อนภาพเงาของเขาเพียงผู้เดียว "เหตุใด... จึงต้องยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อข้าถึงเพียงนี้?" ลู่เฉินเอ่ยถามแผ่วเบา น้ำเสียงที่เคยเด็ดขาดกลับมีความสั่นไหวเจืออยู่เล็กน้อย ความทรงจำจากชาติภพก่อนที่เต็มไปด้วยการทรยศหักหลังและการนองเลือดพลันซ้อนทับกับภาพสตรีตรงหน้า ไป๋จิงซูหลบสายตา นางเม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนดื้อรั้น ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "เสี่ยงชีวิต? ลู่เฉิน เจ้าคิดว่าตัวเจ้าเองเป็นใครกัน? ข้าแค่ไม่อยากให้คนที่ยังติดหนี้คำท้าประลองกับข้าต้องมาตายอย่างไร้ค่าต่างหาก" "หนี้คำท้าประลอง?" ลู่เฉินมุมปากกระตุกยิ้มอย่างขมขื่น เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนแก้มเนียนนุ่มที่เปื้อนฝุ่นควันอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นทำให้ร่างของนางเซียนผู้เยือกเย็นสะ้านสะท้านไปทั้งร่าง "ปากแข็งนักนะ... ไป๋จิงซู ทั้งที่หัวใจของเจ้าเต้นแรงจนเสียงดังสะท้านถึงหูข้าแล้ว เจ้ายังจะกล้ากล่าวคำโกหกเช่นนี้อีกหรือ" ใบพักตร์งดงามล้ำเลิศขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว นางปัดมือของเขาออกด้วยความเขินอายปนโกรธ ทว่าแรงที่ใช้กลับเบาราวกับปุยฝ้าย "ลู่เฉิน! เจ้า..." "ข้าเหนื่อยแล้วกับการต้องแบกรับความเป็นมหาเทพกระบี่ผู้ไร้พ่าย เหนื่อยแล้วกับการเดินบนเส้นทางแห่งเซียนที่โดดเดี่ยวไร้จุดสิ้นสุด" ลู่เฉินกล่าวแทรกขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนแววตาดื้อรั้นของนางต้องชะงักงัน เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอีกก้าว โอบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแนบแน่นโดยไม่เปิดโอกาสให้หลบหนี "ในชาติภพก่อน ข้าพลาดพลั้งสูญเสียทุกสิ่ง ทว่าในชาตินี้... สวรรค์มอบโอกาสให้ข้าได้เริ่มต้นใหม่ และเป้าหมายเดียวที่แท้จริงของข้า หาใช่การกลับไปยืนจุดสูงสุดแห่งยุทธภพไม่..." ไป๋จิงซูเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก นัยน์ตาสั่นระริก "แล้ว... เป้าหมายของเจ้าคืออะไร?" "คือการได้ปกป้องเจ้า... และใช้ชีวิตที่เหลือเคียงข้างสตรีผู้ดื้อรั้น เย็นชา แต่กลับมอบดวงใจอันบริสุทธิ์ให้แก่คนสวะเช่นข้าคนนี้" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของบุรุษผู้ทะนงตนที่สุดในใต้หล้า ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของนาง หยาดน้ำตาอุ่นร้อนเอ่อคลอหน่วยตาคู่สวยของไป๋จิงซูเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี ความเย็นชาทั้งปวงที่นางใช้ปกป้องตนเองจากโลกอันโหดร้าย บัดนี้ได้หลอมละลายจนหมดสิ้นด้วยอ้อมกอดที่อบอุ่นและจริงใจของบุรุษผู้นี้ นางซบหน้าลงกับอกแผงกว้างของเขา สองแขนเรียวโอบกอดแผ่นหลังหนาแน่น เสียงสะอื้นไห้ที่ถูกเก็บกดมาเนนานหลุดรอดออกมาเบาๆ ท่ามกลางเสียงลมพัดผ่านยอดผา "เจ้ามัน... คนบ้า..." นางพึมพำ ลู่เฉินยิ้มบางๆ มือหนาลูบเส้นผมสีดำขลับนุ่มสลวยของนางอย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังทะนุถนอมสมบัติล้ำค่าที่สุดในจักรวาล บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความหวานชื่นและอบอุ่น ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... *ตูมมม!* เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องล่างตีนเขาเมฆา คลื่นพลังปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าฉีกกระชากเมฆจันทร์จนแยกออกเป็นเสี่ยงๆ แรงกดดันระดับมหาอำนาจที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่งแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ ลู่เฉินหุบยิ้มในทันที นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นดุจคมกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก เขาดึงไป๋จิงซูมาหลบไว้ด้านหลังทันที พร้อมกับที่กระบี่วิญญาณโลหิตในมือส่งเสียงคำรามก้องกังวาน "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะมาเร็วกว่าที่คิด" ลู่เฉินกล่าวเสียงลอดไรฟัน เงาร่างนับร้อยปรากฏขึ้นบนยอดผาฝั่งตรงข้าม ท่ามกลางหมอกหนาทึบ ผู้นำขบวนคือบุรุษสวมหน้ากากทองคำ ประทับรอยสักรูปอสูรโลหิตบนหน้าผาก และในมือของมันกำลังถือ... ป้ายคำสั่งที่สลักชื่อของสำนักกระบี่ไร้พ่าย ซึ่งเป็นสมบัติประจำกายที่ควรจะสูญหายไปพร้อมกับเขาในชาติภพก่อน! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่และจิตวิญญาณแห่งเซียน ณ ยุทธภพอันไร้ขอบเขตนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%