เสียงโวยวายที่ดังแว่วมาจากลานบ้านเมื่อคืนถูกสยบลงด้วยฝ่ามือหนักหน่วงของลู่จั้นและการตอกกลับอย่างไร้เยื่อใยของหลินอี้หลาน จนในยามสายของวันใหม่นี้ รอบบริเวณบ้านพักจึงเหลือเพียงความเงียบสงบที่น่าพึงพอใจ ทว่าความสงบนั้นไม่ได้หมายความว่าสองสามีภรรยาจะว่างงาน ในเมื่อเงินในกระเป๋าเริ่มงอกเงยจากการค้าขายน้ำพริกและซาลาเปาสูตรลับ เป้าหมายใหญ่ขั้นต่อไปจึงบังเกิด
"จักรเย็บผ้ากับตู้ไม้ใส่ของ... คุณตั้งใจจะซื้อให้ครบวันนี้จริงๆ หรือคะ?"
เสียงทุ้มต่ำของลู่จั้นดังขึ้น ขณะที่เขากำลังตรวจความเรียบร้อยของเกวียนเทียมวัวที่ยืมมาจากหน่วยทหาร ด้านข้างของเขาคือหลินอี้หลานในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครามสะอาดตา ใบหน้าเรียวเล็กแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มมั่นใจ นางกำลังใช้ผ้าสะอาดเช็ดฝุ่นออกจากตะกร้าไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ใส่ของ
"ทำไมล่ะคะ หรือว่าทหารหาญผู้ยิ่งใหญ่แห่งกองพลน้อยกลัวว่าเงินเดือนของตัวเองจะไม่พอจ่ายให้ฉันซะแล้ว?" หลินอี้หลานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสดใสระยิบระยับด้วยความสนุก นางยื่นมือไปหยิบกระเป๋าเงินผ้าฝ้ายตบเบาๆ ที่อกเสื้อของสามี "วางใจเถอะค่ะ เงินที่ได้จากการขายของเมื่อวานแค่วันเดียว ก็เกินพอที่จะซื้อจักรเย็บผ้าดีๆ สักเครื่องแล้ว ส่วนเงินเดือนของคุณเก็บไว้กินขนมเถอะค่ะ!"
ลู่จั้นมุมกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความอ่อนโยนฉายชัดในดวงตาคมกริบ เขาเอื้อมมือไปช่วยจัดปิ่นปักผมไม้ให้นางอย่างเบามือ "เงินของผมก็คือเงินของคุณ จะใช้เท่าไหร่ก็ใช้ไปเถอะครับ... เอ่อ, เถอะค่ะ" เขาเผลอหลุดปากคำพูดติดปากทหารออกมา รีบแก้คำลงท้ายตามความคุ้นชินทันทีเมื่อเห็นดวงตากลมโตหรี่มองอย่างจับผิด "ผมแค่กลัวว่าคุณจะเหนื่อยเกินไป ทางเข้าเมืองตั้งหลายลี้ นั่งเกวียนกระساกกระส่ายแบบนี้ เกรงว่าคุณจะไม่สบายตัว"
"ฉันไม่ใช่คุณหนูในหอคอยนะคะ แค่นี้สบายมากค่ะ" อี้หลานหัวเราะเบาๆ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งบนเกวียนอย่างคล่องแคล่ว "ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวสายกว่านี้แดดจะแรงจนละลายเสียก่อน"
การเดินทางเข้าสู่ตัวอำเภอในยุค 80 เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่คึกคัก สองข้างทางเป็นทุ่งนาเขียวขจีสลับกับบ้านเรือนไม้เก่าแก่ เมื่อเกวียนเคลื่อนตัวเข้ามาถึงย่านการค้า เสียงจอแจของผู้คน เสียงต่อรองราคา และกลิ่นหอมของอาหารริมทางก็โชยมาปะทะจมูก หลินอี้หลานกวาดสายตามองซ้ายมองขวาด้วยความสนใจ นางเป็นเชฟมือทองในโลกยุคใหม่ ย่อมอดไม่ได้ที่จะวิเคราะห์วัตถุดิบและสินค้าท้องถิ่นเหล่านี้ด้วยมุมมองแบบนักธุรกิจ
"ลงตรงนี้แหละค่ะ" อี้หลานตบแขนสามีเบาๆ เมื่อเห็นป้ายร้านขายเครื่องจักรและเครื่องใช้ในบ้านขนาดใหญ่ที่สุดในอำเภอ
ร้านค้านี้มีสินค้าหลากหลาย ทั้งจักรเย็บผ้า จักรยาน และเครื่องใช้เหล็กหล่อ ลู่จั้นจอดเกวียนผูกไว้เรียบร้อยก่อนจะเดินนำเข้ามาในร้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่ดูสะอาดสะอ้านและท่าทางองอาจ ทำให้เจ้าของร้านรีบวิ่งเข้ามาต้อนรับทันทีด้วยรอยยิ้มกว้าง
"โอ้ นายทหารลู่ ลมอะไรหอบท่านมาถึงร้านข้าได้ หรือว่าจะมาซื้อจักรเย็บผ้าให้ภรรยาคนสวยคนนี้กันล่ะ?" เถ้าแก่เจ้าของร้านเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับมองสำรวจหลินอี้หลานด้วยสายตาชื่นชม
อี้หลานไม่ได้หลบสายตานั้น นางส่งยิ้มรับอย่างเป็นมิตรพลางเดินตรงไปยังจักรเย็บ่ายี่ห้อ 'ผีเสื้อ' สีดำสนิทที่มีลวดลายทองประดับอย่างประณีต นางลองหมุนวงล้อและกดแป้นเหยียบเพื่อทดสอบความลื่นไหล เสียงกลไกดังขึ้นเบาๆ อย่างสม่ำเสมอ เป็นเครื่องบ่งบอกถึงคุณภาพที่ดีในยุคนี้
"เครื่องนี้ราคาเท่าไหร่คะเถ้าแก่?" อี้หลานเอ่ยถามน้ำเสียงนุ่มนวล
"สำหรับนายทหารลู่และภรรยา ข้าให้ราคาพิเศษ..."
ทว่า ก่อนที่เถ้าแก่จะได้เอ่ยตัวเลข จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มท่าทางสำอางในชุดเสื้อเชื้อสีขาวสะอาดและกางเกงสแลคเรียบกริบเดินเข้ามาแทรกกลาง เขายกมือขึ้นแตะปีกหมวกเบาๆ ส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาทางหลินยลหลานโดยไม่เกรงใจสายตาใคร
"จักรเย็บผ้าเครื่องนี้ฝีมือดี สีสันสวยงาม เหมาะกับแม่นางผู้เลอโฉมยิ่งนัก..." ชายหนุ่มเอ่ยเสียงหวานเยิ้ม พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้หลินอี้หลานอีกก้าว "หากแม่นางสนใจ ข้าสามารถออกเงินซื้อให้เป็นของกำนัลได้นะ ถือว่าเป็นการทำความรู้จักกัน..."
บรรยากาศในร้านพลันลดอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย
ลู่จั้นที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลัง ขยับตัวเข้ามาบังร่างของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนเถ้าแก่ร้านถึงกับผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"ถอยไป" น้ำเสียงของลู่จั้นทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนน่ากลัว กล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าขยายตัวตึงเครียด มือหนากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ความหึงหวงพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดเมื่อมีแมลงวันน่ารำคาญกล้าบินมาตอมดอกไม้ของเขาต่อหน้าต่อตา
ชายหนุ่มสำอางชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบตากับนายทหารร่างยักษ์ที่มีกลิ่นอายความตายติดตัว แต่ยังฝืนยิ้มกลบเกลื่อน "แหม นายทหารท่านนี้อย่าเพิ่งใจร้อน ข้าแค่..."
"ฉันบอกให้ถอย" ลู่จั้นก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่าย กดเสียงต่ำจนแทบเป็นคำราม "เมียฉัน... ฉันมีปัญญาซื้อให้เอง ไม่ต้องรบกวนเศษสวะที่ไหนมาออกเงินให้ ไสหัวไปก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน!"
แรงกดดันจากสนามรบที่ถูกปลดปล่อยออกมาทำเอาชายหนุ่มหน้าถอดสี รีบถอยกรูดออกไปจากร้านแทบไม่ทัน ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่มุงดูด้วยความระทึก
อี้หลานแอบอมยิ้มขบขันอยู่ในใจ นางเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ ลูบขึ้นลงเพื่อคลายความเกร็งของกล้ามเนื้อ "พอได้แล้วค่ะคนพาลแบบนั้น ช่างเขาเถอะค่ะ... เถ้าแก่คะ ตกลงว่าเครื่องนี้ราคาเท่าไหร่? ฉันจ่ายเงินสดตอนนี้เลยค่ะ"
หลังจากจัดการจ่ายเงินและสั่งให้ทางร้านส่งจักรเย็บผ้าไปที่บ้านพักทหารเรียบร้อยแล้ว ลู่จั้นก็ยังคงมีสีหน้าบึ้งตึง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนแทบจะผูกโบได้ตลอดทางเดินในตลาด
"ยังไม่หายเคืองอีกหรือคะ?" อี้หลานหัวเราะคิกคักขณะเดินเคียงข้างเขา "ก็แค่คนตาบอดคนหนึ่ง ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ"
"ไม่ได้" ลู่จั้นตอบเสียงห้วน ใบหน้าคมหันมามองนางด้วยแววตาจริงจัง "คุณเป็นของผม ใครก็ไม่มีสิทธิ์มองด้วยสายตาแบบนั้น"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและเต็มไปด้วยความหึงหวงแบบเด็กๆ ทำเอาแก้มเนียนของอี้หลานร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ นางแสร้งทำเป็นมองไปทางแผงขายของกินเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
"อุ๊ย นั่นมัน..." สายตากลมโตสะดุดเข้ากับแผงขายเครื่องเทศและสมุนไพรหายากที่มุมตลาด กลิ่นหอมฉุนเป็นเอกลักษณ์ลอยเตะจมูกทันทีที่เดินเข้ามาใกล้
บนแผงนั้นมีรากผักชี ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดที่สดใหม่ รวมถึงพริกแห้งสีแดงสดและกะปิชั้นดีที่หาได้ยากยิ่งในแถบภาคเหนือนี้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตานางที่สุด สิ่งที่วางอยู่ตรงกลางคือหม้อดินขนาดเล็กที่ส่งกลิ่นหอมหววนของน้ำซุปเคี่ยวเคี้ย20ชั่วโมงลอยกรุ่นออกมา พร้อมกับเส้นก๋วยเตี๋ยวและเครื่องเคียงครบครัน
"เถ้าแก่คะ... บะหมี่หมูตุ๋นชามนั้นขายอย่างไรคะ?" อี้หลานเอ่ยถามด้วยดวงตาเป็นประกาย
เจ้าของแผงเป็นหญิงชราใจดีเงยหน้าขึ้นยิ้ม "ชามละสองเหมาแม่นาง น้ำซุปเคี่ยวจากกระดูกหมูและเครื่องเทศสูตรลับ รับรองว่ากินแล้วชื่นใจแน่นอน"
อี้หลานหันไปสบตากับสามี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที "ไหนๆ ก็มาซื้อของเข้าบ้านแล้ว เรามาลองชิมฝีมือคนอื่นเพื่อเทียบกับสูตรของเราดีกว่าไหมคะ?"
ลู่จั้นถอนหายใจเบาๆ กับความเจ้าสำราญของภรรยา แต่ก็พยักหน้ารับตามใจอย่างเคย ทั้งสองนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กหน้าแผงลอย รอเพียงครู่เดียว ชามบะหมี่ร้อนๆ ก็ถูกยกมาเสิร์ฟตรงหน้า
น้ำซุปใสสีทองอร่าม โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งและกระเทียมเจียวหอมกรุ่น เนื้อหมูตุ๋นเปื่อยยุ่ยจนแทบละลายในปาก เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มกำลังดี หลินอี้หลานคีบเส้นขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วส่งเข้าปาก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความทึ่ง รสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศจีนผสมผสานกับสมุนไพรไทยอย่างลงตัว เป็นรสชาติที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในยุคนี้จริงๆ
"อร่อยไหมครับ?" ลู่จั้นถาม พร้อมกับมองภรรยาที่กำลังเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข
"อร่อยมากค่ะ!" อี้หลานพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะดึงชามของสามีมาใกล้ตัว "แต่ว่า... ถ้าฉันเอาสูตรน้ำพริกแกงเผ็ดของเรามาประยุกต์ใส่ลงไปในน้ำซุปหมูตุ๋นนี้ล่ะคะ? มันจะกลายเป็น 'บะหมี่ต้มยำโบราณ' ที่แซ่บซีดจี๊ดจ๊าดจนคนทั้งตลาดต้องวิ่งมาต่อคิวแน่ๆ เลย!"
ดวงตาของเชฟมือทองเป็นประกายระยิบระยับด้วยไฟแห่งการสร้างสรรค์ นางวางตะเกียบลงแล้วหันไปกระซิบกระซาบกับสามีด้วยความตื่นเต้นถึงแผนการทำมาหากินบทใหม่ที่จะสั่นสะเทือนไปทั้งกองพลน้อย
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับมื้ออาหารข้างทางอย่างมีความสุขนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของลู่จั้นก็ดังแทรกขึ้นมาจากกลางตลาด
"ผู้กองลู่! ผู้กองลู่ครับ!แย่แล้วครับ!"
พลทหารนายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดยืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้า สีหน้าซีดเผือดจนเห็นได้ชัด เหงื่อกาฬไหลท่วมกรอบหน้า
ลู่จั้นขมวดคิ้วมุ่น วางตะเกียบคงทันที ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมเอ่ยเสียงเข้ม "มีเรื่องอะไร เกิดอะไรขึ้นที่ค่าย?"
พลทหารกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเหลือบมองหลินอี้หลานแวบหนึ่งด้วยความหวาดหวั่น แล้วเอ่ยคำพูดที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงในพริบตา
"คือ... แม่ของคุณลู่... เอ่อ แม่ยาย... เอ๊ย แม่สามี เดินทางมาถึงหน้ากองพันแล้วครับ! แถมตอนนี้... กำลังอาละวาดพังข้าวของหน้าบ้านพักของคุณพี่สะใภ้ใหญ่เลยครับ!"
---
(อ่านตอนต่อไป: สะใภ้ตัวแสบปะทะแม่สามีจอมบงการ สงครามน้ำเดือดกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วค่ะ!)
*(ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" มาโดยตลอดนะคะ)*
เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80•ตอนที่ 32
พาเมียเข้าเมืองซื้อของ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!