เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80•ตอนที่ 7

ซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดงมัดใจเด็กๆ

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
เสียงตะหลิวเหล็กกระทบก้นกระทะเหล็กหล้าดัง *เคร้ง!* กังวานไปทั่วห้องครัวบ้านตระกูลลู่ ท่ามกลางสายตาหวาดระแวงของป้าสะใภ้ใหญ่ที่ยืนกอดอกจ้องเขม็งอยู่ที่ขอบประตู “หลินอี้หลาน เจ้ากำลังจะเผาครัวบ้านเราให้วอดวายหรืออย่างไรกัน!” เสียงแหลมสูงของนางเฉินดังแทรกเสียงน้ำมันเดือดขึ้นมาทันที “แค่หาเรื่องทำอาหารมื้อเที่ยง ทำไมต้องเสียงดังโครมครามขนาดนี้ หรือคิดจะผลาญเสบียงที่ท่านลู่จั้นส่งเงินมาให้ซื้อหาจนหมดเกลี้ยงในวันเดียว!” อี้หลานไม่ได้หันกลับไปทันที หญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายสีซีดแต่สะอาดสะอ้านยังคงมือเป็นระวิง นางใช้ตะหลิวพลิกขอนซี่โครงหมูชิ้นโตที่ถูกสับขนาดพอดีคำในกระทะ น้ำตาลทรายแดงที่เคี่ยวจนละลายกลายเป็นสีคาราเมลเคลือบผิวเนื้อหมูจนขึ้นเงาสวยงาม กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวผสมผสานกับกลิ่นหอมฉุนเบาๆ ของขิงแก่และรากผักชีที่ทุบแตก โชยฟุ้งเตะจมูกจนคนแอบมองต้องกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่โดยไม่รู้ตัว “ถ้าป้าสะใภ้ใหญ่ว่างนัก ทำไมไม่ไปนั่งรอที่ห้องโถงล่ะคะ การทำอาหารให้อร่อยต้องอาศัยสมาธิ และที่สำคัญ... เสบียงพวกนี้เป็นสิ่งที่สามีของฉันส่งมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขา ฉันจะปรุงให้ลูกๆ ของเขากิน มันจะหนักส่วนไหนของท่านกันคะ?” อี้หลานเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาที่ฉายแววเด็ดเดี่ยว นางเฉินหน้าชาดลด้วยความโกรธ อ้าปากจะด่าทอต่อ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นเนื้อหมูติดกระดูกสีแดงฉ่ำในกระทะเข้าเสียก่อน ความตระกูลลู่ขึ้นชื่อว่ายากจนข้นแค้น ยุคแปดสิบเช่นนี้ เนื้อหมูถือเป็นของหายาก นานทีปีละหนถึงจะได้กินสักครั้ง แต่นี่... ยัยตัวแสบอี้หลานกลับกล้าเอาเนื้อหมูชิ้นหนามาทำอาหารชุดใหญ่ แถมยังใช้วัตถุดิบชั้นดีที่แอบหยิบมาจากมิติซูเปอร์มาร์เก็ตในห้วงจิตสำนึกของนางเองอีกด้วย! ในมิตินั้น อี้หลานมีทั้งซีอิ๊วดำฉลากทอง น้ำส้มสายชูหมักชั้นดี เหล้าจีนสำหรับดับคาว และเครื่องเทศลับที่หาไม่ได้ในตลาดมืดแห่งนี้ “แม่ครับ... กลิ่นอะไรหอมจัง” เสียงเล็กๆ แหบแห้งของเสี่ยวเป่า เด็กชายวัยเจ็ดขวบลูกติดของลู่จั้นดังขึ้นที่หน้าประตู เจ้าตัวเล็กเกาะขอบประตูด้วยสายตาหวาดกลัวเล็กน้อย เนื่องจากในอดีต "แม่เลี้ยง" คนนี้มักจะอารมณ์ร้ายและหยิกตีพวกเขาเสมอเมื่อหิวข้าว แต่ทว่า... วันนี้กลิ่นหอมเย้ายวนจากหม้อตุ๋นนี่มันช่างรุนแรงเสียจนความหิวเอาชนะความกลัวไปเสียสิ้น เสี่ยวเม่ย เด็กหญิงวัยห้าขวบเดินตามพี่ชายมาติดๆ ดวงตากลมโตมองตามควันสีขาวที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากหมูตุ๋นน้ำแดงอย่างเหม่อลอย ท้องของเด็กทั้งสองส่งเสียงร้องโครกคราญออกมาพร้อมกันอย่างน่าสงสาร อี้หลานหันกลับมามองเด็กๆ แววตาที่เคยแข็งกร้าวของสะใภ้ตัวร้ายพลันอ่อนแสงลงทันที นางรู้ดีว่าเด็กสองคนนี้ต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกกลั่นแกล้งและอดอยากมามากแค่ไหนในบ้านตระกูลใหญ่แห่งนี้ “เสี่ยวเป่า เสี่ยวเม่ย มานี่สจ๊ะ” อี้หลานกวักมือเรียกเสียงนุ่ม นางตักซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดงที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม น้ำราดข้นคลั่กสีแดงฉ่ำวาวเคลือบชิ้นเนื้ออย่างทั่วถึง ลงใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยและงาขาวคั่วหอมกรุ่น ควันร้อนๆ พวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวแคบๆ นางเฉินอ้าปากค้าง มองดูชามอาหารที่หน้าตาราวกับอาหารในภัตตาคารใหญ่ ทั้งชีวิตนางไม่เคยเห็นเนื้อหมูตุ๋นที่หน้าตาน่ากินขนาดนี้มาก่อน “อะ... อะไรกัน เจ้าทำอะไรให้เด็กพวกนี้กิน!” นางเฉินส่งเสียงโวยวายด้วยความอิจฉาตาร้อน “ฉันกำลังทำหน้าที่แม่ค่ะ” อี้หลานปรายตามองป้าสะใภ้ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น “ถ้าป้ายังไม่เลิกส่งเสียงน่ารำคาญมารบกวนเวลาอาหารของเด็กๆ ฉันคงต้องเชิญให้ออกไปจากครัวของฉันแล้วนะคะ” คำพูดตรงไปตรงมาบวกกับออร่าที่กดดันทำให้นางเฉินสะดุ้งโหย่ง นางสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง “ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี! เดี๋ยวรอพี่ใหญ่ของเจ้ากลับมาจากค่ายทหาร ข้าจะฟ้องให้เขาหย่ากับเจ้าแน่!” พูดจบ นางก็กระทืบเท้าเดินฮึดฮัดออกไปจากบริเวณนั้น อี้หลานถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมาสนใจเด็กน้อยทั้งสองที่ยืนตัวเกร็งอยู่ตรงหน้า นางตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจนขึ้นหม้อจากมิติพิเศษใส่ถ้วยให้คนละถ้วยเต็มๆ พร้อมกับคีบซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดงชิ้นโตที่มีมันแทรกฉ่ำวาววางลงบนโปะข้าวให้เด็กๆ “กินสิคะ เด็กๆ ชิมดูว่าอร่อยไหม” อี้หลานย่อตัวลงให้เสมอกับเด็กทั้งสอง ส่งยิ้มอบอุ่นที่จริงใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสี่ยวเป่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเล็กสั่นเทาขณะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบชิ้นเนื้อเข้าปาก ทันทีที่ฟันกระทบกับเนื้อหมูที่เคี่ยวจนนุ่มแทบละลายในปาก รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมของซอสน้ำแดง ผสมผสานกับความหอมของขิงและเครื่องเทศก็ระเบิดขึ้นบนต่อมรับรส รสชาติที่อร่อยล้ำลึกเช่นนี้... นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เด็กชายได้ลิ้มรสชาติอาหารที่อร่อยขนาดนี้! น้ำตาใสๆ ของเสี่ยวเป่าคลหน่วยขึ้นมาทันทีโดยไม่อาจกลั้นไว้ได้ เด็กชายเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างลืมตัว ก่อนจะตักข้าวคำโตเข้าปากตาม ส่วนเสี่ยวเม่ยไม่ต้องพูดถึง น้องเล็กใช้มือหยิบซี่โครงหมูขึ้นมาแทะอย่างเอร็ดอร่อยจนน้ำซอสเลอะเปรอะเปื้อนรอบปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสุข ลืมความกลัวที่มีต่อแม่เลี้ยงคนนี้ไปจนหมดสิ้น “อร่อยไหมคะ?” อี้หลานเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน พร้อมกับใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดบรรจงเช็ดคราบซอสที่มุมปากให้เด็กหญิง เสี่ยวเม่ยพยักหน้ารัวๆ จนผมเปียสั่นไหว โผเข้ากอดเอวอี้หลานแน่นทันที “อร่อยที่สุดในโลกเลยค่ะคุณแม่! เสี่ยวเม่ยรักแม่ที่สุดเลย! วันหลังทำให้อีกนะคะ!” เสี่ยวเป่าเองก็เงยหน้าขึ้นมองอี้หลานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเกลียดชังและความระแวงในแววตาดวงนั้นได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นโหยหาความรักที่ถูกเติมเต็ม เด็กชายเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ “ขอบคุณครับ... คุณแม่” อี้หลานรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก ความเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้กับคนตระกูลลู่เมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้ง นางลูบศีรษะเด็กทั้งสองด้วยความรักใคร่จากใจจริง ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความสุขในครอบครัวนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วบ้าน พร้อมกับเสียงทุบประตูเสียงดังลั่นที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา “เปิดประตู! ฉันเอง... ลู่จั้น!” เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันและหยาดเหงื่อ... นายทหารหนุ่มสามีของนางกลับมาถึงบ้านแล้ว! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความอร่อยไปกับครัวคุณยายนะคะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%