สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 37

ทวงแค้นแดนเซียน

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"หนี้เลือดเมื่อสามร้อยปีก่อน วันนี้... ถึงเวลาชำระคืนแล้วครับ" น้ำเสียงของลู่เฉินราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ทว่าทุกคำที่เปล่งออกมากลับแฝงไว้ด้วยแรงกดดันระดับมหาเทพที่ทำให้ม่านเมฆแห่งแดนเซียนถึงกับสั่นสะท้อนเป็นระลอกคลื่น เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือประตูสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ประตูบานมหึมาที่สร้างจากศิลาหยกสลักลายมังกรครามและหงส์เพลิง ออร่าแห่งความเป็นอมตะแผ่พุ่งออกมาจนทำให้ผู้ฝึกตนทั่วไปแค่มองก็อาจกระรอกโลหิตพุ่งพล่าน ทว่า สำหรับผู้ที่เคยเหยียบย่ำจุดสูงสุดแห่งวัฏสงสารอย่างลู่เฉิน ประตูนี้เป็นเพียงด่านกั้นทางที่น่ารำคาญเท่านั้น ไป๋จิงซูยืนหยัดเคียงข้างเขาอย่างมั่นคง นางเซียนผู้เยือกเย็นแห่งตำหนักน้ำค้างสวรรค์ในยามนี้ไม่ได้มีแววตาหวั่นไหวแม้แต่น้อย ปลายกระบี่เหมันต์ในมือของนางส่งเสียงคร่ำครวญเบาๆ ราวกับกระหายโลหิตของเหล่าเซียนผู้ทรยศที่เคยร่วมมือกันหักหลังคนทั้งคู่ในอดีต อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่หมุนวนรอบกาย ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ "เจ้ามั่นใจแล้วหรือ... ว่าการก้าวข้ามม่านฟ้าครั้งนี้ จะไม่ทำให้วิถีแห่งเจ้าต้องแปดเปื้อน?" ไป๋จิงซูกล่าวถาม เสียงของนางราบเรียบดุจธารน้ำแข็ง แต่แววตาที่มองบุรุษผู้นั้นกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยลึกซึ้งที่ซ่อนเร้น ลู่เฉินแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความทะนงตนและคราบสุราแห่งกาลเวลา เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบของนางไว้ แววตาทอประกายคมกริบดุจประกายกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก "จิงซู... ต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย วัฏสงสารแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า หากหนี้เลือดของพวกเรายังไม่ได้รับการชำระ ต่อให้ต้องสวมบทบาทเป็นมารร้ายล้างผลาญสวรรค์ ข้าก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย" *เปรี้ยง!* ราวกับฟ้าดินรับรู้ถึงเจตจำนงอันบ้าคลั่ง สายฟ้าสีม่วงเข้มสายหนึ่งผ่าลงมาจากห้วงนิตยภพ ฟาดเข้าใส่ประตูสวรรค์เก้าชั้นฟ้าจนเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ อักขระเวทโบราณนับหมื่นตัวส่องแสงสว่างวาบขึ้นเพื่อป้องกันการบุกรุก ทว่าลู่เฉินหาได้ใส่ใจ เขาเพียงสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานออกไปดุจคลื่นยักษ์ กวาดล้างค่ายกลป้องกันสวรรค์จนแตกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตาเดียว! การบุกแดนเซียนเริ่มต้นขึ้นแล้ว! ทันทีที่ประตูสวรรค์พังทลาย เหล่าทหารสวรรค์นับหมื่นนายพร้อมด้วยแม่ทัพสวรรค์เกราะทองคำก็พากันทะยานออกมาจากหมอกหนา ส่งเสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น หอกและกระบี่นับไม่ถ้วนชี้ตรงมายังคนทั้งสอง "บังอาจ! สามหองนัก! บังอาจบุกรุกแดนเซียนฝ่าฝืนกฎสวรรค์ พวกเจ้าเป็นใครกัน!" แม่ทัพสวรรค์ผู้ถือทวนมังกรทองคำตะคอกเสียงดังลั่น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยว ลู่เฉินไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาเพียงก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว แรงกดดันจากเขตแดนปราณมหาเทพถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มกำลัง ร่างของทหารสวรรค์นับพันนายที่อยู่แถวหน้าทรุดฮวบลงกับพื้นทันที กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นกรอบด้วยความหวาดกลัว ปราณกดดันนี้ไม่ใช่สิ่งที่เซียนระดับล่างจะทานทนได้! "บอกพวกมันไป... ว่าข้าคือลู่เฉิน ผู้ที่พวกมันเคยคิดว่ากำจัดได้เมื่อสามร้อยปีก่อน" สิ้นเสียงของลู่เฉิน เขาก็ก้าวทะยานพุ่งเข้าหากองทัพสวรรค์ดุจพญาอินทรีย์โผบิน ท่วงท่าการร่ายรำกระบี่ของเขางดงามแต่ทว่าอำมหิตอย่างไร้ที่ติ กระบี่ในมือไม่ได้ชักออกจากฝักเต็มที่ เป็นเพียงการใช้ฝักกระบี่กระแทกเข้าจุดชีพจรและคลื่นปราณกระบี่ที่เฉียบคมตัดผ่านอากาศ ทว่าทุกครั้งที่เงากระบี่วาดผ่าน จะมีร่างของเหล่าเซียนและทหารสวรรค์ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าดุจใบไม้ร่วง ไป๋จิงซูเคลื่อนไหวตามติดอย่างรู้ใจ นางโบกสะบัดมือเบาๆ ไอเย็นเยือกนับพันสายแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ เปลี่ยนหยาดน้ำค้างบนน่านฟ้าให้กลายเป็นเข็มน้ำแข็งนับหมื่นเล่ม พุ่งเข้าเสียบร่างของเหล่าผู้ที่คิดจะลอบโจมตีจากด้านหลัง ความร่วมมือของทั้งสองคนไร้ซึ่งช่องโหว่ ดุจดั่งพายุหิมะที่กวาดล้างทุกสิ่งให้ราบคาบ การต่อดำเนินไปอย่างดุเดือด เลือดสีทองของเหล่าเซียนโปรยปรายลงมาดุจสายฝน กลิ่นอายความตายปกคลุมไปทั่วทั้งแดนเซียนชั้นนอก ความยิ่งใหญ่ที่เคยสะสมมานับหมื่นปีของดินแดนแห่งนี้กำลังถูกสั่นคลอนด้วยคนเพียงสองคน ในจังหวะนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลพลันมืดครึ้มลง ไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งกดทับลงมาจากยอดเขาสวรรค์เก้าชั้น เมฆหมอกสีดำทะมิตรFกลุ่มใหญ่รวมตัวกันเป็นรูปใบหน้าของชายชราผู้หนึ่ง ดวงตาส่องประกายสีเลือด จ้องมองลงมายังลู่เฉินด้วยความชิงชังและประหลาดใจ "เจ้า... ลู่เฉิน! เจ้ายังไม่ตาย!" เสียงคำรามดังก้องกังวานไปทั่วทั้งแดนเซียน สะเทือนจนหูอื้อตาลาย ลู่เฉินหยุดฝีมือลง เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า มุมปากยกย่องรอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมฉายแววอาฆาตแค้นที่สะสมมานานถึงสามร้อยปี "ราชาสวรรค์เหิงหยวน... ในที่สุดเจ้าก็โผล่หัวออกมาจนได้นะ" ทว่า ก่อนที่ลู่เฉินจะได้ชักกระบี่เล่มจริงออกจากฝักเพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ ไป๋จิงซูที่ยืนอยู่ด้านข้างกลับคว้าแขนเสื้อของเขาไว้เบาๆ ร่างกายของนางสั่นเทาเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยที่เคยเยือกเย็นบัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อนางมองเห็นเงาร่างลึกลับอีกสายหนึ่งที่กำลังก้าวออกมาจากมิติเบื้องหลังของราชาสวรรค์เหิงหยวน เงาร่างนั้นถือกระบี่ที่คุ้นเคยยิ่ง... กระบี่ที่ควรจะถูกฝังไว้พร้อมกับร่างของอาจารย์ที่นางเคารพรักที่สุดในอดีต! "ศิษย์พี่... เป็นไปไม่ได้!" ไป๋จิงซูอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี ลู่เฉินหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณอันตรายกรีดร้องลั่นในหัวใจ เมื่อพบว่าคนที่ก้าวออกมาจากมิตินั้น ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นสหายสนิทผู้หักหลังเขาในอดีต ผู้ที่ถือครอง "กระบี่ผ่าสวรรค์" ที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับของการข้ามภพ! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ ฝ่าฟันคลื่นลมยุทธภพมาด้วยกันจนถึงบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%