...นิ้วเรียวยาวออกแรงดึงกระบี่ออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว—!
ประกายแสงสีเงินยวดยิ่งยวดก็พวยพุ่งทะยานสู่ท้องนภาดุจเสาอัคคีอสนีบาต เสียงคำรามดั่งกึกก้องจากขุมนรกของราชันย์ปีศาจสะท้อนสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผืนปฐพี แรงกดดันจากลมปราณระดับบรรพกาลแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง บดขยี้พื้นศิลาเบื้องล่างจนแตกละเอียดเป็นผุยผง ในห้วงเวลาแห่งความเป็นความตายที่ห่างกันเพียงเส้นด้ายนี้ ลู่เฉินหาได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของเขากวาดมองพลังมืดที่กำลังถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์สึนามิ
"จิงซู..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกอย่างราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้สรรพสิ่งต้องสยบ
"ข้ารู้ใจท่าน..."
ไป๋จิงซูตอบรับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นดั่งสายน้ำค้างกลางเหมันต์ฤดู แต่นัยน์ตากลับพาดผ่านด้วยประกายแห่งความเด็ดเดี่ยว นางสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่เหมันต์ในมือพลันทอแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลางอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับหมื่นเล่มพุ่งทะยานเข้าขัดขวางเงื้อมมือมาร
นี่มิใช่เพียงการร่วมมือกันต่อสู้... แต่คือการประสานจิตวิญญาณแห่งวิถีกระบี่ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
ลู่เฉินทะยานร่างขึ้นสู่กลางอากาศ ร่างกายของเขาปลดปล่อยกระบี่เจตนาอันไร้เทียมทานออกมา ท้องฟ้าที่เคยไร้เมฆหมอกกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สายฟ้าสีทองคำคำรามกึกก้องผสานไปกับกระบี่ในมือ เขาตวัดกระบี่ออกเป็นวงโค้ง ท่วงท่าเรียบง่ายแต่ไร้ช่องโหว่ เป็นกระบวนท่า "อัสนีตัดภพ" ที่เคยสะเทือนยุทธภพมาแล้วในอดีตชาติ
เบื้องล่าง ไป๋จิงซูวาดลวดลายกระบี่พลิ้วไหวราวกับเทพธิดาร่ายรำท่ามกลางหิมะโปรยปราย เพลงกระบี่เหมันต์สวรรค์ประสานรับกับพลังปราณกระบี่ของลู่เฉินอย่างสมบูรณ์แบบ เกิดเป็นค่ายกลกระบี่หยินหยางที่หมุนวนปกป้องร่างของทั้งสองไว้ตรงกลาง พลังปราณสองสาย—สายหนึ่งร้อนแรงดั่งสุริยันแผดเผา อีกสายหนึ่งหนาวเหน็บดั่งห้วงสมุทรลึก—หลอมรวมเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นพลังทำลายล้างที่แม้แต่สวรรค์ยังต้องสั่นสะท้าน
"ฮ่าๆๆๆ พวกเจ้าคิดว่ามดปลวกเช่นนี้จะต้านทานพลังของข้าได้กระนั้นหรือ!" ราชันย์ปีศาจแผดเสียงหัวเราะลั่น กรงเล็บสีดำมหึมาที่อัดแน่นด้วยไอปีศาจพุ่งทะลวงผ่านม่านน้ำแข็งเข้ามาอย่างอำมหิต แรงปะทะทำให้มิติรอบด้านบิดเบี้ยวเกิดเป็นรอยร้าวสีดำสนิท
"มดปลวกหรือ..." ลู่เฉินมุมปากยกยดขึ้นเล็กน้อย แววตาทอประกายเย้ยหยัน "ในสายตาของข้า เจ้าก็เป็นเพียงแค่ธุลีดินที่รอวันถูกกวาดล้างเท่านั้น!"
สิ้นเสียงคำราม ลู่เฉินและไป๋จิงซูต่างปลดปล่อยพลังเฮือกสุดท้ายออกมา กระบี่ทั้งสองเล่มเปล่งแสงเจิดจ้าจนรัศมีเจิดจรัสปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้ วิชาประสานกระบี่ "สวรรค์วิบัติ" ถูกปลดปล่อยออกไปในพริบตา!
ตูมมมมม—!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกแตกดับ แรงปะทะอันมหาศาลส่งผลให้คลื่นกระแทกพัดพาร่างของทั้งสองกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว ลู่เฉินพ่นโลหิตสีแดงสดออกมาคำโต ใบหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อยทว่าแววตายังคงแน่วแน่ ขณะที่ไป๋จิงซูทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง มือข้างที่ถือกระบี่สั่นเทาเล็กน้อย นางฝืนกลืนเลือดที่ตีขึ้นมาในลำคอลงไปอย่างอดทน
ทว่า... ท่ามกลางควันและฝุ่นละอองที่ตลบอบอวล ร่างของราชันย์ปีศาจกลับยังคงยืนตระหง่าน แม้จะมีบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกและไอปีศาจเบาบางลงไปมาก แต่มันยังไม่ตาย!
"ร้ายกาจ... พวกเจ้าทำให้ข้าต้องเอาจริงแล้ว..." ราชันย์ปีศาจคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองมาที่ลู่เฉินและไป๋จิงซูดั่งพญาอสูรจ้องเหยื่ออันโอชะ มันยกมือขึ้นระดับอก ท่องมนตร์ลับโบราณที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่ง ไอปีศาจสีดำทมิฬรวมตัวกันกลายเป็นหอกอสูรโลหิตที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย
ลู่เฉินหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้หอกเล่มนี้พุ่งเข้ามา แม้แต่เขาก็อาจไม่สามารถปกป้องไป๋จิงซูไว้ได้ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก, กวาดสายตาคมกริบมองไปยังหญิงสาวข้างกายที่แม้จะบาดเจ็บแต่ก็ยังส่งสายตาเชื่อมั่นกลับมาหาเขา นางไม่เคยปริปากบ่น ไม่เคยหวาดกลัว มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะพรากหัวใจของนางไปจากเขาได้
มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของไป๋จิงซูแน่น ความอบอุ่นถ่ายทอดผ่านฝ่ามือสู่หัวใจของนาง
"จิงซู หากวันนี้พวกเราต้องดับสูญ ท่านเสียใจหรือไม่..." ลู่เฉินเอמהถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นครั้งแรก
ไป๋จิงซูแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกเหมันต์แรกแย้มกลางหุบเขาหนาวเหน็บ สว่างไสวสามารถละลายน้ำแข็งพันปีได้ในพริบตา "ตราบใดที่มีท่านเคียงข้าง แม้ต้องแตกดับเป็นจุล... ข้าไป๋จิงซูก็หาได้เสียใจไม่"
"ดี..." ลู่เฉินหัวเราะในลำคออย่างอาจหาญ นัยน์ตาทอประกายแสงคมกราบดั่งกระบี่เทพ "เช่นนั้นวันนี้ เราสองสามสามีภรรยาจะขอใช้กระบี่ในมือ... แหกนรกฝ่าสวรรค์ไปด้วยกัน!"
ในวินาทีที่หอกอสูรโลหิตพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูงดั่งอสนีบาต ลู่เฉินและไป๋จิงซูไม่ได้ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว ทั้งสองประสานสายตากันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เงาร่างของทั้งคู่จะพุ่งทะยานเข้าหาความตายเบื้องหน้าพร้อมกับประกายกระบี่เจิดจ้าที่สว่างเจิดจ้าที่สุดในรอบพันปี...
ทว่า ทันใดนั้นเอง—!
พื้นศิลาเบื้องหลังราชันย์ปีศาจกลับแตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกที่ลึกที่สุดดังขึ้น "ดูท่า... งานเลี้ยงสนุกสนานนี้ คงต้องมีแขกผู้ไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงด้วยกระมัง?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ ฝ่าฟันคลื่นลมยุทธภพมาด้วยกันจนถึงบทนี้นะครับ
สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 34
วิกฤตแห่งความเป็นความตาย
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!