"สามีคะ... ดูเหมือนว่าของดีที่ทำไว้ตอนเย็น จะดึงดูด 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ที่น่ารำคาญกว่าเดิมมาแล้วนะคะ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยดังขึ้นที่ริมระเบียงห้องครัว หลินอี้หลานใช้ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงมาข้างแก้ม สายตาคมกริบมองลอดผ่านม่านหน้าต่างออกไปเห็นเงาตะคุ่มของป้าสะใภ้ใหญ่จอมเจ้าเล่ห์ กำลังย่องเบาเข้ามาบริเวณรั้วบ้านพร้อมตะกร้าหวายในมือ หวังจะมาขโมย 'น้ำพริกเผากากหมูสูตรโบราณ' ที่นางตั้งใจเคี่ยวจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งซอยเมื่อตอนพลบค่ำ
ลู่จั้นที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวเข้ามาประชิดตัวโดยไม่ต้องรอให้อินทรีย์ส่งสัญญาณเตือน มือหนาแกร่งดั่งคีมเหล็กของนายทหารหนุ่มคว้าเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างแนบชิดโดยสัญชาตญาณ ไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า ห่อหุ้มความเย็นยามดึกของยุค 80 ให้มลายหายไปสิ้น
"ปล่อยให้เธอลองหยิบไปสิคะ... แต่ถ้าหยิบไปแล้วท้องเสียจนไม่ได้นอนทั้งคืน ก็ถือว่าเป็นค่าบทเรียนราคาแพง" ลู่จั้นกระซิบกระซาบข้างใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนลุกซู่ อี้หลานสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ นางเงยหน้าขึ้นมองสามี ทว่าระยะห่างที่มีเพียงน้อยนิดทำให้ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันในความมืดสลัว
กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นสบู่สะอาดและกลิ่นจางๆ ของเครื่องเทศไทยที่ติดตัวอี้หลาน ทำให้ลู่จั้นรู้สึกราวกับถูกมนต์สะกด นัยน์ตาคมกريบของนายทหารหนุ่มทอประกายลึกล้ำยามจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่มักจะเอ่ยคำพูดฉลาด2เฉลียวและทำอาหารรสเลิศอยู่เสมอ
ความเงียบงันในยามวิกาลเข้าปกคลุมชั่วขณะ เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมข้างนอกราวกับจะขับกล่อมบรรยากาศอันน่ากระอักกระอ่วนแต่กลับหวานล้ำในเวลาเดียวกัน อี้หลานเม้มปากน้อยๆ นางไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสาในยุคปัจจุบัน แต่การต้องมาเผชิญหน้ากับสามีหุ่นล่ำสัน สัญชาตญาณดิบเถื่อนแต่นุ่มนวลเฉพาะตัวในห้องหับที่ปิดทึบแบบนี้... มันชวนให้หัวใจสั่นไหวเสียจริง
"มองอะไรคะ สามี หน้าฉันมีคราบน้ำพริกติดอยู่หรือไง" อี้หลานแสร้งทำเป็นเฉไฉ น้ำเสียงติดจะดื้อรั้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
"เปล่าครับ... เอ่อ เปล่าค่ะ" ลู่จั้นเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นปาก แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าภรรยาคนสวยชอบให้พูดจาอ่อนหวานและสุภาพ จึงรีบเปลี่ยนสรรพนามทันที "พี่แค่กำลังคิดว่า... ภรรยาของผมนี่ช่างน่ากลัวเสียจริง ทั้งฉลาด ทั้งสู้คนแถมยังทำอาหารอร่อยจนผู้ชายทั้งกอง ฯลฯ เอ๊ย ทั้งหมู่บ้านต้องน้ำลายสอ"
"ชมหรือหลอกด่ากันแน่คะเนี่ย" อี้หลานค้อนปะลอมปะแปะ แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้
เหตุการณ์ลอบขโมยน้ำพริกจบลงอย่างรวดเร็วเมื่อป้าสะใภ้ใหญ่แอบหยิบกระปุกที่อี้หลานจงใจวางล่อไว้ ซึ่งข้างในบรรดาน้ำพริกเผาผสมพริกขี้หนูสวนสวนจัดจ้านระดับสิบและสมุนไพรขับลมฤทธิ์แรง เสียงร้องโودโอยเบาๆ พร้อมกับเสียงฝีปากวิ่งป่าราบกลับบ้านของอีกฝ่าย เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากอี้หลานได้อย่างสะใจ
ทว่า... เมื่อความวุ่นวายภายนอกผ่านพ้นไป ความเงียบสงบในยามดึกก็กลับมาทักทายอีกครั้ง และคราวนี้... มันคือ "การนอนร่วมเตียงเดียวกันคืนแรกอย่างแท้จริง"
บ้านพักข้าราชการทหารหลังน้อยไม่ได้กว้างขวางนัก เตียงไม้เนื้อแข็งขนาดกลางปูด้วยฟูกนุ่นและผ้าปูที่นอนลายดอกไม้สีสะอาดตา แม้จะดูเรียบง่ายแต่มันถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยฝีมือของลู่จั้นเอง
อี้หลานนั่งอยู่ริมขอบเตียง มือเรียวขยับชายเสื้อกันหนาวของตัวเองอย่างเก้ๆ กังๆ นางเหลือบมองสามีที่กำลังถอดเสื้อคลุมทหารออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงตามประชากรชายชาติทหาร แผลเป็นจางๆ บนลาดไหล่หนาบ่งบอกถึงร่องรอยการผ่านศึกมาอย่างโชคโชน ภาพนั้นทำเอาเชฟสาวมือทองจากศตวรรษที่ 21 ถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
*ให้ตายเถอะ... สามีนายทหารนี่หุ่นแซ่บเกินต้านทานจริงๆ ยุค 80 นี่มันดีต่อใจเสียนี่กระไร* นางคิดในใจอย่างนึกขำตัวเอง
"อี้หลาน... นอนเถอะครับ... เอ๊ย นอนเถอะนะจ๊ะ... ไม่ใช่สิ นอนนะคะ" ลู่จั้นหันมาเห็นภรรยาดึงหน้าเลิกลั่ก เขาก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม นายทหารหนุ่มผู้เคยสั่งการลูกน้องนับร้อยด้วยเสียงคำรามกึกก้อง กลับมาเสียอาการและพูดติดอ่างอยู่ต่อหน้าภรรยาตัวเล็กคนนี้คนเดียว
ชายหนุ่มก้าวขึ้นมาบนเตียงอย่างระมัดระวัง พยายามเว้นระยะห่างให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้ภรรยาอึดอัด ทว่าเตียงไม้แคบๆ ย่อมจำกัดพื้นที่ หลินอี้หลานเผลอขยับถอยหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ลู่จั้นเห็นดังนั้นจึงเอื้อมมือหนาไปคว้าหมอนใบข้างๆ มาขวางกั้นตรงกลางทันที
"ถ้านอนไม่สบาย บอกพี่ได้เสมอนะคะ... พี่ไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกิน..." ลู่จั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แววตาจริงใจฉายชัดในความมืด
อี้หลานมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวตนของชายหนุ่ม ทำให้กำแพงความระแวดระวังที่นางสร้างขึ้นตั้งแต่ทะลุมิติมาเริ่มพังทลายลงทีละน้อย นางไม่ใช่คนใจแข็ง และลู่จั้นก็ไม่ใช่สามีใจร้ายในนิยายน้ำเน่าทั่วไป เขาปกป้องนาง ให้เกียรติ และคอยสนับสนุนทุกย่างก้าวของการทำมาค้าขาย
"ใครว่าฉันอึดอัดกันล่ะคะ..." อี้หลานเอ่ยเสียงเบา ทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้มท้าทาย นางขยับตัวเข้าหาลู่จั้นเล็กน้อยอย่างกล้าหาญ กลิ่นกายหอมสะอาดของหญิงสาวโชว์เข้าจมูกของชายหนุ่มจนลมหายใจของเขาติดขัด
ลู่จั้นชะงักงัน นัยน์ตาดำขลับลุกโชนด้วยประกายไฟบางอย่างที่ยากจะควบคุม ความใกล้ชิดในยามค่ำคืนนี้ไม่ได้มีแค่ความเงียบงันอีกต่อไป หากแต่เป็นเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกันเป็นจังหวะ
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและลุ่มลึกจนแทบจะหลอมละลายเข้าหากันนั้นเอง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูหน้าบ้านอย่างรุนแรงและเร่งรีบดังขึ้นทำลายความเงียบสงบในยามวิกาล ตามมาด้วยเสียงโวยวายโหลนๆ ของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาตะโกนลั่นซอย
"ผู้กองลู่! หัวหน้าลู่!แย่แล้วครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่โรงงานแปรรูปอาหารของหมู่บ้าน! โกดังเก็บเครื่องเทศล็อตใหญ่ที่ภรรยาของคุณอี้หลานเพิ่งสั่งเข้ามา... จู่ๆ ก็เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นมาอย่างปริศนา!"
ลู่จั้นผุดลุกขึ้นจากเตียงทันทีด้วยสัญชาตญาณนักรบ นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเฉียบคมในเสี้ยววินาที
อี้หลานขมวดคิ้วแน่น ความง่วงงุนและบรรยากาศหวานซึ้งมลายหายไปในพริบตา รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว
*ไฟไหม้โกดังเครื่องเทศอย่างปริศนาในคืนแรกที่นางทำกำไรได้งั้นหรือ? ช่างกล้าหาญเสียจริง... ดูท่าว่า 'ญาติผู้พี่' และ 'กลุ่มคนหน้าเลือด' ในหมู่บ้านคงจะยังอยากลิ้มรสความเดือดร้อนที่ไม่ใช่แค่น้ำพริกเผาเผ็ดจัดเสียแล้วสินะ!*
"สามีคะ..." อี้หลานเอ่ยเสียงเรียบแต่น่าเกรงขาม นางก้าวลงจากเตียงพร้อมกับสามี ดวงตาสبرקเป็นประกายดุดัน "ดูเหมือนว่าคืนนี้ เราคงไม่ได้นอนกันง่ายๆ แล้วล่ะค่ะ... ไปดูกันหน่อยเถอะ ว่าใครมันกล้ามาเผาเงินในกระเป๋าของฉัน!"
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" มาโดยตลอดนะคะ!
เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80•ตอนที่ 31
นอนร่วมเตียงเดียวกันคืนแรก
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!