กลิ่นอายจางๆ ของน้ำมันงาและพริกไทยดำที่ลอยอวลอยู่ปลายจมูกยังไม่ทันจางหาย ความตึงเครียดจากคำสารภาพของลู่จั้นเมื่อครู่ก็ทำให้บรรยากาศในห้องครัวเล็กๆ แห่งนี้หนาหนักจนแทบหายใจไม่ออก
"หลานแท้ๆ ของเธออย่างนั้นหรือคะ... พี่ลู่จั้น" หลินอี้หลานทวนคำ เสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเฉียบคม ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองหน้าสามีหนุ่มผู้มีใบหน้าคมเข้ม เม็ดเหงื่อผุดพรายอยู่บนขมับของเขา ไม่ใช่เพราะความร้อนจากเตาไฟ แต่มันคือความหนักอึ้งของความลับที่เขาแบกรับไว้
ลู่จั้นถอนหายใจยาว มือหนาที่ผ่านการจับอาวุธและทำไร่ทำสวนจนหยาบกร้านเอื้อมมาจับมือบางของภรรยาไว้แน่น สัมผัสอุ่นจัดนั้นส่งผ่านความจริงจังมาถึงใจเธอ "ใช่... เด็กคนนั้นถูกส่งมาพร้อมกับจดหมายตายายที่เสียชีวิตไปแล้ว เขาบอกว่าพ่อแม่แท้ๆ ของเขาหายตัวไประหว่างทำภารกิจลับ และคนที่ตามล่าพวกเขากำลังสาวมาถึงค่ายทหารแถบนี้ พี่ไม่อาจปล่อยให้เด็กคนนั้นเป็นอันตรายได้ และพี่ก็ไม่อยากโกหกเธอ... อี้หลาน"
อี้หลานเม้มริมฝีปากเข้าหากันนิดๆ ในใจของเธอหมุนวนด้วยความเร็วสูง ในฐานะเชฟมือทองที่ทะลุมิติมาพร้อมกับซูเปอร์มาร์เก็ตมิติพิเศษ เธอย่อมรู้ดีว่าโลกยุค 80 นี้มีความซับซ้อนทางการเมืองและอำนาจมืดเบื้องหลังแค่ไหน การรับเด็กคนหนึ่งเข้ามาเท่ากับการเอาห่วงมาคล้องคอ แต่ทว่า... เมื่อนภาพของเด็กชายตัวผอมแห้งแรงน้อยแววตาตื่นกลัวผุดขึ้นมาในหัว ความเป็นแม่ที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งหัวใจก็ทำงานทันที
"ถ้าเขาเป็นภาระ เราก็แค่ทำให้เขากลายเป็นคนที่มีประโยชน์ค่ะ" อี้หลานเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มมั่นใจปรากฏที่มุมปาก "บ้านตระกูลลู่ไม่เคยเลี้ยงคนกินข้าวฟรีอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเขาต้องหลบซ่อนตัว ยิ่งต้องกินดีอยู่ดีเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง... พี่ลู่จั้น พาเขามาที่แปลงเกษตรหลังบ้านเถอะค่ะ หนูมีเรื่องจะให้เขาทำ และหนูก็มีเรื่องที่ต้องจัดการกับ 'แปลงผัก' ของเราด้วยเหมือนกัน"
ลู่จั้นมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความทึ่ง ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยจริงๆ แม้ในยามวิกฤต เธอกลับมองเห็นโอกาสและความหวังเสมอ
ณ แปลงเกษตรลับหลังบ้านที่ถูกล้อมรั้วไว้อย่างมิดชิด อี้หลานก้าวเข้ามาพร้อมกับตระก้าไม้ไผ่ ทันทีที่เธอปิดประตูรั้วและมั่นใจว่าไม่มีสายตาของเพื่อนบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นคนใดมองมา เธอจึงเรียกใช้พลังจิตเปิดประตูเชื่อมไปยัง "มิติฟาร์ม" ซูเปอร์มาร์เก็ตอัจฉริยะทันที
วูบ!
อากาศรอบตัวไหววูบกลิ่นไอความเย็นสดชื่นของแปลงเกษตรไฮโดรโปนิกส์และดินอุดมสมบูรณ์พุ่งปะทะเข้าจมูก ภาพตรงหน้าทำให้อี้หลานต้องสูดปากด้วยความตื่นตะลึง ผักกาดหอม ปวยเล้ง คะน้าฮ่องกง และมะเขือเทศเชอร์รี่ที่เธอเพิ่งทดลองหยอดเมล็ดพันธุ์เร่งโตในมิติเมื่อสามวันก่อน บัดนี้เติบโตจนสมบูรณ์เต็มที่ ใบสีเขียวสดอวบอิ่มไม่มีรอยแมลงกัดแทะแม้แต่น้อย ลำต้นตั้งตรงแข็งแรงแผ่รัศมีพลังงานชีวิตอันบริสุทธิ์ออกมาอย่างชัดเจน
"โอ้โห... นี่มันยิ่งกว่าปาฏิหาริย์เสียอีกนะคะเนี่ย" อี้หลานพึมพำกับตัวเองด้วยความพึงพอใจ เธอย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วสัมผัสดินร่วนซุยในมิติฟาร์ม เมล็ดพันธุ์ที่รดด้วยน้ำแร่พิเศษในระบบอัจฉริยะไม่เพียงแต่โตไวเท่านั้น แต่กลิ่นหอมของผักยังตลบอบอวลไปด้วยน้ำหวานธรรมชาติที่เข้มข้นกว่าผักทั่วไปในยุคนี้ไม่ต่ำกว่าสิบเท่า
ถ้าเธอนำผักเหล่านี้ออกไปวางขายในตลาดมืด หรือนำมาเป็นวัตถุดิบหลักในการต่อยอด "ธุรกิจอาหาร" ที่เธอกำลังวางแผนไว้ รับรองว่าจะต้องสร้างความฮือฮาและกอบโกยเงินหยวนเข้ากระเป๋าจนนับไม่ถ้วนอย่างแน่นอน!
"คุณอี้หลานครับ..." เสียงเล็กๆ ของเด็กชายตัวผอมที่ลู่จั้นแอบพาเข้ามาทางประตูลับดังขึ้นแผ่วเบา เด็กชายอี้หยางยืนตัวลีบอยู่ริมขอบแปลงเกษตร ดวงตากลมโตฉายแววหวาดระแวงระคนทึ่งเมื่อมองเห็นผักยักษ์สีเขียวสดใสตรงหน้า "นี่... ผักพวกนี้ทำไมถึงโตเร็วนักล่ะครับ ผมจำได้ว่าเมื่อวานตรงนี้ยังเป็นแค่ดินว่างเปล่าอยู่เลย"
อี้หลานหันไปมองเด็กน้อย เธอคลายรอยยิ้มอ่อนโยนแล้วยื่นกระป๋องรดน้ำขนาดเล็กให้เขา "ความลับของบ้านเราน่ะจ้ะ อี้หยาง ถ้าอยากอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัยและมีข้าวกินอิ่มท้องทุกมื้อ เธอต้องจำไว้ว่า 'ปากต้องหนัก ตาต้องไว และมือต้องขยับ' เข้าใจไหมคะ"
เด็กชายพยักหน้ารับหงิกๆ แววตาหวาดกลัวเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขาจะไม่ใช่แค่เด็กภาระที่ต้องหลบหนีอีกต่อไป แต่เขาคือผู้ช่วยคนสำคัญในอาณาจักรเกษตรของสะใภ้ตัวแสบแห่งตระกูลลู่
ตกดึกยามวิกาล เมื่อความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ลู่จั้นนั่งลับมีดล่าสัตว์อยู่ที่ระเบียงบ้านด้วยความระแวกระวังภัย ส่วนอี้หลานกำลังงละง่วนอยู่กับการคัดแยกผลผลิตล็อตแรกจากมิติฟาร์มลงในเข่งไม้ไผ่ กลิ่นหอมกรุ่นของผักสดและสมุนไพรจีนโชยฟุ้งไปทั่วห้องครัว ปลุกต่อมรับรสของคนในบ้านให้ตื่นตัว
"พี่ลู่จั้นคะ พรุ่งนี้เช้าตรู่ เราจะเอาคะน้าฮ่องกงในมิตินี้ไปผัดกับหมูสามชั้นตุ๋นซีיוอ๊อิ้วสูตรพิเศษ ไปลองเชิงเปิดแผงขายข้าวแกงริมทางใกล้ตลาดอำเภอดีไหมคะ รับรองว่ากลิ่นหอมต้องเตะจมูกพวกคนที่ชอบดูถูกเราจนต้องวิ่งมาต่อแถวแน่ๆ ค่ะ" อี้หลานเอ่ยขึ้นด้วยดวงתาระยิบระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะ
ลู่จั้นวางมีดในมือลง เงยหน้าขึ้นมองภรรยาคนสวยที่ใบพ่วงแก้มมีคราบแป้งติดอยู่เล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเอ็นดู "ตามใจเธอทุกอย่างอยู่แล้ว... เมียรัก ว่าแต่ ดึกป่านนี้แล้ว เราควรพักผ่อนเอาแรงไว้ทำศึกพรุ่งนี้นะครับ"
คำพูดหยอกเย้าเจือความหวานซึ้งทำให้อี้หลานค้อนให้อย่างหมั่นไส้หนึ่งวง แต่ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากต่อปากคำใด เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกโวยวายของหัวหน้าหมู่บ้านและผู้ตรวจการพรรคที่บุกมากลางดึก!
"ลู่จั้น! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! มีคนแจ้งว่าบ้านพวกแกซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายและคนแปลกหน้าไว้ภายในบ้าน ออกมาเดี๋ยวนี้!"
ดวงตาของลู่จั้นวาวโรจน์ขึ้นในความมืดทันที มือแกร่งเอื้อมไปหยิบปืนพกประจำกายขึ้นมาขึ้นลำอย่างรวดเร็ว ในขณะที่อี้หลานหรี่ลงด้วยความเย็นชา... พวกสุนัขล่าเนื้อกลุ่มนี้ช่างขยันหาเรื่องมาให้เธอได้ตบหน้าเล่นเสียจริงในยามวิกฤตเช่นนี้!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความสนุกและร่วมเดินทางไปกับ "ครัวคุณยาย" นะคะ
เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80•ตอนที่ 20
พัฒนาแปลงเกษตรมิติฟาร์ม
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูลับฉบับสะใภ้ตัวแสบยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!