"อุ๊ยตาย วัยรุ่นสมัยนี้ช่างกล้าหาญเสียจริง แต่งตัวแต่งหน้าเสียจัดจ้าน เดินถือตะกร้าเข้าตลาด ทำตัวราวกับคุณนายผู้ดีตกยาก ทั้งที่เมื่อก่อนเคยเป็นแค่เด็กสาวบ้านนอกคอกนาที่เที่ยววิ่งตามผู้ชายไปทั่วจนน่าไมอาย!"
เสียงแหลมสูงเจือความริษยาของ ‘ป้าฮุ่ย’ แม่ค้าขายปลาผู้มีชื่อเสียงเรื่องปากหอยปากปูประจำตลาดสดตำบลผิงอันดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความจอแจ หลินอี้หลานหยุดฝีเท้าลงช้าๆ นางไม่ได้หันกลับไปทันที แต่กวาดสายตามองสีหน้าของชาวบ้านละแวกนั้นที่เริ่มหันมาจับจ้องด้วยความอยากรู้อยากเห็น รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของป้าฮุ่ยสะท้อนความสะใจที่ได้เหยียบย่ำคนอื่นออกมาชัดเจน
อี้หลานแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ กลิ่นอายของเครื่องเทศและพริกไทยดำที่ลอยมาจากแผงค้าของตนยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก แต่วันนี้ดูเหมือนจะมีกลิ่นเน่าเฟะของความอิจฉาริษยามากลบเสียสนิท นางค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้า ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับมีประกายไฟลอดผ่าน นางตบเบาๆ ที่กระเป๋าผ้าฝ้ายเนื้อดีซึ่งซ่อนขวดน้ำพริกสูตรลับและตั๋วเงินจากการค้าขายไว้เต็มกระเป๋า
"ปากของป้าฮุ่ยวันนี้ช่างหอมฟุ้งเสียจริงนะคะ ไม่ทราบว่ากินปลาเค็มเน่าๆ เข้าไปกี่ตัว ถึงได้ขยันพ่นกลิ่นปากใส่ชาวบ้านเขาแบบนี้ หรือว่าอิจฉาที่แผงขายปลาของป้าช่วงนี้ขายไม่ดี จนต้องมานั่งเห่าหอนหาเศษเงินความสนใจจากคนอื่นคะ?" เสียงใสหวานทว่าเยือกเย็นเอ่ยขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า ท่ามกลางความตกตะลึงของฝูงชนที่คาดไม่ถึงว่าอี้หลานในยามนี้จะไม่ยอมก้มหัวให้เหมือนก่อน
ป้าฮุ่ยหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด สองมือเท้าสะเอวจนเนื้อตัวสั่นเทิกล "นังเด็กปากดี! แกกล้าด่าฉันเหรอ? แกมันก็แค่นายพรานสาวไร้หัวนอนปลายเท้า ที่เคยเสนอหน้าไปอ่อยผู้ชายในเมืองจนเกือบทำตระกูลลู่ขายหน้า! คิดว่าแต่งงานกับทหารหนุ่มอนาคตไกลแล้วจะเชิดหน้าชูตาได้เหรอวะ แกมันก็แค่...!"
"เธอว่าใครไร้หัวนอนปลายเท้านะ?"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังแทรกขึ้นผ่ากลางอากาศ บรรยากาศรอบตลาดที่เคยอึกทึกพลันเงียบกริบลงทันทีราวกับถูกมนต์สะกด ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม รีดเรียบไร้รอยยับ เดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยก้าวที่หนักแน่นและมั่นคง ดวงตาคมกริบดריดดั่งใบมีดกวาดมองป้าฮุ่ยด้วยความเย็นชาจนอีกฝ่ายถึงกับสะท้านเฮือกถอยหลังไปสามก้าว
ลู่จั้นก้าวมายืนเคียงข้างภรรยา ร่างกายกำยำแผ่ซ่านไอสังหารและอำนาจกดดันระดับนายทหารสนามรบ มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของอี้หลานไว้หลวมๆ แต่หนักแน่นราวกับประกาศให้ทุกคนในที่นั้นประจักษ์ว่า หญิงสาวผู้นี้คือคนของเขา ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง!
"ผู้กองลู่..." ป้าฮุ่ยหน้าซีดเผือด กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยามเผชิญหน้ากับสายตาคุกคามของชายหนุ่มตรงๆ นางรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
"ภรรยาผม ขยันทำมาหากิน เลี้ยงดูครอบครัวด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง นางไม่เคยเบียดเบียนใคร และที่สำคัญ... นางเป็นภรรยาที่ผมรักและเคารพยิ่งกว่าชีวิตของผมเอง" ลู่จั้นเน้นย้ำทีละคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนทุกคนในตลาดต้องกลืนน้ำลาย "ถ้าผมยังได้ยินใครเอาเรื่องเท็จในอดีตมาพูดจาใส่ร้ายป้ายสีภรรยาผมอีกแม้แต่คำเดียว อย่าหาว่าผมไม่เตือน... กฎหมายทหารอาจจะเมตตา แต่กฎหมายในมือผม... คงไม่ใจดีเหมือนหน้าตาหรอกนะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่ป้าฮุ่ยยังต้องก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว ขาพับขาอ่อนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น อี้หลานช้อนสายตาขึ้นมองสามีหนุ่มที่ยืนหยัดปกป้องนางอย่างองอาจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกอุ่นซ่านที่แผ่ขยายจากอกลามไปทั่วร่าง ความแข็งกระด้างที่นางใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดค่อยๆ ละลายหายไปในอ้อมแขนที่มั่นคงนี้
ลู่จั้นหันมามองภรรยา แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงจนแทบหยาดเยิ้ม เขาเอ่ยกระซิบเสียงนุ่มข้างหู "กลับบ้านกันเถอะ... วันนี้ผมจะทำอาหารให้คุณกินเอง"
นางพยักหน้ารับเบาๆ พร้อมรอยยิ้มพึงพอใจ แต่ทว่า... ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวเดินออกจากตลาด สายตากลับสะดุดเข้ากับร่างคุ้นเคยของแม่สามีและสะใภ้รองที่ยืนแอบมองเหตุการณ์อยู่มุมเสา พร้อมกับถุงกระดาษสีน้ำตาลปริศนาที่ส่งกลิ่นหอมฉุนของผงสมุนไพรแปลกประหลาดออกมา...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้ครัวคุณยายเสมอนะคะ
เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80•ตอนที่ 33
ตบหน้าคนปากเสียในตลาด
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!