เสียงกระแทกถังน้ำมันเก่าๆ ดังสนั่นก้องห้องเก็บของหลังบ้านจนหลินอี้หลานต้องสะดุ้งเล็กน้อย นางไม่ได้ตกใจเพราะเสียงนั้น แต่นางกำลังระมัดระวังไม่ให้เสียงรบกวนร่างหนาที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงไม้ไผ่ฝั่งตรงข้าม—ลู่จั้น สามีหนุ่มผู้มีสัญชาตญาณทหารเฉียบคมราวกับพยัคฆ์ แม้ในยามหลับใหลเขาก็ยังขยับตัวตื่นทันทีเมื่อมีเสียงผิดปกติ
อี้หลานก้มลงมองมือเรียวของตนที่เปื้อนฝุ่นดินนิดหน่อย นางแอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องเก็บของที่มืดสลัว แสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านร่องไม้ออกมาเป็นลำแสงบางๆ ทาบทับลงบนลังกระดาษและขวดแก้วลึกลับที่เพิ่งถูกดึงออกมาจาก "มิติลับ" ซูเปอร์มาร์เก็ตอัจฉริยะที่ติดตัวนางมาด้วย
นี่คือทุนก้อนแรกของนางในยุค 1980 อันแร้นแค้นนี้!
"ถ้าพึ่งพิงเงินเบี้ยเลี้ยงทหารของพี่ลู่ หรือหวังจะไปขอแบ่งข้าวสารจากบ้านใหญ่ มีหวังพวกเราได้อดตายกันพอดี..." อี้หลานพึมพำกับตัวเองเบาๆ ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
ในมิติลับของนางตอนนี้ เต็มไปด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคจากโลกอนาคตที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่การจะนำออกไปขายในเมืองยุคนี้โดยไม่ให้คนสงสัยไม่ใช่เรื่องง่าย นางจึงต้องเลือกสินค้าที่ "กลมกลืน" แต่มีคุณภาพเหนือกว่าท้องตลาดทั่วไป เพื่อดึงดูดกระเป๋าเงินของพวกพ่อค้าแม่ค้าหน้าเลือดและชาวบ้านผู้มีอันจะกิน
สินค้าล็อตแรกที่อี้หลานเลือกประกอบด้วย น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์บรรจุถุงกระดาษหนา, สบู่ก้อนหอมกลิ่นดอกไม้ป่าที่ไร้ฉลาก, หัวเชื้อน้ำปลาอย่างดีในขวดแก้วทึบแสง และที่เด็ดที่สุดคือ "แป้งสาลีเนื้อละเอียดพิเศษ" ที่นางแอบเทใส่กระสอบป่านเก่าๆ เพื่อตบตาคนทั่วไปว่าเป็นแป้งนำเข้าจากมณฑลอื่น
"อี้หลาน..."
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่นนอนดังขึ้นจากมุมห้อง ทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ นางรีบซ่อนมือที่กำลังถือถุงน้ำตาลไว้ด้านหลังทัน함 ร่างสูงใหญ่ของลู่จั้นค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง เสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าชื้นเหงือกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแผ่นอกและหัวไหล่หนาที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก ดวงตาคมกราบมองภรรยาด้วยความสงสัยระคนห่วงใย
"ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว ทำไมยังไม่นอนอีก? แล้วกลิ่นหอมนี่มันอะไรกัน?" ลู่จั้นเอ่ยถามเสียงเข้ม แต่แววตากลับอ่อนลงยามมองภรรยา
อี้หลานสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจกลับมา นางปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินเข้าไปหาชายหนุ่มพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดที่มักจะทำให้เขาใจสั่นอยู่เสมอ
"ฉันนอนไม่หลับค่ะพี่ลู่ คิดถึงเรื่องปากท้องของเราวันพรุ่งนี้... พี่ก็รู้ว่าแม่สามีกับน้องสะใภ้บ้านนั้นจ้องจะมาสูบเลือดสูบเนื้อเราอยู่ตลอดเวลา ถ้าฉันไม่รีบหาทางทำมาหากิน เราสองคนคงต้องต้มน้ำกินประทังชีวิตกันจริงๆ แน่ๆ เลยนะคะ" นางแกล้งตีหน้าเศร้า น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยเพื่อเรียกคะแนนความสงสาร
ลู่จั้นขมวดคิ้วมุ่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวภรรยา ร่างกายกำยำแผ่ซ่านไออุ่นร้อนผ่าวจนอี้หลานต้องถอยหลังไปชนกองกระสอบแป้ง มือหยาบกร้านจากการจับอาวุธเอื้อมมาจับไหล่บางทั้งสองข้างเบาๆ
"ฉันบอกเธอแล้วไงว่าเรื่องเงินทองให้เป็นหน้าที่ของฉัน เธอแค่อยู่เฉยๆ หลบหน้าคนพวกนั้นก็พอ" ลู่จั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันแต่นุ่มนวลในเวลาเดียวกัน ดวงตาคมกวาดมองสิ่งของแปลกตาที่กองอยู่บนพื้น "แล้วนี่... ของพวกนี้ไปเอามาจากไหน?"
อี้หลานตาพริ้วไหว สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อหาข้ออ้าง "เอ่อ... นี่คือของที่ฉันแอบเก็บสะสมไว้ตั้งแต่สมัยอยู่บ้านเดิมค่ะ! ตอนนั้นพ่อแม่ตามใจฉันมาก มีของดีๆ ซ่อนไว้เยอะแยะ แต่เพิ่งหาโอกาสขนออกมาได้..." นางเนียนโกหกหน้าตาย พร้อมกับส่งสายตาออดออเซาะ "พี่ลู่... เชื่อใจฉันเถอะนะคะ ของพวกนี้คุณภาพดีมาก ถ้าฉันเอาไปวางขายที่ตลาดมืดในเมืองรับรองว่าได้ราคาดีแน่นอน เราจะได้มีเงินทุนไปซื้อหมู ซื้อวัตถุดิบมาทำซาลาเปาขายตามแผนที่ฉันเคยบอกไงคะ"
ลู่จั้นจ้องมองภรรยานิ่งนาน ราวกับต้องการมองทะลุเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้น เขารู้ดีว่าภรรยาของตนมีความลับบางอย่างที่ไม่ยอมบอก แต่อีกใจหนึ่ง เขาก็เห็นแววตาเด็ดเดี่ยวและประกายความฉลาดเฉลียวที่ฉายชัดอยู่ภายในนั้น มันไม่ใช่แววตาของสะใภ้ตัวแสบคนเดิมที่เอาแต่สร้างความเดือดร้อน แต่มันคือแววตาของหญิงสาวผู้พร้อมจะสู้ชีวิตเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา
มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ลู่จั้นถอนหายใจยาวก่อนจะยอมพยักหน้า
"ถ้าเธออยากไป... ฉันจะไปด้วย"
"ไม่ได้ค่ะ!" อี้หลานปฏิเสธเสียงหลงทันที "พี่ต้องไปเข้าเวรที่กองร้อยนะ จะโดดงานตามฉันไปตลาดมืดได้ยังไง เดี๋ยวผู้กองจะเล่นงานเอาหรอกค่ะ"
"ความเป็นความตายของเมียสำคัญกว่าคำสั่งผู้กอง" ลู่จั้นตอบเสียงเรียบแต่น้ำคำหนักแน่นราวกับหินผา "ถ้าเธอจะไปตลาดมืดตอนตีสี่ ฉันจะเดินไปส่งที่ปากทาง แล้วตอนสายๆ ฉันจะไปรับ... ห้ามปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ยอมให้เธอเอาของพวกนี้ออกไปเด็ดขาด"
เมื่อเห็นสายตาที่ดื้อรั้นและจริงจังของสามี อี้หลานก็ได้แต่ยอมจำนน นางพยักหน้ารับอย่างจำใจ "ก็ได้ค่ะๆ ตามใจคุณสามีก็แล้วกันนะคะ"
เช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์จะส่องแสง ท่ามกลางสายหมอกบางเบาที่ปกคลุมหมู่บ้านชนบท อี้หลานในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ เพื่ออำพรางตัว แต่สะพายย่ามผ้าฝ้ายใบใหญ่ที่อัดแน่นด้วยน้ำตาลทรายและสบู่หอมก้อนโต ก้าวเดินเคียงข้างลู่จั้นมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟบรรทุกสินค้าเพื่อเข้าสู่ตัวเมือง
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่ในย่ามลอยโชيแตะจมูกตลอดทาง ทำให้ลู่จั้นต้องเหลือบมองภรรยาอยู่บ่อยครั้งด้วยความทึ่ง หญิงสาวข้างกายเขามีรอยยิ้มมั่นใจประดับอยู่บนใบหน้า นางไม่ได้หวาดกลัวอันตรายจากพวกสายตรวจตลาดมืดเลยแม้แต่น้อย
เมื่อมาถึงทางแยกเข้าตลาดมืด ลู่จั้นดึงแขนอี้หลานไว้เบาๆ ยื่นห่อกระดาษที่ข้างในมีเงินสดเก่าๆ อีกจำนวนหนึ่งยัดใส่มือนา
"เอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ระวังตัวด้วย... สายๆ ฉันจะมารอตรงนี้"
"ค่ะ! พี่ลู่รีบไปเถอะนะคะ เดี๋ยวสายจะแย่" อี้หลานโบกมือลาสามีด้วยความกระตือรือร้น ร่างบางหมุนตัวก้าวฉับๆ เข้าสู่ตรอกซอกซอยแคบๆ ของตลาดมืดในเมือง
บรรยากาศในตลาดมืดยามเช้ามืดเต็มไปด้วยความอึมครึม พ่อค้าแม่ค้าแอบวางสินค้าขายหลบๆ ซ่อนๆ สายตาหวาดระแวง อี้หลานเดินเลี่ยงไปจนถึงมุมอับที่ค่อนข้างเงียบแต่มีผู้คนเดินผ่านไปมาพอสมควร นางวางเสื่อผืนเล็กปูลงบนพื้น ดึงถุงน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์และสบู่หอมออกมาวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ
กลิ่นหอมละมุนของสบู่หอมดอกไม้ป่าจากมิติลับโชยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณทันทีที่เปิดห่อ มันไม่ใช่กลิ่นฉุนรุนแรงเหมือนสบู่ก้อนแข็งๆ ทั่วไป แต่เป็นกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นที่สะดุดจมูกใครต่อใครที่เดินผ่าน
เพียงไม่ถึงสิบนาที หญิงวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐานท่าทางเหมือนภรรยาข้าราชการระดับสูงคนหนึ่ง ก็หยุดยืนชะựngตรงหน้าแผงลอยกำมะลอของนาง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงเมื่อเห็นเนื้อสัมผัสของน้ำตาลทรายขาวสะอาดและสบู่หอมก้อนนั้น
"แม่สาวน้อย...เจ้านี่ขายยังไง?" หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
อี้หลานเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มการค้าที่ฝึกฝนมาอย่างดี นางกำลังจะอ้าปากเอ่ยราคาเพื่อเปิดฉากการค้าครั้งแรกในยุค 80 ให้สะเทือนวงการ—
แต่ทว่า!
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายฉกรรจ์สวมปลอกแขนแดงกลุ่มหนึ่ง พร้อมเสียงตะโกนก้องด้วยความเกรี้ยวกราดก็ดังแหวกอากาศเข้ามาเสียก่อน
"เฮ้ย! ตรงนั้นน่ะ! กำลังทำอะไรกันอยู่! ตั้งแผงค้าของเถื่อนผิดกฎหมาย จับตัวมันไว้!"
หัวใจของอี้หลานกระตุกวูบ ทว่าในวินาทีวิกฤตนั้นเอง มือปริศนาดึงกระชากข้อมือนางให้หลบเข้าไปในซอกตึกมืดทึบอย่างรวดเร็วก่อนที่พวกสายตรวจจะทันมองเห็นใบหน้า!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความอร่อยไปกับครัวคุณยายนะคะ!
เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80•ตอนที่ 14
ทุนก้อนแรกจากมิติลับ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!