“เจ้าคิดว่ากระบี่ในมือเจ้า จะฟันผ่ามิติเวลาที่ล่วงเลยมาได้จริงหรือ ลู่เฉิน?”
เสียงกังวานดุจหยกกระทบกันดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาหมื่นพิษ แรงกดดันจากลมปราณระดับมหาจักรพรรดิแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่นสีคราม ไป๋จิงซูยืนอยู่บนยอดผาสูงชัน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามกระแสลมปราณที่แปรปรวน ทว่าดวงตาคู่สวยกลับเย็นชาไร้ระลอกคลื่น ราวกับรูปสลักหยกน้ำแข็งที่ไม่เคยรู้จักความอบอุ่น
ลู่เฉินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นทั้งเย้ยหยันและเปี่ยมด้วยความทะนงตนในวิถีกระบี่ เขายืนไขว่ห้างถือกระบี่เหล็กขึ้นสนิมเล่มหนึ่ง ท่ามกลางวงล้อมของยอดฝีมือจากเจ็ดสำนักใหญ่ที่หมายเอาชีวิต เลือดสีชาดหยดลงจากมุมปากของเขา แต่นั่นมิได้ทำให้ความองอาจในดวงตาคมกลาบนั้นลดน้อยลงแม้แต่น้อย
“สัจธรรมแห่งวิถีกระบี่ มิได้อยู่ที่ตัวกระบี่คมกริบเพียงใด… แต่มันอยู่ที่หัวใจของผู้ถือครองต่างหาก เล่าจู” ลู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับก้องกังวานราสายฟ้าฟาดในโสตประสาทของทุกคน “พวกเจ้าใช้วิธีสกปรก รุมล้อมสตรีผู้หนึ่งเพื่อบีบบังคับข้า แต่วันนี้… ข้าจะแสดงให้พวกเจ้าเห็นว่า กระบี่ในมือของข้า สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้อย่างไร”
สิ้นคำพูด ร่างของลู่เฉินก็หายวับไปจากจุดเดิม!
*เปรี้ยง!*
ประกายกระบี่สีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นในความมืด มันไม่ใช่เพียงแค่เคล็ดวิชา แต่เป็นเจตจำนองแห่งเทพกระบี่ที่หลงเหลืออยู่ในจิตวิญญาณข้ามภพ ความเร็วของเขาเหนือล้ำกว่าขอบเขตที่สายตาเนตรทิพย์จะมองทัน แสงกระบี่สายหนึ่งกรีดผ่านความว่างเปล่า ตัดผ่านค่ายกลกระบี่เจ็ดดาวที่ขึ้นชื่อว่าไร้ช่องโหว่จนแตกสลายในพริบตา
“อ๊าก!”
เสียงร้องโหยหวนดังระงม ผู้อาวุโสสำนักกระบี่เมฆาผู้หนึ่งกระเด็นถอยหลัง กระบี่ในมือหักสะบั้นเป็นสองท่อน ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขามองไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของกระบี่ที่โจมตีเข้ามาด้วยซ้ำ
บนยอดผาสูง สายตาของไป๋จิงซูที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับสั่นระริก หัวใจที่ถูกแช่แข็งมาเนิ่นนานด้วยภาระหน้าที่แห่งตำหนักน้ำค้างสวรรค์ บัดนี้กลับเต้นรัวอย่างผิดจังหวะ ภาพเบื้องหน้ามิใช่การต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด ทว่ามันคือการร่ายรำแห่งความตายที่สง่างามและทรงพลังที่สุดเท่าที่นางเคยพบพานมา
*บุรุษผู้นี้… เหตุใดจึงแบกรับโลกทั้งใบไว้ด้วยรอยยิ้มเช่นนั้น?*
นางจ้องมองแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวแต่กลับแข็งแกร่งดุจขุนเขาของลู่เฉิน ยามที่เขาตวัดกระบี่รับมือกับยอดฝีมืออันดับหนึ่งของยุทธภพพร้อมกันสามคน เลือดที่ไหลรินอาบไล้เสื้อผ้าสีดำกลับขับเน้นให้ความองอาจของเขายิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีก เขาไม่ได้สู้เพื่อชื่อเสียง ไม่ได้สู้เพื่ออำนาจ แต่เขากำลังสู้เพื่อปกป้องเกียรติและ… เพื่อปกป้องนาง
“จิงซู ถอยไป!” ลู่เฉินตะโกนก้องเมื่อเห็นเงาดำลึกลับพุ่งเข้าใส่ร่างบางจากด้านหลัง
ไป๋จิงซูสะ้านเฮือก สติของนางหลุดลอยไปชั่วขณะจากห้วงอารมณ์ที่ปั่นป่วน แต่นางคือนางเซียนแห่งตำหนักน้ำค้างสวรรค์ กระบี่เหมันต์ในมือสะบัดออกในเสี้ยววินาที รัศมีไอเย็น -200 องศาแช่แข็งพื้นดินรัศมีร้อยลี้ให้กลายเป็นทุ่งน้ำแข็งสีคราม แต่ศัตรูในครั้งนี้หาใช่คนธรรมดาไม่ พลังวิญญาณสายมืดพุ่งทะลวงผ่านเขตแดนน้ำแข็งเข้าประชิดตัวนางอย่างรวดเร็ว
*ฉับพลัน!*
เงาร่างของลู่เฉินก็พุ่งทะยานเข้ามาขวางกั้นเบื้องหน้า ร่างกายของเขารับกระบี่พิษแทนนาฃอย่างเต็มรัก กระแสพลังปะทะกันจนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว เลือดสีสดพ่นออกจากปากของลู่เฉิน สาดกระเซ็นลงบนอาภรณ์สีขาวของไป๋จิงซูราวกับดอกเหมยแดงที่ผลิบานท่ามกลางหิมะโปรราญ
“เจ้า… ทำไมต้องทำถึงเพียงนี้?” ไป๋จิงซูเอ่ยถาม เสียงของนางสั่นเครือเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี ความเย็นชาทั้งปวงมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกและความเจ็บปวดที่แปลกประหลาดในอก
ลู่เฉินหันมามองนาง นัยน์ตาคมกริบฉายแววอ่อนโยนชั่วขณะ มือหนายื่นไปปัดปอยผมที่เคลียแก้มเนียนของนางอย่างแผ่วเบา แม้ลมหายใจจะโรยรินแต่รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนมุมปาก
“เพราะเจ้าคือ… คนที่ข้าสัญญาว่าจะปกป้องด้วยชีวิต ไม่ว่าจะกี่ภพกี่ชาติก็ตาม”
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของไป๋จิงซู หยาดน้ำใสๆ ที่นางไม่เคยหลั่งรินมานานนับร้อยปี ค่อยๆ เอ่อล้นออกจากดวงตาคู่สวย หัวใจที่ด้านชาเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงต่อความองอาจและความจริงใจที่ยอมแลกด้วยชีวิตของบุรุษเบื้องหน้า
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังลึกซึ้งถึงขีดสุดนั้นเอง ท้องนภากลับคำรามกึกก้อง เมฆสีดำทะมฬหมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์ สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมากลางวงล้อมอย่างไร้สัญญาณเตือน!
แรงกดดันระดับบรรพกาลกดทับลงมาจนเข่าของทุกคนต้องทรุดลงกับพื้น และท่ามกลางแสงสว่างวาบของสายฟ้านั้น เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่ามก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้โลกล่มสลายได้ทั้งใบ
“ฮ่าๆๆๆ… คิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของสวรรค์งั้นรึ มหาเทพกระบี่ ลู่เฉิน!”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันยาวนานนี้ด้วยกันนะครับ
สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 14
ประกายกระบี่สั่นสะเทือนใจ
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!