"ถ้าพวกแกยังกล้าเหยียบเข้ามาใกล้รั้วบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะสาดน้ำพริกนรกตาแดงสูตรเด็ดใส่หน้าให้แสบตาสองสัปดาห์ไม่หายเชื่อซิ!"
เสียงตวาดกร้าวของหลินอี้หลานดังลั่นผืนป่าโปร่งท้ายหมู่บ้าน ขับไล่เงาร่างของสะใภ้ใหญ่บ้านตระกูลลู่และพรรคพวกให้ถอยร่นกรูดด้วยความหวาดกลัว สองมือของนางถือกระบวยไม้เนื้อแข็งมั่นคง เบื้องหน้าคือกระท่อมไม้เก่าคร่ำคร่าหลังวัดที่ชาวบ้านต่างพากันร่ำลือว่าเป็น “บ้านอาถรรพ์” เพราะไร้คนเหลียวแลมานานหลายปี แต่สำหรับอี้หลานแล้ว สถานที่แห่งนี้คืออิสรภาพอันหอมหวานที่นางกับลู่จั้นแลกมาด้วยการตัดขาดจากตระกูลใหญ่จอมสูบเลือดสูบเนื้อได้อย่างเด็ดขาด
ลู่จั้นก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดภรรยา ใบหน้าคมเข้มของนายทหารหนุ่มขึ้นสันกรามด้วยความขุ่นเคือง นัยน์ตาดุดันคมปลาบกวาดมองผู้บุกรุกจนพวกนั้นต้องรีบถอยกรูด มือหนาเอื้อมมาแย่งกระบวยไม้ในมือภรรยาออกอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"เรื่องพวกนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะค่ะที่รัก คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เข้าไปพักข้างในก่อนดีกว่า"
อี้หลานอดไม่ได้ที่จะค้อนสามีหนุ่มวงใหญ่ แม้ปากจะบอกว่าให้พักผ่อน แต่นางไม่ใช่สตรีอ่อนแอในยุคแปดศูนย์ที่รอให้สามีปกป้องฝ่ายเดียวเสียหน่อย ทว่าเมื่อมองลึกลงไปในดวงตาคู่คมที่ฉายแววห่วงใยระคนอบอุ่น ความพยศในใจก็พลันอ่อนยวบลงทันที นางพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันมาสำรวจอาณาจักรใหม่ของตนเองอย่างพึงพอใจ
กระท่อมหลังนี้แม้ภายนอกจะดูทรุดโทรม ผนังไม้ไผ่สานบางจุดผุพังตามกาลเวลา และหลังคามุงแฝกที่ต้องซ่อมแซมเร่งด่วน แต่มันตั้งอยู่บนทำเลที่เงียบสงบ ด้านหลังติดแนวป่าโปร่งที่มีสมุนไพรและพืชป่าขึ้นอุดมสมบูรณ์ ด้านหน้ามีลานกว้างพอให้ตั้งเตาและปลูกผักสวนครัว ที่สำคัญที่สุดคือ... ไม่มีสายตาคอยจิกกัดและเสียงบ่นน่ารำคาญของแม่สามีจอมปลอมอีกต่อไปแล้วค่ะ
"สภาพแบบนี้แหละค่ะที่ฉันต้องการ..." อี้หลานพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ทันทีที่ลู่จั้นเดินไปจัดการซ่อมแซมบานประตูไม้ที่หลุดลุ่ย อี้หลานก็อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครมอง แอบดึงเอาพลังงานจาก "มิติลับซูเปอร์มาร์เก็ต" ออกมาใช้งาน พลังงานอุ่นวาบแผ่ซ่านปลายนิ้ว นางหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาด ถุงมือยาง และผ้าผืนใหม่ออกมาจากช่องว่างมิติอย่างรวดเร็ว ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ การมีมิติลับเปรียบเสมือนคลังสมองและเสบียงเคลื่อนที่ที่ทรงพลังที่สุด นางตั้งใจจะพลิกฟื้นกระท่อมผุพังหลังนี้ให้กลายเป็นบ้านในฝันที่หอมกรุ่นกลิ่นอายอาหารไทยโบราณให้จงได้
เวลาผ่านไปไม่นาน กลิ่นอายของความสะอาดก็เริ่มแทนที่กลิ่นอับชื้น ลู่จั้นเดินกลับเข้ามาในบ้านด้วยเหงื่อซกเต็มกรอบหน้า ร่างสูงใหญ่ถอดเสื้อคลุมทหารออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงได้รูปตามแบบฉบับชายชาติทหารที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาคนสวยที่กำลังงละואנกับกวาดหยากไย่ด้วยความคล่องแคล่ว ทรวงอกอิ่มขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ทำเอาลู่จั้นต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ตั้งแต่แต่งงานกันมา หญิงสาวตรงหน้าเปลี่ยนไปราวกับคนละคน จากเดิมที่เคยขี้ขลาดและยอมจำนนต่อโชคชะตา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความมั่นใจ ฉลาดเป็นกรด และทำอาหารได้อร่อยล้ำเลิศจนหัวใจแกร่งของนายทหารหนุ่มยอมสยบแทบเท้า
"มองอะไรคะ หน้าฉันมีเขม่าควันติดอยู่หรือไง" อี้หลานหันมาเจอสายตาหวานเชื่อมของสามีเข้าพอดี จึงอดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
"มองภรรยาคนเก่งของผมต่างหากล่ะครับ" ลู่จั้นก้าวเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็ว วงแขนแข็งแรงโอบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวโดยธรรมชาติ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่แถวขมับหอมกรุ่น "เหนื่อยไหมครับ... อยู่ที่นี่ลำบากกว่าบ้านใหญ่ตั้งเยอะ คุณยอมมาลำบากกับผมแบบนี้ เสียใจบ้างไหม?"
อี้หลานวางไม้กวาดลง เงยหน้าสบตากับสามี นัยน์ตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยว นางยิ้มละมุนก่อนจะยกมือขึ้นโอบรอบลำคอหนาของเขา
"ลำบากอะไรกันคะ? อยู่ที่บ้านใหญ่มีแต่พวกคนเห็นแก่ตัว คอยสูบเลือดสูบเนื้อแถมยังจ้องจะเอาเปรียบเราทุกวัน สู้มาอยู่กระท่อมผุๆ แต่เป็นอิสระ มีความสุขตามอัตภาพไม่ได้หรอกค่ะ อีกอย่าง..." นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "ฉันมีคุณคอยเป็นแรงงานฟรีแถมยังรูปหล่อขนาดนี้ ใครจะไปเสียใจกันล่ะคะ?"
คำพูดหยอกเย้าของภรรยาทำให้ลู่จั้นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ชายหนุ่มโน้มใบลงมาหมายจะประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากอิ่มที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงไม่หยุด ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูไม้เก่าๆ ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ทำให้อี้หลานต้องรีบผลักอกสามีออกเบาๆ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเขินอาย
ลู่จั้นขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่มีคนมารบกวนเวลาส่วนตัว ชายหนุ่มเดินไปกระชากประตูกลอนไม้เปิดออกด้วยใบหน้าบึ้งตึง ทว่าเมื่อสายตาปะทะเข้ากับผู้ที่ยืนอยู่หน้าประการ ความหงุดหงิดเมื่อครู่ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจทันที
ชายชราผมขาวโพลนท่าทางภูมิฐานสวมเสื้อคลุมกันหนาวเนื้อดี ยืนหอบหายใจเล็กน้อยอยู่หน้าประตู ด้านข้างมีเด็กรับใช้ถือตะกร้าไม้สานใบโตส่งกลิ่นหอมหวลของเครื่องเทศทะลักออกมาเตะจมูก
"ขออภัยที่มารบกวนยามวิกาลแบบนี้นะพ่อหนุ่มทหาร..." ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานอบอุ่น นัยน์ตาเป็นประกายพิจารณาลู่จั้นและอี้หลานที่ยืนอยู่ด้านหลัง "พอดีข้าเดินหลงทางมาจากในเมือง ได้กลิ่นหอมแปลกประหลาดลอยมาจากกระท่อมหลังนี้... ไม่ทราบว่า แม่นางน้อยเจ้าของบ้านพอจะแบ่งปัน 'แกงเขียวหวานเนื้อน่องลาย' สักถ้วยให้คนแก่ท้องหิวคนนี้ได้ลิ้มลองแก้หนาวได้ไหม?"
อี้หลานชะงักไปเล็กน้อย นางยังไม่ได้เริ่มทำอาหารมื้อเย็นเลยด้วยซ้ำ เหตุใดชายชราผู้นี้จึงบอกว่าได้กลิ่นแกงเขียวหวานลอยมาจากที่นี่? หรือว่า... กลิ่นจากมิติลับจะเล็ดลอดออกไปตอนที่นางเผลอเปิดใช้งานระบบซูเปอร์มาร์เก็ตกันแน่นะ?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความอร่อยไปกับครัวคุณยายนะคะ!
เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80•ตอนที่ 11
ได้กระท่อมเก่าหลังวัดมาครอง
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!